“Data Center” มีทำไม? #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

วันนี้จะคุยเรื่องไม่สนุก

แต่ “ใกล้ตัว”

จะพูดว่าใกล้ตัวก็ไม่ตรงซะทีเดียว

ต้องพูดว่า เรื่องปัจจัยที่ ๕ ของสังคมมนุษย์ยุค “เทคโนโลยีครองโลก” และควบคุมชีวิตมนุษย์ยุคปัจจุบัน ตราบอนาคตกาลนานโพ้น!

ก่อนจะเข้าเรื่อง ต้องปูพื้นก่อน ไม่งั้นจะเข้าใจยาก

คือเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทยจากยุค “โชติช่วงชัชวาล” สมัยป๋าเปรม

ถึงวันนี้ เรากินบุญเก่าหมดเกลี้ยงแล้ว!

ถ้าจะให้โชติช่วงชัชวาลได้ต่อไป

เราก็ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมใหม่

จากเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเครื่องจักรแบบเก่า

ไปสู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมนวัตกรรมเทคโนโลยี AI

ทีนี้ เจ้าเทคโนโลยี AI กล่องดวงใจมันอยู่ที่ไหน รู้มั้ย?

อยู่ที่ “Data Center”!

Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก

ทำหน้าที่ประมวลผล จัดเก็บ และขับเคลื่อนการทำงานของเทคโนโลยี AI ทั้งหมด

พอเข้าใจกันแวบๆ แล้วนะครับ

ถ้าไม่เข้าใจ ก็ไม่ควรเซ้าซี้ถามผม เพราะผมก็รู้แค่นี้แหละ!

ที่ GDP ประเทศเราเตาะแตะแค่ ๒-๓% มาเป็นทศวรรษ ก็เพราะโลกเขาเปลี่ยนไปสู่ยุคเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม

แต่เรายังย่ำอยู่กับอุตสาหกรรมรับจ้างผลิต/รับจ้างประกอบจึง “ตกยุค”

พอมาถึงยุค “รัฐบาลอนุทิน” เห็นว่า อุตสาหกรรมไทย แค่ยกเครื่อง บดวาล์ว-เปลี่ยนแหวน ก็ยังไปไม่ได้

ต้องถึงขั้น “ปฎิวัติอุตสาหกรรม” จากเดิม

ไปสู่อุตสาหกรรมนวัตกรรมเทคโนโลยี AI นั่นแหละ

แต่ความจริง ภาคเอกชนเขานำนวัตกรรมเทคโนโลยี AI มาใช้ในอุตสาหกรรมของเขาบ้างแล้ว

แต่รัฐบาลในรอบทศวรรษยัง “ยิกยัก..ยิกยัก” อยู่!

ก็มาถึงบทสรุปที่ว่า ในขณะที่ภาคเอกชนเขาก้าวนำหน้าไปก่อน ส่วนภาครัฐตามหลัง

มันจึงเกิดปัญหาพาตื่นตูมกันตอนนี้

ก็เรื่องในกทม.มี Data Center เกลื่อนไปหมดนั่นแหละ แล้วก็โวยวายว่า แย่งใช้น้ำ ใช้ไฟเปลือง แถมกักตุนน้ำมันเป็นแสนๆ ลิตร

ระเบิดตูมขึ้นมา หนุมานเผากรุงลงกา ก็จะมิปาน!

แล้วสายตาของคน ๗๐ ล้านคน ก็จิกไปที่รัฐบาลอนุทิน ว่าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ได้อย่างไร?

นายกฯ อนุทินก็เป็น “แพะรับบาป” ไปอีกเรื่อง

ทั้งที่อนุญาตกันมาแต่สมัยไหนก็ไม่รู้?

ประเด็นก็คือ เรื่อง Data Center มันเป็นเรื่องใหม่

ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายโดยเฉพาะ

ใครจะทำ Data Center ก็ไปขอใบอนุญาต “ก่อสร้างโกดัง” กับกทม.ทางเขตก็…โกดังเก็บของเหรอ มีน้ำมูก-น้ำมันนิดหน่อย

เขตก็ให้ใบอนุญาตไป!

