ผสมโรง
สันต์ สะตอแมน
“การบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์..
ล้มเหลวสิ้นเชิงทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขปัญหาโควิด..เชื่อว่าประยุทธ์จะไปเร็ว เดือนพฤษภาคมรอดยาก..”
นี่..นายจตุพร พรหมพันธุ์ ว่าอย่างนี้ คนรักนายกฯ ลุงตู่ก็เตรียมผ้าเช็ดหน้าเอาไว้ เพื่อจะได้ซับน้ำตาอาลัยอาวรณ์ เมื่อถึงตอนวันประกาศ “ลาออก” หรือ “ยุบสภา”!
แต่ถ้า “ลุงตู่”ยังไม่ไปไหน ยังอยู่ให้ “น้องตู่” ได้โหนด่า-โหนไล่อยู่ต่อไป คนที่เกลียด–ที่ชังก็อย่าได้กระอักเลือดตายเสียก่อนล่ะ!
ครับ..พูดถึงเรื่องรักเรื่องเกลียด ก็บังเอิญได้อ่านข้อความที่คุณมะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ โพสต์เมื่อวันก่อน ซึ่งน่าสนใจและชวนให้คิดอยู่ หากแต่..
แต่อะไร เดี๋ยวท่านผู้อ่านเห็นข้อความของคุณมะเดี่ยวก่อนแล้วค่อยคุยกัน..“จากนี้วงการบันเทิงจะเปลี่ยนไปนะ คนไม่ชอบดารามากขึ้นเพราะรู้ว่าในวิกฤติแบบนี้ ดารานักร้องศิลปินไม่ได้ช่วยอะไร
จริงอยู่ว่างานอย่างพวกเรามีส่วนช่วยทำให้การกักตัวของประชาชนมีอะไรกล่อมเกลาจิตใจบ้าง แต่คนเครียดกันหนักขนาดนี้จะเอาอะไรมาบันเทิงคงเอาไม่อยู่แล้ว
แล้วยิ่งดาราศิลปินออกมาโพสต์โชว์สิทธิพิเศษ ออกมาทำตัวลอยเหนือปัญหาทั้งปวง นั่นยิ่งทำให้ความรู้สึกห่างเหินกับพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนท่านห่างออกไปทุกที
และนั่นก็ทำให้ความคิดที่ว่าพวกนี้เต้นกินรำกินอวยผู้มีอำนาจไปวันๆ ชัดแจ้งยิ่งขึ้น
รำลึกยุคเขมรแดงเรืองอำนาจ ดารานักร้องศิลปินถูกกำจัดเป็นพวกแรกๆ ก็ด้วยความโกรธแค้นของประชาชนด้วยวิธีคิดแบบเดียวกัน
หวังว่าบ้านเมืองเราคงไปไม่ถึงจุดนั่น แต่เมื่อเหตุการณ์ถึงปกติสุข (ที่ไม่รู้ว่าจะอีกนานเท่าไหร่) หน้าตาของวงการบันเทิงจะเป็นแบบไหน
เอเจนซี่สินค้าใดๆ จะยังกล้าจ้างดาราศิลปินโง่ๆ ที่เปนสลิ่ม เปน ignorant ไปนำเสนอสินค้าตัวเองหรือไปเล่นละครอยู่หรือเปล่า แต่ก็ไม่แน่เพราะพวกเอเจนซี่กับลูกค้าและช่องทีวีส่วนใหญ่ก็ศีลเสมอกัน
เวลาดาราศิลปินอ้อนแฟนๆ ก็จะบอกว่าตนเปนคนของประชาชน แต่ว่าเวลาออกความเห็นอะไรง่าวๆ ก็มักจะบอกว่าเปนความเห็นส่วนตัว
ถ้านั่นทำให้คนที่สนับสนุนคุณผิดหวังหรือเสื่อมความนิยมก็คือสิ่งที่สมควรได้รับ
แล้ววันหนึ่งคุณออกมาบอกว่ารับใช้พี่น้องด้วยความสุขความบันเทิง ใครจะไปเชื่อ เพราะคุณตอแหลออกสื่อไปแล้วโดยไม่รู้ตัว..ตามนั้น”
คือ..มุมมอง-ความคิดของคุณมะเดี่ยวในเรื่องนี้น่าสนใจอยู่ ควรที่คนในวงการบันเทิงจะได้นำไปคิด-ทบทวน ในยามวิกฤติแบบนี้ สมควรจะวางตัว หรือทำอะไรให้เกิดเป็นมรรคผลต่อสังคมได้บ้าง?
แต่..ก็น่าเสียดายที่คุณมะเดี่ยวเอาความคิด-มุมมอง (ที่ดี) ไปผูกกับการเมือง-อุดมการณ์ของตัวเอง ซ้ำไปแซะไปแขวะคนอื่นเป็นสลง-สลิ่ม เป็น “ดาราศิลปินโง่ๆ”
ซึ่งทำให้ “ด้อยค่า” ตัวเองลง ให้ถูกมองไปว่าที่พูด (เขียน) นั้น เจตนาไม่ได้มีความจริงใจหรือห่วงวงการบันเทิงจะเปลี่ยนไป..
หากแต่จะด่ารัฐบาล กับประจานศิลปิน ดารา นักร้อง ตลกเท่านั้นเอง!
ผมก็ไม่รู้นะ..เอเจนซี่สินค้ายังจะกล้าจ้างดาราศิลปินโง่ๆ ที่เป็นสลิ่มรึเปล่า แต่ที่พอจะได้ยิน ค่ายหนัง-ค่ายละครหลายแห่งเขาไม่ (ค่อย) กล้าจะจ้างคุณมะเดี่ยวเป็นผู้กำกับ..
นั่นเพราะ “ศีลไม่เสมอกัน”ไง!