เปลว สีเงิน
คงผิดหวังกันน่าดู!
สำหรับแก๊งที่หมายมั่นปั้นมือ “เผด็จศึกอนุทินก่อนสิ้นกันยา”
เพราะเมื่อวาน (๒๘ ก.ย.๖๙)
“ศาลรัฐธรรมนูญ” มีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยว่า….
การใช้รหัส QR Code
ในบัตรเลือกตั้งแบบ “แบ่งเขตเลือกตั้ง”
และบัตรเลือกตั้งแบบ “บัญชีรายชื่อ”
สำหรับการเลือกตั้ง สส.เมื่อ ๘ กุมภา ๖๙
-ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๐ (๗) มาตรา ๘๓ วรรคสอง และมาตรา ๘๕ วรรคหนึ่ง
-ไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
โดย “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีมติด้วยเสียงข้างมาก (๘ ต่อ ๑) วินิจฉัยว่า
การใช้รหัส Barcode ในบัตรเลือกตั้งแบบ “บัญชีรายชื่อ”
สำหรับการเลือกตั้ง สส.เมื่อ ๘ กุมภา ๖๙
-ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๐ (๗) มาตรา ๘๓ วรรคสอง และมาตรา ๘๕ วรรคหนึ่ง
-ไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ตุลาการเสียงข้างมาก ๘ คน คือ
นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม, นายวิรุฬห์ แสงเทียน, นายจิรนิติ หะวานนท์, นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์, นายอุดม รัฐอมฤต
นายสุเมธ รอยกุลเจริญ, นายสราวุธ ทรงศิวิไล และ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช
ตุลาการเสียงข้างน้อย ๑ คน คือ
นายนภดล เทพพิทักษ์ เห็นว่า….
การใช้ Barcode ในบัตรเลือกตั้งแบบ “บัญชีรายชื่อ” ในการเลือกตั้ง สส.เมื่อ ๘ กุมภา ๖๙
สามารถสืบย้อนกลับถึงตัวบุคคลที่ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้ มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญู
อันเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
สรุป….
การใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง
“ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ”!
เป็นอันว่าเรื่องนี้ “จบนะ”
แล้วจะคุยอะไรกันต่อล่ะ ถ้าไม่ใช่เรื่อง “ฝนตก…ขี้หมูไหล”
เอ๊ย..ไม่ใช่ “ฝนตก…น้ำท่วมรอระบาย” น่ะ!
ผมได้ยินพูดทุกครั้งเมื่อเกิดน้ำท่วมในคำว่า “ถอดบทเรียน”
ใช่…ต้อง “ถอดบทเรียน”
แต่การถอดของนายกฯ หรือของผู้ว่าฯ กทม.
เป็นคนละแนวคิดกับของผมแน่!
คือนายกฯ หรือผู้ว่าฯ คง “ย้ำคิด-ย้ำถอด” อยู่ในพื้นที่ ๑,๕๖๘ ตารางกิโลเมตร ที่เรียก “กรุงเทพมหานคร”
แต่บทเรียนที่จะถอดในแนวคิดผมคือ….
พื้นที่กรุงเทพฯ มันแก้ไม่ได้แล้ว เพราะ
๑.กรุงเทพฯ ไม่ได้มีขึ้น เพื่อรองรับคน ๑๒-๑๕ ล้านคน
๒.กรุงเทพฯ พื้นที่ราบลุ่ม…
มีแม่น้ำ-ลำคลองเป็นถนนของเรือ มีห้วย หนอง คลองบึง เป็น “อุโมงค์ยักษ์” ธรรมชาติ สำหรับระบายน้ำ
๓.เมื่อคนมากขึ้น ก็ถมห้วย หนอง คลองบึง แอ่งน้ำ ปลูกบ้าน-สร้างเมือง แล้วทำคันกั้นน้ำที่เรียก “ถนน” ให้รถวิ่งแทนเรือ
๔.เมื่อคน ๑๒-๑๕ ล้านคน รถยนต์กว่า ๑๐ ล้านคัน คอนโด บ้านจัดสรร ตึกสูง ห้างร้านมหึมา ยัดเยียดกันเป็นสลัมคอนกรีต
เมื่อฝนตกหรือหน้าน้ำหลาก
น้ำก็จะไหลไปหาแหล่งที่เคยเป็นแอ่งอยู่
แต่แอ่งมันกลายเป็น “พื้นที่ชุมชน” ไปหมดแล้ว
เมื่อฝนตก น้ำจะไปไหน?
มันก็จะไปรวมอยู่ในที่ที่มันเคยอยู่
แต่แหล่งที่น้ำเคยอยู่ คนมันแย่งไปอยู่หมดแล้ว
จึงไม่แปลกที่ “ชุมชนรอบนอก” จะถูกน้ำท่วมขัง
ที่ไม่ไหลไปไหน ไม่ใช่น้ำไม่อยากไหลออกไป
หากแต่ตึกรามบ้านช่องและถนน….