จะไปว่ากทม.เขาก็ไม่ได้ ในเมื่อไม่มีกฎหมาย-กฎระเบียบว่าด้วย Data Center เพราะเมืองไทยยังไม่มีธุรกิจอุตสาหกรรมด้านนี้

ดังนั้น จึงขออนุญาตบ้าง ไม่ขอบ้าง ว่ากันไปตามใจชอบ

“นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม.บอกว่า

“ในพื้นที่ กทม. มีการก่อตั้ง Data Center ทั้งหมด ๖ จุด

 แต่ได้รับอนุญาตเพียง ๓ จุด

 ซึ่งทั้งหมดขออนุญาตเป็นคลังสินค้า (Data center)

 อย่างไรก็ตาม Data Center มีมานานพอสมควร เพราะเป็นรูปแบบของคลาวด์ที่อยู่ในสำนักงานทั่วไป

ตัวเลข Data Center จำนวน ๔๐ กว่าแห่ง

จะตั้งอยู่ในอาคารสำนักงาน

ทำหน้าที่เป็น “ศูนย์ข้อมูล” ของสำนักงานตัวเอง”

ตรงนี้ เป็นที่เข้าใจได้ เพราะมันเกิดก่อนมีกฎหมาย

เพิ่งเมื่อวาน (๔ ก.ย.๖๙) นี้เอง

นายกฯ มอบหมายให้ “นายเอกนิติ” รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง เข้าไปบริหารจัดการด้าน Data Center ของประเทศ

มีการประชุม “คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์” ครั้งที่ ๑/๒๕๖๙ ไปแล้วเมื่อวาน

เดี๋ยวค่อยคุยกันประเด็นนี้

เคลียร์ Data Center ที่สร้างอยู่แล้วในกทม.ให้หายตกอก-ตกใจกันก่อน จากที่สส.พรรคประชาชนบอกว่า

โห…กักตุนน้ำมันกันตั้ง ๕ แสนลิตร!

วานซืน เพจ “ธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรม” เขาโพสต์ข้อมูล

ที่ผู้ว่าฯ กทม. “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์”

กับพี่โอ๋ สุดซอย “ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์” เลขาฯ รัฐมนตรีพลังงาน “เอกนัฎ พร้อมพันธุ์”

ลงไปดูแต่ละแห่งให้เห็นกับตา ว่ามันผิด-ถูกอย่างไรกันบ้าง

ก็ได้ความ ตามที่ “ธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรม” รายงานไว้ดังนี้

“ธรรมศาสตร์พิทักษ์ธรรม”

#ทุกคนคะ พี่แบงค์ พรรคส้ม เปิดประเด็น ว่ากรุงเทพมี Data Center เกลื่อนเมือง และบางแห่งมีการกักตุนน้ำมันเกือบ 5 แสนลิตร ทำให้คนตื่นตระหนก

มาฟังข้อมูลจริงจาก ผู้ว่าชัชชาติ และ พี่โอ๋ สุดซอย (ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์) ที่วันนี้ ร่วมกันแถลง จะได้เข้าใจถูกต้องกันค่ะ

1.เรื่องไฟฟ้า กฟน.ยืนยันว่า Data Center ในกรุงเทพฯใช้ไฟแค่ประมาณ 20 เมกะวัตต์ (ใช้จริงแค่ 8 เมกะวัตต์เท่านั้น) เทียบกับห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ที่ใช้ไฟมากกว่านี้อีก ไม่ต้องกลัวว่าจะแย่งไฟคนกรุงเทพฯ ค่ะ

2. เรื่องน้ำประปา กปน.เผยว่า Data Center รายใหญ่ใช้น้ำเฉลี่ยแค่ 7,800 ลบ.ม./เดือน น้อยกว่าโรงพยาบาลใหญ่ (20,000 ลบ.ม.) และห้างสรรพสินค้าใหญ่ (30,000-40,000 ลบ.ม.) เยอะเลยค่ะ ไม่กระทบน้ำประปาประชาชนแน่นอนค่ะ

3. เรื่องน้ำเสีย น้ำที่ใช้ “หล่อเย็น” ส่วนใหญ่ ระเหยเป็นไอ บางส่วน นำกลับมาใช้ใหม่หรือรดน้ำต้นไม้ ยังไม่พบผลกระทบด้านมลพิษ แต่ กทม.ยืนยันจะติดตามอุณหภูมิน้ำก่อนปล่อยลงคูคลองต่อไปค่ะ

4.เรื่องน้ำมันสำรอง พี่โอ๋ชี้แจงว่าตัวเลข 400,000 กว่าลิตรที่รามคำแหง 28 นั้น “ไม่ใช่ตัวเลขที่ได้รับอนุญาต”

และหากตรวจพบเก็บเกินใบอนุญาตจริง จะถือเป็นการ “ลักลอบประกอบกิจการ” โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องดำเนินคดีทันที

