ผักกาดหอม
สังเวชใจครับ…
กลับไปอ่าน ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ อีกครั้ง คิดไม่ถึงว่าวันนี้ประเทศไทยต้องมาเถียงกันเรื่องฮั้ว สว.
เพราะเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเป็นอีกอย่าง
คำอธิบายความหมายมาตรา ๑๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ อ่านแล้วได้เห็นความเป็นประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมของประชาชนสูงมาก
สูงจนไม่คิดว่าสุดท้ายจะมีการฮั้วกันได้
คำอธิบายค่อนข้างละเอียด
มาตรานี้เป็นบทบัญญัติเพื่อกำหนดที่มาของสมาชิกวุฒิสภาแนวทางใหม่ จากแนวความคิดที่ว่า ในยุคสมัยใหม่มักจะมีผู้เรียกร้องว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทางการเมือง
แต่ไม่เคยปรากฏว่ามีการบัญญัติไว้ในที่ใดว่าการมีส่วนร่วมที่จะก่อให้เกิดผลต่อประชาชนเป็นส่วนรวมนั้น จะดำเนินการได้โดยวิธีใด หรือแนวทางหรือวิธีการใดที่จะทำให้การมีส่วนร่วมของประชาชนเกิดขึ้นเป็นผลอย่างจริงจัง
การกำหนดให้วุฒิสภามาจากการแต่งตั้ง ก็มักมีข้อติติงว่าบุคคลเหล่านั้นมิได้มาจากประชาชน
ในขณะที่การกำหนดให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง ก็จะหลีกไม่พ้นที่ผู้สมัครเข้ารับเลือกตั้งจะต้องอิงหรือพึ่งพาพรรคการเมืองในการหาเสียงเลือกตั้ง
โดยทั้งสองกรณีนั้น ประชาชนทั่วไปคงได้แต่เพียงรับรู้ผลของการแต่งตั้ง หรือมีส่วนร่วมเฉพาะในขณะไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
การจะสมัครเข้ารับเลือกตั้งด้วยตนเอง มีข้อจำกัดต่างๆ มากมาย ทั้งในแง่ของค่าใช้จ่าย และการดำเนินการให้ได้รับเลือกตั้ง
ทั้งผู้สมัครและผู้ได้รับเลือกตั้งก็มิได้มีความหลากหลายในด้านความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงานหรือเคยทำงานด้านต่างๆ ที่มีอยู่หลากหลายในสังคม
จึงยากที่จะเข้าใจความนึกคิดและความต้องการที่แตกต่างกันของกลุ่มบุคคลที่หลากหลายเหล่านั้นได้
ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงได้กำหนดวิธีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาขึ้นใหม่ โดยเน้นความสำคัญของประชาชนทั่วไปที่จะเข้ามาสมัครได้โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเกินกำลังของบุคคลทั่วๆ ไป
โดยแยกออกเป็นกลุ่มที่มีลักษณะต่างๆ กันให้มากที่สุด เพื่อที่จะทำให้ประชาชนที่มีคุณสมบัติทุกคนสามารถเข้าสมัครในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้
และเพื่อให้ผู้สมัครมีส่วนร่วมในเบื้องต้นอย่างแท้จริง จึงให้ผู้สมัครด้วยกันเองเลือกกันเองตามวิธีการที่จะบัญญัติไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต่อไป และในกรณีที่มีผู้สมัครเป็นจำนวนมากก็อาจกำหนดให้มีวิธีการคัดกรองกันก่อนได้ แต่ต้องเป็นการคัดกรองที่ผู้สมัครมีส่วนร่วมในการคัดกรองนั้น
เช่น การให้ผู้สมัครในกลุ่มเดียวกันจับสลากกันเอง เป็นต้น
เพื่อเป็นหลักประกันว่าประชาชนที่มีคุณสมบัติทุกคนจะมีสิทธิสมัครเข้ารับเลือกได้
มาตรา ๑๐๗ วรรคหนึ่ง จึงบัญญัติคุ้มครองไว้ว่า “..ในการแบ่งกลุ่มต้องแบ่งในลักษณะที่ทำให้ประชาชนซึ่งมีสิทธิสมัครรับเลือกทุกคนสามารถอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้”
คำว่า “ความรู้” ที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่งของมาตรานี้ มิได้หมายความถึงความรู้ที่จะวัดกันด้วยประกาศนียบัตรหรือปริญญาทั้งปวง แต่หมายถึงความรู้ที่บุคคลมีอยู่จริงในด้านต่างๆ
เช่น ความรู้ในการทำนา ความรู้ในการทำการประมง หรือความรู้ในการเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น