ปล่อยให้น้ำฝนหล่นลงมาขังได้
แต่เมื่อขังแล้ว มันจะไม่ยอมให้ไหลออกไปได้ง่ายๆ!
เนี่ย….ถ้าจะถอดบทเรียน
ก็ต้องรื้อแหล่งแออัด แหล่งชุมชน คอนโด บ้านจัดสรร ที่ กทม.มักง่าย อนุญาตให้ปลูกสร้าง ในพื้นที่ราบลุ่มคอยรับน้ำ
แถมทำถนนขวางเส้นทางน้ำไหลเข้าไปอีก!
ถามว่า กทม.หรือนายกฯ ทำได้มั้ย?
มันก็ทำไม่ได้!
ดังนั้น การถอดบทเรียนในแนวผมก็คือ
ต้องวางโครงการ สร้าง “กรุงเทพฯ แห่งที่ ๒” ขึ้นไปทางปากช่องโน่น
แต่พื้นที่เขาใหญ่ไม่เหมาะสร้างเป็น “นิว บางกอก”
เพราะเป็น “แอ่งกระทะ”
ฝนตกน้ำก็ท่วม ไม่ต่างที่แฟลตคลองจั่น!
นี่แหละ ถอดบทเรียนจาก “ความผิดพลาด” เรื่องผังเมือง เรื่องคอร์รัปชันในการอนุญาตก่อสร้าง เรื่องปล่อยปลูกเพิงหมาแหงนอยู่แล้วขยายเป็นแหล่งสลัม
ถามว่า แล้วจะมีคนยอมไปอยู่กรุงเทพฯ แห่งที่ ๒ หรือ?
ผมขอถามกลับว่า…ใครเคยเลี้ยงหมาบ้าง?
ถ้าเคย จะสังเกตเห็นว่า ตราบใดที่คุณถือกะละมังข้าวอยู่ หมาจะไม่ยอมไปไหน จะพันแข้ง-พันขาอยู่นั่นแหละ
ต่อเมื่อคุณสาดข้าวในกะละมังให้กระจายออกไปกว้างๆ หมามันจะวิ่งกรูไปตามทางที่คุณสาดอาหารออกไป!
นี่ก็เหมือนกัน…
ลองออกแบบ “กรุงเทพฯ แห่งที่ ๒” ยกระดับคุณภาพคนให้เตะตา-เตะใจกลุ่มเป้าหมาย พรึ่บเดียวแหละ “กรุงเทพฯ หลวม”!
ย้อนกลับมาเรื่องเดิม
เมื่อวาน ข่าวนายกฯ ไปเยี่ยมชุมชนถูกน้ำท่วมแห่งหนึ่ง แล้วถูกคนในชุมชน ตะโกนด่า-ตะโก่นไล่ ด้วยถ้อยคำหยาบคาย
แต่นายกฯ ยิ้มรับ..นิ่ง แล้วเดินเข้าไปให้ด่า
พร้อมกับลุยน้ำเข้าไปเยี่ยมชาวบ้านที่อยู่ข้างในลึกๆ นำสิ่งของไปบรรเทาความเดือดร้อน
เรื่องนี้ มีทั้งคลิปเสียง-คลิปภาพเป็นข่าวว่อนโซเชียล
แล้วปฏิกิริยาทางสังคมว่าอย่างไรกันบ้าง?
เอาเท่าที่ผมรวบรวบได้ก็แล้วกันนะ จะนำมาให้อ่านกัน
…………………………………..
“เอกภพ สายไหม”
รู้ทั้งรู้ว่าเข้าไปก็ถูกด่า แต่พี่ก็เข้าไปให้ชาวบ้านด่า #ใจพี่โคตรได้ นักข่าวโทร.มาเล่าให้ฟัง
บอกตอนเข้าไปมีบางคนตะโกนโห่ ตะโกนต่อว่า
แต่ขากลับออกมา มีแต่คนชม มีแต่เสียงชม
บางคนดีใจถึงกับร้องไห้ที่นายกฯ เข้ามาเยี่ยมด้วยตัวเอง
#เป็นกำลังใจให้พี่ครับ #นายกฯ หนู
ปล.แวะมาเยี่ยมพี่น้องชาวสายไหมผมบ้างนะครับ
………………………………………..
Rujira Chabplan
นายกฯ ลงพื้นที่ มีทั้งเสียงปรบมือ เสียงกรี๊ด และเสียงด่า ก็เป็นธรรมดา อย่าว่าแต่อนุทินเลย
พระพิรุณเทพแห่งฝน ยังโดนด่า นับประสาอะไรกับนายกฯ
แต่ท่านก็ต้องลงพื้นที่ไปดูสถานการณ์ด้วยตัวเองทันทีหลังจากกลับจากทำภารกิจอื่น
ลุยต่อไปค่ะ ส่งกำลังใจให้พี่น้องที่ประสบภัย
ท่านนายกฯ และทีมทำงานช่วยเหลือทุกคน
………………………………………
Bow Nuttaa Mahattana
มีคนถามว่านายกฯ “เข้าไปทำไม”?