ผู้ว่าฯ ชัชชาติเสริมด้วยว่า “กฎหมายกำหนดเพดานการเก็บน้ำมัน” แบบนี้ไว้ “ไม่เกิน 500,000 ลิตร” อยู่แล้ว

ซึ่งเป็นตัวกำหนดขนาดดาต้าเซ็นเตอร์ในกรุงเทพฯ

กรณี Data Center ใกล้ รพ.พระราม 9 ยืนยันว่าทั้ง กทม. และ “กรมธุรกิจพลังงาน” ยังไม่อนุญาตให้ดำเนินการ

หากพบการลักลอบประกอบกิจการ

ส่งกลิ่น หรือสร้างมลพิษ จะใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด มีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท

ที่สำคัญ “กระทรวงพลังงาน” ก็หยุดออกใบอนุญาตถังน้ำมันสำรองเช่นกัน ระหว่างรอเกณฑ์ใหม่จาก “บอร์ด Data Center”

ซึ่งเพิ่งมีคำนิยามอย่างเป็นทางการจากสำนักนายกฯเมื่อ 13 ส.ค.ที่ผ่านมานี่เอง

ผู้ว่าชัชชาติ เปิดเผยตัวเลข Data Center ขนาดใหญ่แบบ “สแตนด์อโลน” จริงๆ ในกรุงเทพ

มีขออนุญาตเพียง 6 ราย

ที่เหลือเป็นการก่อสร้างพร้อมกับตึกที่มีมาตรฐานควบคุมอยู่แล้ว และส่วนใหญ่เป็นขนาดเล็ก

หนู / ดังนั้น บางกลุ่มในโซเชียลที่ปั่นกระแสว่า Data Center เกลื่อนเมือง และมีน้ำมันสำรองหลายแสนลิตร กระจายตามตึกจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องบิดเบือนค่ะ

Cr. จักรวาลด้อมส้ม

……………………………………..

นี่เป็นข้อมูลจากการลงสำรวจของ ผู้ว่าฯ ชัชชาติและเลขาฯ รมว.พลังงาน

ทีนี้ย้อนกลับไปดูว่า “บอร์ด Data Center” มีใครบ้าง และประชุมแล้วมีผลออกมาอย่างไรบ้าง

ประชุมกันที่ทำเนียบรัฐบาลเช้าวาน ท่านรองนายกฯ และรมว.คลัง “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” เป็นประธาน ประกอบด้วย

-นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน

-นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลฯ

-นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย

-นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาฯ (สศช.)

-นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาฯ BOI และ

-นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.

ท่านเอกนิติ กล่าวนำว่า “นายกฯ มอบนโยบายสำคัญในการบริหารจัดการด้านดาตาเซ็นเตอร์ (Data Center) ของประเทศ

โดยระบุว่า ที่ผ่านมา…..

ประเทศไทยยังไม่เคยมีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในเรื่องนี้ ทำให้ผู้ประกอบการต้องเดินเรื่องขออนุญาตตามกฎระเบียบของแต่ละหน่วยงานแยกย่อยกันไป

รัฐบาลจึงได้เข้ามาจัดระเบียบและวางกรอบยุทธศาสตร์ใหม่

เพื่อนำดาตาเซ็นเตอร์มาเป็น….

ส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

สาระสำคัญและนโยบายหลัก ๔ ประการ:

๑. บูรณาการข้อมูลให้ชัดเจนและเป็นเอกภาพ:

จากเดิมที่ผู้ประกอบการต้องวิ่งเต้นขอใบอนุญาตจากหลายหน่วยงาน เช่น บีโอไอ (BOI), การประปา, การไฟฟ้า หรือ กสทช.

รัฐบาลจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดให้เป็นภาพเดียว

เพื่อให้ทราบสถานะปัจจุบันที่แท้จริง

๒.กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ คุ้มครองประชาชน:

วางเกณฑ์มาตรฐานเพื่อดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

โดยพิจารณาเป็นรายพื้นที่

มาตรฐานนี้จะถูกนำมาใช้บังคับกับผู้ประกอบการทุกราย

ทั้งที่ดำเนินการไปแล้ว กำลังก่อสร้าง และในอนาคต

โดยผู้ประกอบการเดิม จะต้องปรับตัวตามเกณฑ์ความปลอดภัยใหม่นี้

๓.ยกระดับสู่ยุทธศาสตร์ประเทศ เชื่อมโยงดาตาเซ็นเตอร์เข้ากับยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ

ทั้งในด้านพลังงานสะอาด

การมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ

การสนับสนุนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

เพื่อให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กและคนไทยได้รับประโยชน์สูงสุดจากโอกาสการเติบโตในประเทศ

๔. กระบวนการพิจารณาและการแข่งขันที่เป็นธรรม กำหนดให้ทุกโครงการต้องปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำ

แต่สำหรับโครงการในอนาคตที่จะได้รับเลือก….

