ศานติธรรม “ไทย-มุสลิม” -เปลว สีเงิน

เปลว สีเงิน

อภิปราย ๒ วัน ๒ คืน ของฝ่ายค้าน มีเนื้อหาสาระคู่ควรแก่การติดตามรับชม-รับฟังหรือไม่?
การ “นั่งหลับ” อ้าปากหวอคาเก้าอี้ของชลน่าน ศรีแก้ว “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในห้องประชุม
นั่นคือคำตอบ!
ฉะนั้น เมื่อวาน (๑๘ กพ.๖๕) ผมจึงแค่เปิดจอ แต่ปิดเสียง เลือกดู-เลือกฟัง “เฉพาะราย” ที่หน้าตามีสาระเท่านั้น
เอาเวลาไปทำอย่างอื่น เกิดประโยชน์กว่า ดูหมาในคอกแม้วกระชากโซ่ เลียส้นนาย

ตั้งหัวข้อซะเว่อร์
“แพงทั้งแผ่นดิน, จนทั้งแผ่นดิน, พังทั้งแผ่นดิน”

แต่ที่โชว์กันมา ๒ วัน
“เพี้ยนทั้งพรรค, เพ้อทั้งพรรค, พล่ามทั้งพรรค” ทั้งตัวผู้-ตัวเมีย!

เห็นรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” ชี้แจง เปิดเสียงฟังหน่อย ต้องบอกว่า กระทอกกลับนายวาโยอะไรนั่น “เสียหมอ” ไปเลย

เรื่องสาธารณสุข เรื่องวัคซีนโควิด
ถ้าจะอภิปรายแบบสาดใส่ไร้ข้อเท็จ-ข้อจริง ใครก็อย่าไปสะเปรอะกับหมอหนูเชียว เพราะนับวัน หมอหนูภูมิแน่น

“โชว์สด” ได้สะแด่วแห้วกว่าแก๊งสำส่อนธรรมศาสตร์ซะอีก!

สรุป วันนี้ ขอบายที่จะคุยการเมืองเรื่องเพ้อ-พล่ามของหมาในฟาร์มแม้ว เพราะวันนี้ มีเรื่องที่อยากนำมาบันทึกไว้เป็น “เหตุบ้าน-การประเทศ” ที่สำคัญยิ่ง

ถ้าอ่านเอามัน, เอาสนุก แนะให้ผ่านเลย แต่ถ้าจะ “เอาสาระ” ควรอ่านครับ

คงจำกันได้ เมื่อ ๒๕ ม.ค.๖๕ นายกฯ ประยุทธ์ เดินทางไปเยือนประเทศซาอุดีอาระเบีย
ตามคำเชิญของ “เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด” มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

นอกจากสัมพันธภาพอ “ไทย-ซาอุฯ” ที่จืดจางไปนานกว่า ๓๐ ปี ได้รับฟื้นฟูคืนกลับระดับ “เอกอัครราชทูต” ต่อกันแล้ว

ในโอกาสที่รัฐมนตรีต่างประเทศ “นายดอน ปรมัตถ์วินัย” ไปตอบข้อซักถามวุฒิสมาชิกที่วุฒิสภา
นายดอนบอกว่า ๑ ในหลายหัวข้อที่ตกลงร่วมมือกัน คือ ในปัญหาชายแดนใต้ ๓ จังหวัด

รัฐบาลซาอุฯ ยินดีสนับสนุน “องค์การความร่วมมืออิสลาม” หรือ IOC ช่วยประสานสร้างศานติสุข ให้พี่น้อง “ไทย-มุสลิม” ได้อยู่ร่วมกัน “สงบยั่งยืน”

วาระนั้น นอกจากท่านนายกฯ ได้เชิญ “องค์มกุฎราชกุมาร” เสด็จฯ มาเยือนไทยและทรงตอบรับแล้ว
ได้เชิญ “เลขาธิการ OIC” มาเยือนไทยและพี่น้องไทย-มุสลิมในเมืองไทย รวมถึงที่ชายแดนสามจังหวัดใต้ด้วย

