เปลว สีเงิน
ประเทศไทยช่วงนี้….
ดูเหมือน “ต้องโฉลก” กับ “ประเทศเพื่อนบ้าน” เป็นพิเศษ
“ปัญหาเขมร” ทางตะวันออก ยังไม่จบ
“ปัญหาพม่า” ทางตะวันตก ก็เข้ามาแทรกอีก!
โดยพม่า “ถล่มกะเหรี่ยง” ที่อยู่ชายแดน ฝั่งตรงข้าม “แม่สอด” จังหวัดตาก ของไทย
แรงระเบิดและกระสุนปืนปลิวข้ามมาตกฝั่งไทย
นอกจากบ้านเรือนเสียหายแล้ว
ชาวบ้านยังต้องหนีภัยชนิดไม่เป็นอันกินอันนอน
“นายกฯ อนุทิน”….
ส่งสัญญานกังวลไปถึง “รัฐบาลเมียนมา” แล้ว
ผ่านช่องทางการทูตและกองทัพ
พร้อมเชิญเจ้าหน้าที่ “สถานทูตเมียนมา”
ให้มารับทราบจุดยืนของไทยเป็นทางการ
นั่นเรื่อง “ชายแดน” ไทย-พม่า
มาถึงเรื่อง “ในเมือง” ว่าด้วยแรงงานพม่าบ้าง
เมื่อวันอาทิตย์ “นายวีระ แสงทอง”
ยกแก๊งพม่าไปชุมนุมและแจกใบปลิวที่หน้า UN
เรียกร้องให้ “รัฐบาลไทย”
ยกเลิก “ศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่า” (ศูนย์ CI)
ให้ใช้เพียง “บัตรสีชมพู”
ทั้งแจกใบปลิว ต่อต้าน “รัฐบาลทหารพม่า”
ค้านการหักเงิน ๒๕ %
และการจัดเก็บ “ภาษีเงินเดือน”
ส่งให้กองทัพ “นายพล มิน อ่อง หล่าย”
การชุมนุมหน้า UN ของกลุ่มนายวีระ
ทำให้ “กลุ่มประชาชนฝ่ายปกป้องสถาบันชาติ”
“ไม่พอใจ”
ที่พวกแรงงานพม่าเข้ามาแล้ว “กำเริบเสิบสาน”
ทั้งนำการเมืองในพม่ามาเคลื่อนไหวในประเทศ
จึงออกมาขับไล่
ไม่ให้นายวีระชุมนุมสร้างความวุ่นวายในไทย
จนเกิดอุบัติเหตุ
มีอวัยวะบางส่วน “ถูกเนื้อ-ต้องตัว” กันขึ้น!
จึงมีคำถามขึ้นในสังคม “คนรักบ้าน-รักเมือง” ว่า
“นายวีระ แสงทอง” คือใครกันแน่?
ใช่ “เด็กในอุปถัมภ์” ของพรรคประชาชนหรือไม่?
เพราะเห็น “พรรคประชาชน”
สนับสนุนการเคลื่อนไหวของ “นายวีระ” ตลอด
ถึงขั้นให้เข้าไปใช้ “รัฐสภา” เป็นเวทีเรียกร้อง
ทั้งสนับสนุนให้ “แรงงานพม่า” ในไทย
จัดตั้ง “สหภาพแรงงาน” ของตัวเองได้!?
ประเด็นนี้ มีการถกเถียงกัน โดยแยกเป็น ๒ ฝ่าย
คือฝ่ายเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย
ที่จะให้แรงงานพม่าตั้ง “สหภาพแรงงาน”
“Muywud Jansse” โพสต์ว่า….
เคสนี้กำลังเดือดในโซเชียลเมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมาครับ
มีประเด็นถกเถียงว่า
“พรรคประชาชน” ไปสนับสนุนแนวคิดให้
“แรงงานเมียนมาในไทย”
จัดตั้ง “สหภาพแรงงาน” ของตัวเองได้
ซึ่งฝั่งที่เห็นด้วยบอกว่า….
