กระทรวงอุตสาหกรรม หนุนผู้ประกอบการ ยกระดับผ้าไหมไทยในระดับพรีเมี่ยม สร้างอัตลักษณ์ไหมไทยให้เป็นที่รู้จัก พร้อมเปิดคอลเลกชันใหม่ในแบบ “Minimal Style”

ก.อุตฯ ส่งผ้าไหมมัดหมี่บุกตลาด “Minimal Style” ความธรรมดาที่แปลกตาและไม่ซ้ำลาย ยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไทยระดับพรีเมี่ยม ล็อคเป้าตลาดญี่ปุ่นและต่างประเทศ!

กระทรวงอุตสาหกรรม หนุนผู้ประกอบการ ยกระดับผ้าไหมไทยในระดับพรีเมี่ยม สร้างอัตลักษณ์ไหมไทยให้เป็นที่รู้จัก พร้อมเปิดคอลเลกชันใหม่ในแบบ “Minimal Style” เน้นความธรรมดาที่แปลกตา และลายไม่ซ้ำ นำไปใช้ต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 พร้อมเร่งเจรจาเชื่อมโยงการผลิต – การตลาดสู่ประเทศญี่ปุ่น เล็งเปิดตลาดใหม่จากผ้าไหมไทยในต่างประเทศ!

นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการยกระดับพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและผ้าพื้นเมือง โดยสนับสนุนให้สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรม สิ่งทอ หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม ดำเนินโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอด้วยการออกแบบเชิงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมสู่อีสานแฟชั่น โดยตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 มีการดำเนินโครงการใน ระยะที่ 1 ด้วยการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการออกแบบ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์สิ่งทอและผ้าทอพื้นเมือง เพื่อทำให้ผู้ประกอบการสิ่งทอและเครื่องแต่งกายผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค และสามารถเข้าสู่ตลาดใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผลการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมที่ผ่านมา ได้เกิดผ้าไหมมัดหมี่ลวดลายใหม่กว่า 119 ลาย รวมทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับ (Accessories) กว่า 108 ผลิตภัณฑ์ โดยผู้ประกอบการนำไปผลิตและจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้จริง สร้างโอกาสทางการตลาดในผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแบบใหม่ในกลุ่มตลาดใหม่ พัฒนาผู้ประกอบการ
ผ้าไหมและผู้ที่เกี่ยวข้องธุรกิจผ้าพื้นเมืองในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กว่า 1,600 คน สร้างรายได้ สร้างงานให้ชุมชน รวมทั้งสร้างโอกาสทางการตลาด และสร้างยอดขายในประเทศกว่า 6,500,000 บาท (เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาใหม่)

โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอด้วยการออกแบบเชิงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมสู่อีสานแฟชั่น ระยะที่ 2 ในปีนี้ (2565) เน้นต่อยอดพัฒนาเทคนิคการผลิตผ้าไหมมัดหมี่ในรูปแบบใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มมากกว่าร้อยละ 50 โดยสร้างลวดลายที่ไม่ซ้ำในผืนผ้าในแบบมินิมอล สไตล์ (Minimal Style) ซึ่งก็คือแฟชั่นที่เน้นความธรรมดา เรียบง่ายและ
จะมีลายที่ไม่ซ้ำกัน ที่สามารถนำไปใช้ในการตัดเย็บได้ง่ายและหลากหลายกว่า มีความเป็นสากล และตรงกับความต้องการของผู้ซื้อต่างประเทศ

เนื่องจากจะนำไปผลิตเสื้อผ้า และทำคอลเลคชั่น (Collection) ได้ง่ายมากกว่าผ้าไหมแบบดั้งเดิมที่เป็นลายไทย โดยตั้งเป้ายกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยให้เป็นผ้าไหมระดับพรีเมี่ยม โดยจะเชื่อมโยงทั้งในส่วนของการผลิต และการตลาด สู่ประเทศญี่ปุ่นเป็นหลัก มุ่งเน้นสร้างตลาดใหม่จากผ้าไหมไทยในต่างประเทศ

สำหรับตัวอย่างของ Success Case ที่ประสบความสำเร็จจากการต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้โครงการของสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อาทิ แบรนด์ SHOES JAI กรุงเทพ ผลิตรองเท้าผ้าวัสดุจากธรรมชาติ และส่งออกยังตลาดต่างประเทศ ,

ร้านจิราพรผ้าคราม สกลนคร ผลิตภัณฑ์ชุดผ้าฝ้ายและเครื่องประดับจากผ้าฝ้าย มีการนำรูปแบบชุดเสื้อผ้าภายใต้โครงการไปผลิตและจำหน่ายในจังหวัด และทางตลาดออนไลน์ ในกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น และกลุ่มผ้าไหมบ้านดู่ นครราชสีมา ผลิตผ้าไหมมัดหมี่ลวดลายใหม่โดยนำออกจำหน่ายในตลาดระดับพรีเมี่ยมในงาน ICON CARFT (สยามไอคอน) และตลาดต่างประเทศ

“แนวทางการพัฒนาในปี 2565 เราเน้นไปที่ 16 ผลิตภัณฑ์ ที่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ อาทิ ผ้าไหมผืน มินิมอลสไตล์ สีอ่อนแนวเอิรธโทน (EART TONE) และมีความเป็นไทย เป็นต้น โดยที่ยังคงมีเป้าหมายทางการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่น” รองปลัดฯวรวรรณ กล่าวทิ้งท้าย


Written By
More from pp
“รมว.นฤมล” โชว์วิสัยทัศน์ใหม่บนเวที World Chinese Language Conference 2025 ดัน “นวัตกรรม–AI” ยกระดับการเรียนภาษาจีนทั่ว ปท. หนุนความร่วมมือไทย–จีนยุคใหม่ ครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต
14 พฤศจิกายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม World Chinese Language Conference 2025...
Read More
0 replies on “กระทรวงอุตสาหกรรม หนุนผู้ประกอบการ ยกระดับผ้าไหมไทยในระดับพรีเมี่ยม สร้างอัตลักษณ์ไหมไทยให้เป็นที่รู้จัก พร้อมเปิดคอลเลกชันใหม่ในแบบ “Minimal Style””