2 ตุลาคม 2569 ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่า การจัดทำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติเป็นแนวทางที่มาถูกทาง เพราะภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วมไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด การรับมือจึงต้องมีทั้งมาตรการป้องกัน การเตือนภัย และระบบเยียวยาที่ช่วยให้ประชาชนฟื้นตัวได้รวดเร็วเมื่อเกิดความเสียหาย
ที่ผ่านมา การช่วยเหลือผู้ประสบภัยมักเกิดขึ้นหลังน้ำท่วมแล้ว และต้องอาศัยงบประมาณกับหลักเกณฑ์ของรัฐในแต่ละครั้ง การวางระบบประกันภัยไว้ล่วงหน้าจึงเป็นการเพิ่มกลไกอีกทางหนึ่ง ให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงเงินชดเชยได้เร็วขึ้น และช่วยให้รัฐบริหารจัดการความเสี่ยงได้เป็นระบบกว่าเดิม
ความสำคัญของนโยบายนี้จึงไม่ได้อยู่ที่การรับประกันว่าจะไม่มีน้ำท่วม แต่อยู่ที่การทำให้ประชาชนได้รับการดูแลเมื่อภัยเกิดขึ้น ทั้งการช่วยเหลือเร่งด่วน การชดเชยความเสียหาย และการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่หลังน้ำลด
“แนวทางนี้จึงเป็นการปรับจากการรอจัดสรรงบช่วยเหลือหลังเกิดเหตุ ไปสู่การเตรียมกลไกคุ้มครองไว้ล่วงหน้า แม้ไม่อาจหยุดภัยธรรมชาติได้ทั้งหมด แต่รัฐสามารถลดภาระและความเดือดร้อนของประชาชนได้ ด้วยระบบเยียวยาที่ชัดเจนและเข้าถึงได้รวดเร็วขึ้น”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติเริ่มคุ้มครอง กรณีเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยกรณีน้ำท่วมมีเงินชดเชยเบื้องต้น 10,000 บาทต่อหลังคาเรือน และอาจได้รับเพิ่มเติมตามความเสียหาย รวมวงเงินสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อครั้ง ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด.
