สันต์ สะตอแมน
อุดมการณ์ตรงกันแน่นะ?
ผมถาม พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นหัวหน้าพรรครักเมืองไทย และเปิดเผยรูปแบบการทำงานว่า พร้อมร่วมมือกับบุคคลฝ่ายคุณธรรมที่มี “อุดมการณ์ตรงกัน”..
อย่าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และหมอวรงค์ โดยอาจใช้กลยุทธ์ “สงครามกองโจร” ขับเคลื่อนงานทั้งในและนอกสภา น่ะ!
ที่ถามให้แน่ใจ-มั่นใจ ด้วยเพราะได้ยินพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยได้พูดถึง พล.ต.ท.เรวัช ว่า..
“ไม่เหมือนกับตน เขาออกทีวี คุยว่ามีปืนอย่างโน้นอย่างนี้ ไปไหนพกปืน วิสามัญไปไม่รู้กี่ศพ
ซึ่งตนไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน พูดโม้ไปเรื่อย มีโจรก็ส่งลูกน้องไปยิง ไม่ได้ทำเอง ไม่ได้ใช้การต่อสู้
ไม่ได้ใช้ความกล้าหาญ แต่ไปแอบยิงเขา ถามว่าทำไมจะไม่รู้ ตนผ่านงานมาเยอะ พวกนี้ทำเขาไว้มาก ก็กลัวตายเหมือนกัน กลัวเขามาเก็บ จึงต้องมีอาวุธครบหมด
มีทั้งในบ้าน ห้องนอน ห้องรับแขก วางไว้ทั่ว เพื่อป้องกันตัว จะไปไหนคนเดียวแบบตนก็ไม่กล้า แห่ไปเป็นขบวน สิ้นเปลือง ไม่ได้ประโยชน์
ดังนั้นแนวคิดการทำงานไม่เหมือนกัน”
ว้า..อุตส่าห์ทอดไมตรี หวังผูกมิตรทางการเมือง แต่นายพลรุ่นพี่กลับพูดเสมือนไม่ให้ราคาค่างวด อย่างนี้เห็นที พล.ต.ท.เรวัชต้องโกรธ-ต้องแค้น เป็นศัตรูไปอีกคนสิท่า?
ผมว่าก่อนจะ “กอบกู้ศักดิ์ศรีคนไทย” ท่านน่าจะสวนหมัด-ตอบโต้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีให้ตัวเองก่อนดีไหม?
โดยเฉพาะประโยค “มีโจรก็ส่งลูกน้องไปยิง ไม่ได้ทำเอง” ไม่ใช่แค่ลดทอนความกล้าหาญ แต่ภาษานักเลงเขาว่า “เหยียบหน้ากันชัดๆ”!
ครับ..ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนคงได้ดูคลิป “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” ศิลปินระดับโลกสุดฮอต นั่งชนแก้วกับพิธีกรรายการทอล์กโชว์ระดับตำนานของสหรัฐอเมริกากันแล้ว
ผมเองก็ได้ดู และให้รู้สึกชื่นชม ยินดีกับการแสดงตัวตนความเป็นคนไทย ทั้งกับความเป็น “ศิลปินระดับโลก” ของเธอ
ซึ่งไม่ต่างไปจากความรู้สึกของ Chaichan Baimongkol ที่ได้โพสต์.. “โคตรภูมิใจเลย! ที่วันนี้มีคนไทยไปนั่งอยู่ตรงนั้น
The Tonight Show Starring Jimmy Fallon คือหนึ่งในเวทีทอล์กโชว์ระดับแถวหน้าของอเมริกา
ที่แบบ…คนที่จะได้ไปนั่งสัมภาษณ์ตรงนั้น ต้องเป็นคนที่มีชื่อเสียงในระดับโลกจริงๆ
ลองนึกภาพว่า รายชื่อเหล่านี้คือคนที่มานั่งบนเก้าอี้ตัวนี้ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
แซนดรา บูลล็อก
แมทธิว แม็คคอนาเฮย์
นิโคล คิดแมน
ซัลมา ฮาเย็ก
เฮเลน เมียร์เรน และแขกรับเชิญในตอนถัดจากลิซ่า คือ…ทอม ครูซ
แค่นี้ก็น่าจะอธิบายได้แล้วว่า วันนี้ ลิซ่าเดินทางมาไกลแค่ไหนบนเวทีระดับโลก
แต่สิ่งที่ผมรู้สึกภูมิใจยิ่งกว่า ความสำเร็จส่วนตัวของเธอคือ ไม่ว่าจะเดินทางไปไกลแค่ไหน ลิซ่าก็ยังพาความเป็นไทยติดตัวไปด้วยเสมอ
และครั้งนี้ มันคือคำง่ายๆ ที่คนไทยพูดกันทุกวัน
“สวัสดีค่ะ”
วันนี้เราเห็นทั้งฝรั่ง ไทย จีน คนดัง อินฟลูเอนเซอร์ พากันพูด พากันเต้น และทำท่า “สวัสดีค่ะ” กันไปทั่วโลก
คนจำนวนมหาศาล ที่อาจไม่เคยรู้ภาษาไทยแม้สักครึ่งคำ กำลังทำความรู้จักและพูดคำว่า
“สวัสดีค่ะ”
ถ้าประเทศเราต้องใช้งบประมาณประชาสัมพันธ์ เพื่อทำให้ภาษาและวัฒนธรรมของตัวเอง เข้าไปอยู่ใน Pop Culture ของโลกได้ขนาดนี้
ผมไม่รู้ว่าจะต้องใช้เงินเท่าไหร่? แต่ลิซ่าก็ทำให้มันเกิดขึ้นได้ อย่างเป็นธรรมชาติ
สำหรับผม นี่คือคุณูปการมหาศาลต่อประเทศไทย ที่ไม่สามารถ ประเมินค่าเป็นตัวเงินได้เลย
ยินดีกับทุกความสำเร็จของลิซ่า และขอบคุณ ที่พาคำว่า “สวัสดีค่ะ” ไปทักทายคนทั่วโลก
และยิ่งนานวัน…ยิ่งชัดเจนว่า ลิซ่าคือเพชรเม็ดงามจากประเทศไทย ที่วันนี้ส่องประกายอย่างสดใสจริงๆ”
ครับ..แล้วนี่ รออีกไม่กี่เพลา คนไทยก็จะมี “เพชรเม็ดงาม” ขึ้นมาส่องประกายไปทั้งโลกอีกแล้ว..
เปล่งประกายให้เต็มที่ แล้วคว้าชัยชนะกลับมานะ..เนเน่!.
