รัฐบาลวอนผู้ชุมนุมนึกถึงบ้านเมือง หลังราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ ฯ ห้ามชุมนุม มีความผิดจำคุก 2 ปี ปรับ 40,000 บาท

5 ..64 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีวอนผู้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมหรือชุมนุมทางการเมืองห่วงใยความปลอดภัยของตนเองครอบครัวชุมชนและบุคคลอื่นทั่วไปรวมทั้งยังมีความผิดทางอาญาโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ตามที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงเรื่องการห้ามชุมนุมการทำกิจกรรมการมั่วสุมที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)  ฉบับที่ 9 ได้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2564   

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังเปิดเผยว่า ขณะนี้ ยังอยู่ในข้อกำหนดของการบริหารสถานการณ์ในฉุกเฉิน ห้ามการรวมกลุ่มและจำกัดการเคลื่อนที่ของบุคคล เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19  ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้แจ้งเตือนตลอดว่า การที่มีบุคคลจำนวนมากมารวมตัว ยิ่งเพิ่มโอกาสในการแพร่/รับเชื้อไวรัส โควิด-19 และอาจจะนำปสู่การแพร่ระบาดในครอบครัวหรือชุมชนมากยิ่งขึ้น ทำให้การป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 มีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น   

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลขอยืนยันว่า ประชาชนยังคงมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองอย่างสุจริต และยังสามารถแจ้งข้อร้องเรียนเบาแสะการกระทำผิดถึงนายกรัฐมนตรีโดยตรงผ่านช่องทาง 1111  ด้วยจึงอยากขอความร่วมมือจากกลุ่มผู้ชุมนุมรวมทั้งผู้ที่จะเข้าร่วมการชุมนุมอีกครั้ง ให้คำนึงถึงประเทศชาติและความพยายามของทุกฝ่ายในการควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19  เพราะทุกคนคือคนไทย และขอขอบคุณประชาชนส่วนใหญ่ที่ให้ความร่วมมือกับมาตรการต่าง ที่ทางศบค.ประกาศออกมาแล้วก่อนหน้านี้

ภาพจากเพจ โปลิศไทยแลนด์ – Police Thailand News


Written By
More from pp
บลูการ์ด จับมือ สิงห์ รีวอร์ด เปิดตัวแคมเปญ “โอนคะแนนสะสม สิงห์ รีวอร์ด กับคะแนนสะสม บลูการ์ด”
นายนิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร นวัตกรรมและความยั่งยืน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ พร้อมด้วย นายธิติพร ธรรมาภิมุขกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มการตลาดแบรนด์ (Chief Marketing Officer – Brand)...
Read More
0 replies on “รัฐบาลวอนผู้ชุมนุมนึกถึงบ้านเมือง หลังราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ ฯ ห้ามชุมนุม มีความผิดจำคุก 2 ปี ปรับ 40,000 บาท”