ด้วยเหตุดังปรารภนั้น……..
เมื่อวาน “Sawan Kanchana” ได้นำภาพและข้อความบันทึก “สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช” โพสต์เฟซ น่าสนใจดังนี้
……………………………

วันพุธ ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เจ้าพระคุณ “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ” สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประทานพระวโรกาสให้ “ดร.มุฮัมมัด บิน อับดุลกะรีม อัลอีซา” เลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลก เฝ้า

ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ถึงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ในฐานะแขกของ “กระทรวงการต่างประเทศ”

โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช มีพระดำรัส สรุปความว่า

“การพบปะกันครั้งนี้ ขอให้ถือว่า เป็นการพบกันของเพื่อน ซึ่งล้วนควรมีความปรารถนาดีต่อกัน อันจะยังให้เกิดสันติสุขในหมู่มวลมนุษยชาติ”

พร้อมทั้งมีรับสั่งเล่าประทาน ว่า
ภายในบริเวณวัดราชบพิธ เคยเป็นที่ตั้ง “โรงเรียนวัดราชบพิธ” ซึ่งมีนักเรียนผู้นับถือศาสนาต่างๆทุกศาสนา มาใช้เล่าเรียนและพำนัก

ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธศาสนา ศาสนาอิสลาม หรือศาสนาคริสต์ ต่างได้มาศึกษาร่วมกัน เรียนรู้วิถีชีวิตของกันและกัน

แม้ในอดีต ชุมชนใกล้เคียงกับวัดราชบพิธ ก็มีชาวมุสลิมอาศัยร่วมอยู่ด้วย การอยู่ร่วมกันของศาสนิกชนต่างศาสนาในสังคมไทย จึงดำเนินไปโดยสงบสุขเป็นปกติ

ทรงเล่าประทานว่า….
คนไทยคุ้นเคยกับวัฒนธรรมประเพณีของศาสนาอิสลามมานานแล้ว อย่างน้อยตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

ซึ่งมีชาวมุสลิมจากตะวันออกกลางเข้ามาค้าขายหรือรับราชการในเมืองไทย มีผู้สืบเชื้อสายมาจนถึงทุกวันนี้ เป็นสกุลใหญ่ เป็นที่รู้จักกว้างขวาง

ในส่วนพระองค์ เคยเสด็จไปจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีประชากรคนไทยผู้นับถือศาสนาอิสลามอยู่เป็นจำนวนมาก ทรงสังเกตเห็นว่า ทั้งชาวพุทธและชาวมุสลิม ต่างใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสงบสันติตามหลักศาสนา

ยามที่ชาวมุสลิมมีการงานประเพณีใด ชาวพุทธก็นำสิ่งของไปช่วยงาน ในขณะที่ ถ้าชาวพุทธมีการงานประเพณีใด ชาวมุสลิมก็นำสิ่งของมาช่วยงานเช่นเดียวกัน

ทรงสามารถยืนยันได้ เพราะได้เคยทอดพระเนตรเห็นประจักษ์มาด้วยพระองค์เอง

ทั้งนี้ “พระมหากษัตริย์ไทย” ทุกพระองค์ มีพระบรมราชปณิธานที่จะพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์บำรุงทุกศาสนา
พระบรมราโชบายเช่นนี้ จึงทำให้เมืองไทย มีความสงบร่มเย็นด้วยสามัคคีธรรมเสมอมา

“เลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลก” กราบทูลแสดงความปีติยินดีและสนองพระดำรัสว่า
“รับทราบเรื่องราวดังกล่าวด้วยความซาบซึ้ง รู้สึกยินดียิ่งที่สังคมไทยเป็นสังคมที่อยู่ร่วมกันโดยสันติ”

ทั้งขอชื่นชมบทบาทของผู้นำศาสนา ที่ธำรงไว้ซึ่งความกลมเกลียวใกล้ชิดกันอย่างนี้เสมอ

บรรยากาศที่ได้มาเฝ้าในวันนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของการอยู่ร่วมกันและการทำงานร่วมกัน ถ้าตราบใด เมืองไทยยังมีบุคคลอย่างเช่น “สมเด็จสังฆราช” ทรงเป็นแบบอย่าง ตราบนั้นย่อมจะมีแต่ความสงบสุข

