กรมทางหลวงเผยแบบทางหลวงแนวใหม่เลี่ยงเมือง อำเภอธาตุพนม

กรมทางหลวง เผยแบบทางหลวงแนวใหม่เลี่ยงเมือง อำเภอธาตุพนม เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยมีทางหลวงหมายเลข 212 เป็นทางหลวงสายหลักสำหรับการเดินทางเข้าตัวเมือง

ตามที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ผลักดันโครงการก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่ ทางเลี่ยงเมือง อำเภอธาตุพนม ถือเป็นหนึ่งในแผนการพัฒนาโครงข่ายทางหลวง จังหวัดนครพนม ในปีงบประมาณ 2564

หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศให้จังหวัดนครพนมเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านคมนาคม เพราะเป็นประตูเศรษฐกิจการค้าของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีที่ตั้งบริเวณชายแดนติด สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เชื่อมโยงเส้นทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

โดยมีทางหลวงหมายเลข 212 เป็นทางหลวงสายหลักสำหรับการเดินทางเข้าตัวเมือง แต่ด้วยสภาพเขตทางแคบ พื้นที่ข้างทางเป็นเขตเมืองยากต่อการขยายช่องจราจร ทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

ดังนั้น การก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองจึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหาการจราจร ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน รวมทั้งยกระดับด้านความปลอดภัยทางถนน และพัฒนาคุณภาพการให้บริการของระบบทางหลวง อีกทั้งยังช่วยเลี่ยงรถบรรทุกขนาดใหญ่ให้มาใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง เพื่อลดผลกระทบด้านการสั่นสะเทือนต่อพระธาตุพนมที่เป็น   ศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองนครพนม

กรมทางหลวง (ทล.) กระทรวงคมนาคม โดยสำนักสำรวจและออกแบบ ได้จัดจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาเพื่อสำรวจและออกแบบทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจร ทางเลี่ยงเมือง อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม โดยแนวเส้นทางโครงการมีจุดเริ่มต้นบนทางหลวงหมายเลข 212 บริเวณสะพานข้ามลำน้ำก่ำ ไปจนถึงบริเวณก่อนทางโค้งบ้านดงคราม

จากนั้น แนวเส้นทางจะเกาะไปตามขอบพื้นที่ของกรมชลประทานบริเวณลำน้ำก่ำ เมื่อออกจากพื้นที่บ้านดงครามแล้วจะเบี่ยงแนวไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และตัดกับ   แนวรถไฟในอนาคตโครงการทางรถไฟสายบ้านไผ่ – นครพนม และทางหลวงชนบท นพ.3048 ข้ามห้วยแคน แล้วไปบรรจบจุดสิ้นสุดโครงการบริเวณทางหลวงหมายเลข 212 ประมาณหลัก กม. ที่ 364 ครอบคลุมพื้นที่ 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลธาตุพนม ธาตุพนมเหนือ ฝั่งแดง น้ำก่ำ และพระกลางทุ่ง รวมระยะทางประมาณ 7.86 กิโลเมตร

สำหรับรูปแบบโครงการออกแบบเป็นถนนคอนกรีตขนาด 4 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3.50 เมตร แบ่งทิศทางจราจรด้วยเกาะกลางแบบร่องกว้าง 9.10 เมตร ไหล่ทางด้านในกว้าง 1.50 เมตร และด้านนอกกว้าง 2.50 เมตร เขตทางกว้าง 60 เมตร โดยใช้วงเงินงบประมาณในการก่อสร้างโครงการ 950 ล้านบาท

ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลเพื่อขอออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน ทั้งนี้หากโครงการมีการเวนคืนที่ดินแล้วจะมีความพร้อมเพื่อเสนอของบประมาณดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าสามารถเริ่มดำเนินการได้ในปีงบประมาณ 2566 โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้นประมาณ 3 ปี โดยมีรายละเอียดงานออกแบบ ดังนี้

1) ทางแยกบริเวณลำน้ำก่ำ กม. ที่ 1+006 จุดตัดกับทางหลวงหมายเลข 212 ที่จะเลี้ยวขวาเข้าสู่อำเภอธาตุพนม ซึ่งเป็นเส้นทางไปวัดพระธาตุพนม ออกแบบเป็นสามแยกระดับพื้น ควบคุมด้วยระบบสัญญาณไฟจราจร

2) ทางแยกจุดสิ้นสุดโครงการ กม. ที่ 8+606 จุดตัดกับทางหลวงหมายเลข 212 เลี้ยวซ้ายไปนครพนม เลี้ยวขวาไปอำเภอธาตุพนม ออกแบบเป็นสามแยกระดับพื้น ควบคุมด้วยระบบสัญญาณไฟจราจร

3) จุดกลับรถ กม. ที่ 4+795 ออกแบบเป็นลักษณะวงเวียนขนาด 1 ช่องจราจร ทั้ง 2 ทิศทางอยู่ใต้โครงสร้างสะพานที่ยกระดับข้ามทางหลวงชนบท นพ.3048 โดยจุดกลับรถนี้สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนทางหลวงชนบท นพ.3049

4) สะพานข้ามลำน้ำ และสะพานข้ามถนนท้องถิ่น ออกแบบเป็นสะพานคู่แยกซ้ายทางและขวาทาง ทิศทางละ 2 ช่องจราจร สะพานกว้าง 12.00 เมตรต่อทิศทาง (รวมราวสะพาน) มีไหล่ทางทั้งด้านในและด้านนอก

ทั้งนี้ เมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จจะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถรองรับปริมาณการเดินทางและขนส่งที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งช่วงเวลาปกติและในช่วงเทศกาล ทำให้การเดินทางเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดและระหว่างภูมิภาคมีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยมากขึ้น

อีกทั้ง ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายการคมนาคมขนส่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศเพื่อนบ้าน ส่งเสริมภาคขนส่ง เศรษฐกิจท่องเที่ยว การค้าชายแดน รองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)


Written By
More from pp
“ทิพานัน” ห่วงเพื่อไทยเปิดนโยบาย ซ้ำรอยอดีต “คิดใหญ่ โกงเป็น” จี้หยุดวาทกรรมเศรษฐกิจไม่ดี ยกผลประกอบธุรกิจ “ตระกูลชินวัตร” ตอกกลับ
“ทิพานัน” ห่วงเพื่อไทยเปิดนโยบาย ซ้ำรอยอดีต “คิดใหญ่ โกงเป็น” จี้หยุดวาทกรรมเศรษฐกิจไม่ดี ยกผลประกอบธุรกิจ “ตระกูลชินวัตร” ตอกกลับ ขณะที่ภาคธุรกิจ 112 องค์กร...
Read More
0 replies on “กรมทางหลวงเผยแบบทางหลวงแนวใหม่เลี่ยงเมือง อำเภอธาตุพนม”