การที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญให้มีการดำเนินการเลือกกันตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัดและระดับประเทศ ก็เพื่อให้กระบวนการเลือกตั้งอยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด
ประชาชนในแต่ละอำเภอสามารถเข้าสมัครในกลุ่มที่ตนคิดว่าตนสังกัดอยู่ และร่วมกันคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมในแต่ละกลุ่มได้
สำหรับประชาชนทั่วไปที่มิได้เข้าสมัครก็อยู่ในฐานะที่จะตรวจสอบผู้สมัครได้ เพราะเป็นผู้ที่อยู่ในอำเภอเดียวกัน การกำหนดในรัฐธรรมนูญให้สามารถกำหนดมิให้สมาชิกในแต่ละกลุ่มเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน ก็เพื่อให้สามารถกำหนด
วิธีการในการป้องกันการสมยอมกันได้
บทบัญญัติที่บัญญัติให้สมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยในระดับประเทศ ก็เพื่อมิให้เกิดความเข้าใจผิดว่า เมื่อสมาชิกแต่ละคนมาจากการสมัครและคัดเลือกจากแต่ละกลุ่มแล้ว สมาชิกเหล่านั้นจึงต้องปกป้องและรักษาแต่เฉพาะประโยชน์ของกลุ่มของตน
ความมุ่งหมายที่แท้จริงประสงค์จะให้สมาชิกทุกคนใช้ความรู้ ประสบการณ์ อันหลากหลายจากแต่ละกลุ่มมาหลอมรวมให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชนเป็นส่วนรวม
โดยประชาชนจากแต่ละกลุ่มจะมีโอกาสแสดงความคิดเห็นในแง่มุมของบุคคลในกลุ่มของตน และไม่ถูกเพิกเฉยหรือละเลย
จริงอยู่สภาผู้แทนราษฎรก็มีสมาชิกที่เป็นผู้แทนของราษฎรอยู่ แต่ในการปฏิบัติ หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะถูกผูกมัดด้วยพันธะที่เกี่ยวกับประโยชน์ของประชาชนในจังหวัดหรือเขตเลือกตั้งที่ตนได้รับเลือกตั้ง เพื่อสร้างความนิยมให้เกิดขึ้นกับประชาชนในเขตหรือจังหวัดนั้น และพันธะอันเกี่ยวกับการดำเนินการตามแนวทางของพรรคการเมืองที่ตนสังกัด ประชาชนบางหมู่เหล่าหรือบางพื้นที่จึงอาจถูกละเลย ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควรได้
เมื่อสมาชิกวุฒิสภามีที่มาดังกล่าวข้างต้น ประชาชนจึงมีช่องทางที่จะเข้ามีส่วนร่วมในทางการเมืองอย่างจริงจัง และเกิดผลสัมฤทธิ์ได้มากกว่าการมีแต่เพียงเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภามีจำนวนไม่ครบสองร้อยคน
เหลือเชื่อใช่มั้ยครับ!
เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ต้องการให้ประเทศไทยมีสมาชิกวุฒิสภาที่มีความหลากหลายทั้งอาชีพ ความรู้ พื้นเพ ทัศนคติ
แต่เราได้ สว.หน้าตาอย่างที่เห็น
เพราะกระบวนการเลือกนั้นเอื้อให้มีการล็อบบี้กัน
ฝ่ายหนึ่งบอกว่าไม่ได้ฮั้ว สว. เลือกกันมาเอง
อีกฝ่ายโจมตีฝ่ายตรงข้ามว่าฮั้ว ไปๆ มาๆ ยอมรับว่าฮั้ว แต่ไม่ได้โกง
หากย้อนกลับไปก่อนเลือก สว. พฤติกรรมของพรรคการเมืองในขณะนั้น ไม่มีใครมองว่าเป็นการฮั้ว สว. แต่เชื่อกันว่ารณรงค์การเลือก สว.
มาวันนี้ย้อนกลับไปดูใหม่อีกครั้ง ไม่อาจเลี่ยงคำว่าฮั้วไปได้ เพราะทั้งคำพูดและท่าทีคือการฮั้วให้พวกตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาสูงให้มากที่สุด
เพราะเป้าหมายคือการฉีกรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ทิ้ง
ฉะนั้นการเลือก สว.ที่ผ่านมา พรรคการเมืองมีเป้าหมายชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการมี สว.อยู่ในมือ เพื่อตอบสนองแนวคิดทางการเมืองของตัวเอง
ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่เคยตั้งเป้าหมายไว้สูงว่าประะเทศไทยจะมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากขึ้น
สุดท้ายถูกพรรคการเมืองย่ำยีด้วยเหตุผล
เพื่อความเป็นประชาธิปไตย.