นอกจากนี้ ยังกราบทูลถวายคำยืนยันว่า
“บุคคลใดผู้ยุยงให้ผู้คนในสังคมรู้สึกแตกแยกบาดหมางกัน โดยอ้างความแตกต่างกันทางศาสนา บุคคลนั้นไม่ได้ชื่อว่าเป็นมุสลิมที่แท้จริง

หากทุกคนยังยึดมั่นในหลักศาสนา ประเทศไทยจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ในที่สุด
เพราะการก่อให้เกิดความร้าวฉานนั้น เป็นความชั่วร้ายที่ไม่อาจกล่าวได้ว่า เป็นตัวแทนของศาสนาใดๆในโลก ผู้ที่กระทำการเช่นนั้น ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของเขาเอง”

เลขาธิการฯ กราบทูลต่อไป ว่า
“ได้ทราบว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในงานเมาลิดกลางอยู่เสมอ

แสดงถึงน้ำพระราชหฤทัยอันประเสริฐต่อทุกศาสนิกชน เป็นที่ชื่นชมของมุสลิมทั่วโลก
ครั้นได้มาเฝ้าและรับฟังพระดำรัสอันเปี่ยมด้วยปรัชญาแห่งความดีจากสมเด็จพระสังฆราช ยิ่งทำให้รู้สึกปีติ

จะขอนำเรื่องราวที่ได้พบเห็นเหล่านี้ไปแจ้งแก่ทุกภาคส่วนให้ได้ทราบ เพื่อผดุงสันติภาพ และสร้างสรรค์ความเข้าใจซึ่งกันและกันต่อไป”

ครั้นสมควรแก่เวลา เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช โปรดประทานเหรียญพระรูปและหนังสือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ภาคภาษาอังกฤษ

เลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลก ถวายของที่ระลึกเป็นกาน้ำทองเหลือง พร้อมกราบทูลว่า
“เป็นสัญลักษณ์ของความเยือกเย็นเช่นสายน้ำ สมกับพระจริยวัตรอัธยาศัยอันเปี่ยมด้วยเมตตาธรรมของเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งสามารถสัมผัสได้โดยซาบซึ้งยิ่งในวันนี้”

จากนั้น เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานของที่ระลึกแก่คณะผู้ติดตามเลขาธิการองค์การสันนิบาตมุสลิมโลก
พร้อมทั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ล่ามภาษาอาหรับ,อธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ และผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่มาร่วมเฝ้าด้วย

#ศาสนาพุทธ
#สันนิบาตมุสลิมโลก
CR:เพจ สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช
……………………………

ก็จะเห็นว่า โลกตะวันออกกลาง เมื่อคบหาต่อกันแล้ว มีความจริงใจ กระตือรือร้นใน “มิตรภาพสัญญา” ทุกอย่างเดินหน้า หนักแน่น-มั่นคง-รวดเร็ว

เลขาฯOIC เดินทางมาแล้ว “ไทยพุทธ-ไทยมุสลิม” โดยเฉพาะใน ๓ จังหวัดใต้ ปัญหาทุกอย่างสว่างไสวในทางคลี่คลายสู่ “อยู่ร่วมศานติสุข”

ฉะนั้น “หมาในคอก” แม้ว จงหยุดพล่าม แล้วไปเป็น “หมาส่องกระจก” จะได้รู้
ที่ “พังทั้งแผ่นดิน”
ยุคทักษิณโน่น…ทำพังไว้!


Written By
More from plew
ภาษาไทยวันนี้ “ภาษีกู”
  เปลว สีเงิน ทอน….ขอจับมือที! นายเจ๋งอ่ะ ที่ตัดสินใจออกมา “ชูธง” นำหน้าเด็ก “ชนเจ้า” แทนซุกหลังอย่างที่ผ่านมา อย่าแผ่วเป็นม้าซีนต้นล่ะ
Read More
0 replies on “ศานติธรรม “ไทย-มุสลิม” -เปลว สีเงิน”