ทันทีหลังลงจากไฟลต์บินยาวร่วม 12 ชั่วโมง หลังภารกิจโตเกียว นิวยอร์ก ลอนดอน ที่มีวาระทางเศรษฐกิจอยู่มากมาย
และหลังจากที่หน่วยงานต่างๆ ได้ลุยหน้างานกันมาหลายวันแล้ว..นายกฯ จะเข้าไปในพื้นที่หลายจุดทำไม?
จริงๆ จะไม่เข้าไปก็ได้ พื้นที่ กทม.มีผู้ว่าฯ ชัชชาติดูแลอยู่แล้ว
และเวลาผู้นำประเทศลงพื้นที่ใด
ก็ไม่เคยมีอะไรที่จะต้องไปลงมือทำตรงนั้น
ข้าวของให้คนอื่นแจกก็ได้ สั่งงานสั่งที่ไหนก็ได้
และในความเป็นจริง
ทุกหน่วยงานก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว
แต่การเข้าไปในพื้นที่ทุกครั้งนั้น คือการบอกว่า
“เรื่องนี้สำคัญ ตรงนี้สำคัญ และประชาชนสำคัญ”
เข้าไปรับฟังความรู้สึก เข้าไปดูผลของคำสั่ง เข้าไปเพื่อบอกว่า “รัฐบาลกำลังสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกคน
และจะไม่หายไปไหน ไม่ว่าจะเจอคำถามอะไร”
ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องทำแบบนี้
แล้วก็ไม่ผิด ถ้าใครจะไม่ทำ
เพราะต่อให้ไป ก็ใช่ว่าจะมีอะไรดีขึ้นมาในสถานการณ์เช่นนี้
ที่แน่ๆ มีโดนด่าแน่นอน
แต่ก็นั่นแหละ สำหรับ “นายกฯ อนุทิน” ต่อไปนี้คงไม่ต้องเดา
ยังไงเขาก็จะไปให้เห็นหน้าอยู่ดี
……………………………………..
Nalinchat Khotchawong
นายกฯ ไม่มาก็โดนด่า นายกฯ ลงพื้นที่น้ำท่วม ก็ด่าว่ามาทำไม สรุปแล้วมึงต้องการอะไรกับชีวิตของมึงกันแน่
กูงงพวกมึงแทนนายกฯ ละ
……………………………………..
ค.การเมือง
ใจพี่โคตรได้! รู้ว่าไปก็โดนด่า แต่ “อนุทิน” ยังเดินเข้าพื้นที่น้ำท่วม
“เอกภพ” ชื่นชม หลังนายกฯ ลงพื้นที่แฟลตคลองจั่น
ทั้งที่รู้ล่วงหน้าอาจเจอเสียงโห่และคำถามแรงๆ
จากเสียง “เข้ามาทำไม” ตอนเดินเข้า
กลายเป็นเสียงขอบคุณและกำลังใจตอนเดินกลับ
เพราะลงพื้นที่ตอนคนกำลังเดือดร้อน
มันไม่ใช่งานที่เลือกได้ว่าจะเจอแต่เสียงปรบมือ
หน้าที่คือต้องเข้าไปเห็นปัญหาด้วยตัวเอง
จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลก็อีกเรื่อง
แต่การกล้าเข้าไปเจอประชาชนตรงๆ ก็คืออีกเรื่องหนึ่ง
#อนุทิน #พูดแล้วทำ #ภูมิใจไทย
…………………………………………..
Darin Kaan
นายกฯ อนุทินเข้าพื้นที่สายไหม ไปเยี่ยมผู้ประสบภัยที่กำลังเดือดร้อนจากน้ำท่วม มีนักข่าวติดตามไปทำข่าวด้วย
ก่อนเข้าไป จะมีทั้งคำด่า มีทั้งเสียงตะโกนไม่พอใจ
ประชดประชัน ว่า “เข้ามาทำไม”
แต่นายกฯ ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ยิ้มรับอย่างเดียว
นั่งเรือ เอาน้ำดื่ม เอาอาหาร ไปให้ด้วยตัวเอง
พอออกมา กลับมีแต่เสียงชื่นชม
และยกย่อง ที่นายกฯ ไม่แสดงอาการ
กลับมีแต่ความห่วงใยและให้กำลังใจ….
อันนี้…นักข่าวที่ติดตามนายกฯ ไปทำข่าว เค้ารายงานเองว่า** ผมยอมใจนายกฯ จิงๆ**…..!!!
…………………………………………..
ครับ…..นายกฯ อนุทินเป็นคน “จริงใจ”
แต่ที่คนกรุงด่า “กูเลือกมากะมือ”
มันแสนจะเจ็บกระดองใจ!.
เปลว สีเงิน
๒๙ กันยายน ๒๕๖๙