เป็นสิทธิตามหลัก ILO และการคุ้มครองแรงงาน
ฝั่ง “เต้ อาชีวะ-อัครวุธ ไกรศรีสมบัติ” แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน ออกมาโพสต์ วิจารณ์เดือด มองว่า:
– เป็นการ “เอื้อต่างด้าว” เกินขอบเขต
คนไทยควรได้ “สิทธิแรงงาน” ก่อน
– กังวลว่าจะกลายเป็นช่องให้แรงงานข้ามชาติ
รวมตัว “เรียกร้องทางการเมือง”
กระทบความมั่นคงและระบบแรงงานไทย
– โยงกับนโยบายเก่าๆ ของค่ายส้มที่เคยเสนอให้
แรงงานข้ามชาติ “มีสิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม” (ที่เต้เคยด่ามาแล้วเมื่อปลายปี 66)
โพสต์ของเต้ เลยจุดกระแส ๒ ฝั่งเถียงกันหนัก
“ข้อกฎหมายจริงๆ ในไทยเป็นยังไง?”
1.แรงงานข้ามชาติมีสิทธิเป็นสมาชิกสหภาพได้
แต่ตาม “พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ 2518”
ผู้ก่อตั้งสหภาพ 10 คน ต้องเป็นสัญชาติไทย
และ “กรรมการสหภาพ” ต้องเป็นคนไทยเท่านั้น
ต่างด้าว “เป็นสมาชิกได้” แต่ “เป็นกรรมการ” ไม่ได้
2.ILO อนุสัญญา 87และ 98 ที่ไทยเป็นภาคี บอกว่า
“ลูกจ้างทุกคนควรมีสิทธิรวมตัวโดยไม่เลือกสัญชาติ”
แต่ “กฎหมาย” ไทย ยังสงวนไว้ให้ “คนไทยเป็นแกนนำ”
3.ปัญหาที่ถกเถียงกันคือ
ถ้าให้ตั้งสหภาพใหม่ที่เป็นเมียนมาล้วน
จะขัดกฎหมายไทยปัจจุบันหรือไม่?
และจะกระทบการเจรจาต่อรอง “การควบคุมแรงงานผิดกฎหมาย” และเรื่อง “ความมั่นคง” หรือเปล่า?
ตอนนี้ยังไม่มีการอนุญาตให้ตั้ง “สหภาพแรงงานเมียนมา”ใหม่เป็นทางการ
เป็นแค่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ถูกหยิบมาโต้กันทางการเมือง
……………………………………
สรุปแล้ว “วีระ แสงทอง” ชื่อไทย แต่กายและใจเป็นพม่านั้น
แท้จริงแล้ว “วีระ” คือใคร มีความเป็นมาอย่างไร?
ผมเปิดดูตามเฟซ พบเพจ “ต่างด้าวทำอะไร” โพสต์ไว้ว่า
#ใบเกิดวีระถูกยกเลิก! อำเภอทำเอง!
ไม่ได้มีคำสั่งจากส่วนกลาง!!!
อำเภอไท….จังหวัดกาญจนบุรี ยกเลิกใบเกิด “นายวีระ แสงทอง” แล้วนะคะ!
ย้ำว่า “อำเภอยกเลิกเอง”!
คำถามคือ… ถ้า “ใบเกิด” ถูกต้องมาตั้งแต่แรก
จะยกเลิกทำไม?
หรือหวังตัดตอนความผิดไม่ให้สาวถึงตัวใครบางคนรึเปล่า?
หากพบทุจริต “การแจ้งเท็จ-รับแจ้งเท็จ”
ยกเลิกใบเกิดได้ แต่ยกเลิกความผิดไม่ได้ค่ะ!
-ที่มา ชวลักษณ์ เวียงวิเศษ – ไทยต้องรู้
และโพสต์ต่อมาของ “ต่างด้าวทำอะไร” มีเนื้อหาต่อเนื่อง
#ถูกถอนใบเกิด แต่ “วีระ แสงทอง”
อาจยังมีช่องทาง “ขอสัญชาติไทย”!
