กสทช.ต้องปล่อยให้คาราคาซัง?

สันต์ สะตอแมน

แต่งงานกันหม้อ (ข้าว)ไม่ทันดำ..

ฝ่ายสามี- “ดีเจแมน” หรือนายพัฒนพล มินทะขิน ชีวิตก็ทำท่าจะวุ่นวาย หลังถูกแฉ-ถูกโยงร่วมขบวนการแชร์ลูกโซ่ “FOREX 3D” ที่กำลังเป็นกระแสร้อนอยู่ในห้วงนี้..

โดยเฉพาะ “ค่าสินสอด” ที่แต่งกับ “ใบเตย อาร์สยาม” มีคำถาม.. “รวยจากไหนมา”?

นี่..แทนที่จะได้ฮันนีมูน-ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันตามประสา “ข้าวใหม่-ปลามัน”  กลับต้องมานอนเอามือก่ายหน้าผากอยู่บนเตียงเคียงคู่กัน ซึ่งข้อเท็จ-จริงจะเป็นอย่างไรนั้น…

“ดีเจแมน” คนเดียวที่รู้ดี!

และถ้อยแถลง-คำชี้แจงที่พูดมา ขออย่าได้ “มุสา” ก็แล้วกัน เพื่อที่นักร้องสาว “สั้นเสมอหู” จะได้อยู่ครองรัก-ครองเรือน มีความสุขตลอดไป!

แต่นี่ไม่โกหกแน่..นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) พูดเมื่อวันก่อน และผมได้ลอกจากมติชนออนไลน์ ว่า..

“ขณะนี้มีผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัลโทรมาปรึกษาว่าประกอบกิจการไม่ไหว แม้จะไม่ต้องจ่ายค่าประมูลแล้ว แต่ผลประกอบการยังขาดทุนเรื่อยๆ

ดังนั้น มีผู้ประกอบการอีกหลายช่องอยากยุติการให้บริการและอยากได้เงินคืนเหมือนผู้ประกอบการ 8 ช่องที่แจ้งความประสงค์คืนคลื่นก่อนหน้านี้

ในเรื่องนี้คงต้องไปดูในข้อกฎหมายว่าจะทำได้หรือไม่ และต้องดูว่าจะสามารถใช้คำสั่งคสช.มาตรา 44 เดิมได้หรือไม่

ซึ่งผู้ประกอบการที่จะคืนคลื่นในล็อตใหม่อยากได้เงื่อนไขเหมือนผู้ประกอบการในล็อตแรก ดังนั้นจะเสนอเรื่องดังกล่าวไปให้อนุกรรมการเยียวยาพิจารณาก่อนว่าจะช่วยได้หรือไม่ และช่วยอย่างไร

การคืนช่องทีวีดิจิทัล ถ้ามองว่ารัฐเสียหายไหม สมมุติว่าทีวีดิจิทัลมีการคืน 2 ช่อง ก็จะได้คลื่นกลับมา 2.5 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งคลื่นดังกล่าวมีมูลค่า หากนำไปเปิดประมูลโทรคมนาคมน่าจะได้เงินกลับมา 4-5 พันล้านบาท

สามารถนำเงินดังกล่าวไปคืนผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 600-700ล้านบาท

ถ้ามองแบบนี้ถือว่าคุ้มค่า รัฐไม่ได้เสียอะไร แต่การช่วยต้องดูถึงความเหมาะสม เพราะก่อนหน้านี้เปิดโอกาสให้คืนล็อตแรกไปแล้ว

ขณะนี้มีทีวีดิจิทัลเหลืออยู่ 15-16ช่อง ยังไม่ทราบว่าจะคืนเท่าไหร่ ถ้าถามผมแนวโน้มที่จะช่วยเหมือนล็อตแรกคงยาก แต่ก็จะดูให้

เพราะถ้าไม่เข้าไปช่วยผู้ประกอบการสามารถหยุดกิจการไปเลย รัฐไม่ต้องคืนเงิน แต่ผู้ประกอบการอยากได้เงินคืนก็จะทนดำเนินกิจการต่อไป ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาคาราคาซังไปเรื่อยๆ”

ครับ..ก็ชัดแจ้งแดงแจ๋ แต่ความเห็นผม เมื่อติดขัดข้อกฏหมายไม่อาจคืนช่องแล้วได้รับเงินตอบแทนเหมือนล็อตแรก..

กสทช.ก็ควรปล่อยให้เป็นความรับผิดชอบของผู้ประกอบการไป ทนดำเนินกิจการได้ก็ทนไป..

คาราคาซังไม่นานหรอก..เชื่อเหอะ!

Written By
More from pp
รมต.อนุชา ถวายเครื่องสักการะเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2564 พร้อมตรวจเยี่ยมศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อ เขตสัมพันธวงศ์ หรือ Community Isolation (CI)
18 สิงหาคม 2564 เวลา 09.00 น. นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แทน พลเอก ประยุทธ์...
Read More
0 replies on “กสทช.ต้องปล่อยให้คาราคาซัง?”