จะต้องเป็นยุทธศาสตร์ที่สร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ประเทศ

โดยจะใช้รูปแบบการแข่งขัน

เปิดให้มีการนำเสนอข้อเสนอ(Pitching)ต่อคณะกรรมการเพื่อคัดเลือกผู้ลงทุนที่ให้ประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศไทย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า

นโยบายดังกล่าวไม่ได้เป็นการปิดกั้นการลงทุน แต่เป็นการปรับเปลี่ยนจากการอนุมัติกระจัดกระจายให้เป็นการบูรณาการร่วมกันภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ระดับประเทศ

โดยมีผู้ว่าฯกทม.เข้าร่วมการประชุมเพื่อแชร์บทเรียนและประสบการณ์การบริหารจัดการดาตาเซ็นเตอร์ในพื้นที่ กทม. ด้วย

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า

รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และจัดระเบียบดาตาเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่

โดยนำบทเรียนจากต่างประเทศ เช่น ประเทศสิงคโปร์ ปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่คล้ายคลึงกัน

หากพบผู้ทำผิดกฎระเบียบหรือแอบแฝงเปลี่ยนชื่อจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายทันที

ขณะเดียวกันจะปรับปรุงระเบียบขั้นต่ำร่วมกับหน่วยงานต่างๆ พร้อมทั้งประเมินความพร้อมของ “โครงสร้างพื้นฐาน” ของประเทศ

และกำหนดขนาดที่เหมาะสมของดาตาเซ็นเตอร์ ตลอดจนเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์สำคัญของชาติ เช่น ยุทธศาสตร์ AI, การใช้ Local Content และ

ทั้งนี้ กรอบการทำงานทั้งหมด…..

ถูกกำหนดกรอบเวลาไว้ “ภายใน ๑ เดือน”

โดยในสัปดาห์หน้าจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเข้ามานำเสนอ พร้อมแบ่งคณะทำงานออกเป็น ๔ ชุด

-ชุดเศรษฐกิจประเมินมาตรฐานและยุทธศาสตร์ชาติ

-ชุดโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ ไฟฟ้า และดิจิทัล

-ชุดที่ดินและผังเมือง และ

-ชุดสิ่งแวดล้อม

ธุรกิจดาตาเซ็นเตอร์น่ากลัวและสร้างผลกระทบกับชาวบ้านหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า

ได้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำ ที่หน่วยงานต่างๆ ต้องไปดูแลชาวบ้าน อย่างเช่นใครไปทำถังน้ำมันไม่ขออนุญาตก็ผิดกฎเกณฑ์

ท่านเอกนิติเน้นว่า…

“ใครไปสร้างอะไรก่อนที่จะขอใบอนุญาตเราก็ไปจัดการ รัฐบาลยืนยันว่ามีมาตรฐานขั้นต่ำในการควบคุมดูแลอย่างเข้มงวด ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและเสียง”

ฉะนั้น ประชาชนไม่ต้องกังวล

ส่วนเรื่องขนาด ได้กำหนดพื้นที่และกำหนดผังเมืองให้สอดคล้องกับขนาดและชุมชน

“เนื่องจากดาตาเซ็นเตอร์ไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ อะไรที่กระจัดกระจายวันนี้จะรวมศูนย์”

เห็นมั้ย….

บอกแล้ว มันไกลตัว ว่าแต่ว่ามีโทรศัพท์มือถือกันเปล่าล่ะ?

นั่นน่ะ มันมาจาก Data Center ทั้งหมดแหละ!

เปลว สีเงิน

๕ กันยายน ๒๕๖๙

Written By
More from plew
“เพื่อไทย” นี่ “เพื่อใคร” -เปลว สีเงิน
คลิกฟังบทความ..⬇️ เปลว สีเงิน “ขึงขัง-จังจริง-ฉับไว” ต้องยกให้ “เศรษฐา” นายกฯ “คิดใหญ่-ทำเป็น” ของพรรคเพื่อไทย หนึ่งเดียวคนนี้! วานซืน บอกจะตั้ง
Read More
0 replies on ““Data Center” มีทำไม? #เปลวสีเงิน”