แม้ “วีระ แสงทอง” จะถูกถอนหลักฐานการเกิด
จนไม่สามารถใช้ช่องทาง “ขอสัญชาติไทย” จากการเกิดในประเทศไทยได้
แต่โอกาสได้สัญชาติไทยยังมี
ผ่านช่องทาง “การขอมีถิ่นที่อยู่ถาวร” ซึ่งอาจนำไปสู่การขอแปลงสัญชาติไทยตามมาตรา 10 พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 ได้
ลองจินตนาการดูว่า….
ในอีก5 ปี 10 ปีข้างหน้า หากมีการ “เปลี่ยนขั้วทางการเมือง” นายวีระ จะขอ “แปลงสัญชาติ” สำเร็จไหม?
สิ่งที่ควรตรวจสอบคือ
“ใครเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนนายวีระ แสงทอง อยู่เบื้องหลัง?”
เพราะนายวีระไม่มีข้อมูลอาชีพและแหล่งรายได้ที่ชัดเจน
แต่กลับมีข้อมูลว่า…
ครอบครอง “คอนโดมิเนียมหรู” ถึง 2 แห่งในกรุงเทพฯ
คำถามคือ ทรัพย์สินเหล่านี้ได้มาอย่างไร
มีรายได้จากช่องทางไหน
และมีใครให้การสนับสนุนทางการเงินหรือไม่?
Cr. ชวลักษณ์ เวียงวิเศษ – ไทยต้องรู้
…………………………………..
ครับ…ก็ยังไม่ชัดเจนในข้อมูลนี้เท่าไรนัก
ไปอ่านที่ #Thaitribune โพสต์ไว้ มีความชัดเจนเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่ง แต่เนื้อหาค่อนข้างยาว
ผมจึงขออนุญาต “Thaitribune” นำบางตอนมาลงตรงนี้
โดย #Thaitribune เริ่มว่า…
วีระ แสงทอง คือ #แกนนำ Bright Future
ถูกจับตาสถานะบุคคล-ขอสัญชาติไทย
อ้างเกิดในไทย ซึ่งยังต้องพิสูจน์
ชื่อของ นายวีระ แสงทอง หรือชื่อที่ปรากฏในแหล่งข้อมูลตรวจสอบข้อเท็จจริงบางแห่งว่า “สุรัจ กีรี”
ถูกจับตามองจากประเด็น #สถานะบุคคล
และ #กระบวนการขอสัญชาติไทย
หลังปรากฏข้อมูลสาธารณะว่าเป็น #นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิแรงงานชาวเมียนมาในประเทศไทย
และทำงานในนามกลุ่ม #Bright Future
ซึ่งเคยยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐสภาและหน่วยงานไทย
เกี่ยวกับ #สิทธิและเอกสารของแรงงานเมียนมาในไทยอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากรัฐสภาระบุว่า วีระ แสงทอง
เคยเข้ายื่นหนังสือต่อ “คณะกรรมาธิการการแรงงาน”
ในฐานะ “ตัวแทนผู้ใช้แรงงานข้ามชาติชาวเมียนมา”
ในนาม Bright Future เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2567
ขณะที่ในเดือนสิงหาคม 2568 เขายังเป็นผู้ประสานงาน Bright Future ที่ยื่นหนังสือต่อ “กรรมาธิการวุฒิสภา”
ขอให้รัฐบาลพิจารณาใช้ ….
#บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือ “#บัตรชมพู”
เป็นเอกสารหลักในการ #รับรองตัวตนแรงงานเมียนมา
โดยไม่ต้องใช้เอกสาร Certificate of Identity(CI)เพิ่มเติม
ประเด็นที่กำลังถูกนำมาตั้งคำถามคือ
“สถานะเดิม”ของวีระ แสงทอง
และสิทธิในการยื่น “ขอสัญชาติไทยโดยการเกิด”
โดยมีการกล่าวอ้างในสังคมออนไลน์ว่า เจ้าตัวอ้างว่าเป็น “บุคคลจาก “กลุ่มชาติพันธุ์” ที่เกิดในประเทศไทย”
แต่ “เติบโตในเมียนมา”
และปัจจุบันกำลังเดินหน้ากระบวนการ “ขอสัญชาติไทย”
สำหรับภูมิหลังนั้น แหล่งตรวจสอบข้อเท็จจริงของ AFP
ระบุชื่อ “วีระ แสงทอง”
ว่าเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิแรงงานเมียนมาในไทยจากกลุ่ม Bright Future
เขาให้ข้อมูล #การเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาและการเรียกร้องสิทธิของแรงงานเมียนมาในไทย
ด้าน #Cofact ระบุว่า “วีระ แสงทอง” เป็นชื่อที่ใช้ในไทยของบุคคลชื่อ “สุรัจ กีรี”
………………………..
ส่วนข้อกล่าวหาว่าเจ้าตัว “ซิกแซก” จนได้ “บัตรหัวศูนย์”
หรือ “เลขประจำตัว” ขึ้นต้นด้วย 0 นั้น
ยังต้องมีหลักฐานจากทะเบียนราษฎรหรือคำชี้แจงของ “กรมการปกครอง” จึงจะสรุปได้ว่า
นายวีระได้บัตรมาอย่างไร และภายใต้สถานะใด?
การมีเลขประจำตัวหรือบัตรของบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ไม่ได้เท่ากับการมีสัญชาติไทย
และไม่ใช่หลักฐานว่า “บุคคลนั้นเป็นคนไทย”
อีกด้านหนึ่ง บทบาททางการเมืองของวีระในฐานะแกนนำ Bright Future มีหลักฐานสาธารณะค่อนข้างชัดเจน
โดยกลุ่มดังกล่าวเคยทำกิจกรรมเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองเมียนมา รวมถึงเรียกร้องให้
#รัฐบาลไทยลดภาระด้านเอกสารของแรงงานเมียนมา
และให้ #ใช้บัตรชมพูเป็นหลัก ในการยืนยันตัวตน
ขณะที่ iLaw รายงานว่า Bright Future
จัดกิจกรรมในวันแรงงาน 2569
และแสดงจุดยืนเกี่ยวกับประชาธิปไตยและสถานการณ์รัฐประหารในเมียนมา
เมื่อ 5 เมษายน 2568 ยังมีรายงานการรวมตัวของกลุ่มแรงงานเมียนมาในกรุงเทพฯ ภายใต้การนำของวีระ
เพื่อแสดงจุดยืนเกี่ยวกับการเมืองเมียนมา
และการเชิญผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาเข้าร่วมการประชุมในประเทศไทย
โดยมีเหตุการณ์เผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุมอีกฝ่ายเกิดขึ้นบริเวณหน้าสำนักงานสหประชาชาติ
สำหรับข้ออ้างว่า พรรคการเมืองฝ่ายสีส้ม กลุ่ม iLaw หรือองค์กรเอ็นจีโอ ที่ได้รับเงินจากต่างประเทศ
สนับสนุนการขอสัญชาติไทยให้วีระ นั้น
จากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบได้ในครั้งนี้
พบหลักฐานว่า iLaw
เคยเผยแพร่กิจกรรมและข้อเรียกร้องของ Bright Future
…………..ฯลฯ………………….
เอาพอ “ได้รู้จักตัวตน” นายวีระที่มี “หัวนอน-ปลายตีน” ยังคลุมเครือ ชัดเจนเพียงเป็น “เด็กคอกส้ม” ไว้แค่นี้ คงพอนะครับ
ช่วงนี้ “นายฯ อนุทิน” คงต้อง
“บริหารความเสี่ยง” ด้านพม่า อีกสักอึดใจพระพุทธ!
เปลว สีเงิน
๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๙
