3 พฤศจิกายน 2569 ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความเห็นกรณีพรรคประชาชนเปิดแคมเปญรับบริจาคเงินจากประชาชน เพื่อสนับสนุนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า การระดมทุนของพรรคการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และถือเป็นช่องทางหนึ่งที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง อย่างไรก็ตาม เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความจำเป็นในการรับบริจาค พรรคก็ควรใช้โอกาสนี้ชี้แจงรายละเอียดให้สังคมเข้าใจอย่างครบถ้วน
ผศ.ดร.วันวิชิต ระบุว่า ประเด็นแรกที่ควรอธิบายคือ เหตุใดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเป็นภารกิจโดยตรงของฝ่ายค้านตามรัฐธรรมนูญ จึงจำเป็นต้องระดมทุนเพิ่มเติมจากประชาชน ทั้งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีทรัพยากรสนับสนุนการทำงานอยู่แล้ว
ประเด็นต่อมาคือ เงินบริจาคจะถูกนำไปใช้ในกิจกรรมใดบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมข้อมูล การศึกษาข้อกฎหมาย การว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญ หรือการจัดเตรียมเอกสารประกอบการอภิปราย รวมถึงควรชี้แจงว่ามีการจัดซื้อข้อมูลหรือว่าจ้างบุคคลภายนอกหรือไม่ และมีกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องอย่างไร
นอกจากนี้ พรรคควรเปิดเผยกรอบงบประมาณที่คาดว่าจะใช้ในการอภิปรายครั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพว่ากิจกรรมดังกล่าวมีต้นทุนเท่าใด และมีเหตุผลรองรับค่าใช้จ่ายแต่ละส่วนอย่างไร
**อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือ พรรคประชาชนมีทั้ง สส. ผู้ช่วย สส. ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก ซึ่งได้รับค่าตอบแทนและทรัพยากรสนับสนุนจากภาครัฐอยู่แล้ว จึงควรอธิบายว่าบุคลากรและทรัพยากรเหล่านี้ยังมีข้อจำกัดในส่วนใด รวมถึงเงินสนับสนุนพรรคการเมืองจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองที่ได้รับผ่าน กกต. สามารถนำมาใช้สนับสนุนภารกิจดังกล่าวได้มากน้อยเพียงใด**
ผศ.ดร.วันวิชิต มองว่า คำถามเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าการเปิดรับบริจาคมีความผิดปกติ แต่เป็นประเด็นที่ประชาชนมีสิทธิสอบถาม โดยเฉพาะเมื่อเป็นการระดมทุนเพื่อภารกิจเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับแหล่งเงินทุนสนับสนุนพรรคในปัจจุบัน หรือการเปลี่ยนแปลงบทบาทของผู้สนับสนุนรายใหญ่ในอดีตนั้น เห็นว่าควรพิจารณาจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรด่วนสรุปหรือเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดโดยไม่มีหลักฐาน
ทั้งนี้ พรรคประชาชนเป็นพรรคที่ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและความโปร่งใสมาโดยตลอด การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเงินบริจาคอย่างชัดเจน ทั้งเป้าหมายการระดมทุน ยอดเงินที่ได้รับ รายการใช้จ่าย และเงินคงเหลือหลังสิ้นสุดการอภิปราย จึงเป็นโอกาสแสดงให้เห็นถึงการนำหลักการดังกล่าวมาใช้กับการดำเนินงานของพรรคเอง
**“เมื่อพรรคการเมืองเรียกร้องให้รัฐบาลตอบคำถามและเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชน พรรคการเมืองเองก็ควรพร้อมตอบคำถามในมาตรฐานเดียวกัน เพราะความโปร่งใสไม่ใช่เรื่องของฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน แต่เป็นหลักการที่ทุกฝ่ายควรยึดถือ”**
ผศ.ดร.วันวิชิต เห็นว่า หากพรรคประชาชนสามารถชี้แจงข้อสงสัยเหล่านี้ได้อย่างครบถ้วน ก็จะช่วยลดความคลางแคลงใจ และทำให้ประชาชนเข้าใจถึงความจำเป็นของการระดมทุนครั้งนี้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องปล่อยให้เกิดการตีความหรือข้อสงสัยที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในระยะยาว.
