2 กันยายน 2569 – นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า
เปิดคณะ 26 แล้ว วันนี้เปิดคณะ 36 — ผมก็ยังยืนยันหลักการเดิม
ก่อนหน้านี้ผมเคยตั้งคำถามว่า เมื่อมีคนนำ “สำนวนคณะ 26” มาเปิดเผย ตีความ และกล่าวหาบุคคลต่าง ๆ กันอย่างครึกโครม แล้วเหตุใดจึงไม่มีใครพูดถึง “คณะ 36” ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของกระบวนการพิจารณาของ กกต.
วันนี้ คุณสมชัย ศรีสุทธิยากร นำเอกสารคณะ 36 มาเปิดเผย
ผมจึงขอยืนยันว่า คำถามของผมในวันนั้น ไม่ใช่การเรียกร้องให้ใครนำเอกสารภายในของ กกต. ออกมาเผยแพร่โดยไม่คำนึงถึงกฎหมาย แต่เป็นการตั้งคำถามว่า ในเมื่อบางฝ่ายเลือกหยิบเฉพาะข้อมูลจากคณะ 26 มาเผยแพร่และใช้สร้างข้อกล่าวหาต่อบุคคลอื่น เหตุใดจึงไม่บอกสังคมด้วยว่า ในกระบวนการเดียวกันยังมีการพิจารณาและความเห็นในอีกชั้นหนึ่งที่อาจแตกต่างออกไป
วันนี้ เมื่อเอกสารคณะ 36 ถูกนำมาเปิด ผมก็ไม่ได้เปลี่ยนหลักการ
ผมไม่สนับสนุนการนำสำนวนคณะ 26 มาเปิด และก็ไม่ได้สนับสนุนการนำเอกสารคณะ 36 มาเปิด หากเป็นการได้มาหรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ คุณสมชัยระบุเองว่าเอกสารดังกล่าวได้รับมาจาก “บุคคลภายใน กกต.” และมีข้อความว่า “เอกสารใช้ภายในเท่านั้น”
ดังนั้น ก่อนจะถามว่าในเอกสารเขียนว่าอะไร ผมคิดว่าสังคมมีสิทธิถามเสียก่อนว่า
ใครนำเอกสารภายในออกมา? มีอำนาจนำออกมาหรือไม่? ผู้รับเอกสารมีสิทธินำมาเผยแพร่เพียงใด? และเหตุใดเอกสารในกระบวนการพิจารณาจึงไหลออกมาสู่พื้นที่การเมืองครั้งแล้วครั้งเล่า?
ส่วนเนื้อหาของคณะ 26 หรือคณะ 36 ใครเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะท้ายที่สุดผู้มีอำนาจตามกฎหมายต้องพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมดและรับผิดชอบต่อคำวินิจฉัยของตนเอง
อย่าให้สังคมกลายเป็นศาลที่ตัดสินคดีจาก “สำนวนที่มีคนเลือกมาเปิดทีละชุด”
ผมถามหาคณะ 36 เพราะต้องการชี้ให้เห็นว่าอย่าฟังความข้างเดียว
ไม่ใช่เพราะต้องการให้ใครเอาเอกสารภายในของ กกต. มาแจกกันอ่าน
วันนี้เปิด 26 พรุ่งนี้เปิด 36
ถ้าทุกฝ่ายทำเช่นนี้ แล้วคำว่า “กระบวนการยุติธรรม” จะเหลือความหมายอะไร?.
