เปลว สีเงิน
ไม่ผิดอย่างที่ผมคาด ว่า
สักวัน…..
และวันนั้นก็มาถึง!
เมื่อวาน (๑๓ ก.ค.๖๙) “สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย” เผยแพร่ข่าวด้วยข้อความว่า
……………………………
Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
“นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีไทย จะเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ
“โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน” ประกาศว่า
ตามคำเชิญ “นายหลี่ เฉียง” นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
“นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย จะเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ
ระหว่างวันที่ ๑๖-๒๐ กรกฎาคมนี้
………………………………………..
หลังจากประกาศฉบับแรกไปแล้ว ก็มีฉบับที่ ๒ ตามมา
“Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย”
“โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน” ตอบคำถามผู้สื่อข่าว
ถาม:ฝ่ายจีนได้ประกาศว่า…..
“นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีไทย จะเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ขอทราบกำหนดการของการเยือนครั้งนี้
จีนมีความเห็นอย่างไร ต่อความสัมพันธ์ “จีน-ไทย” ในปัจจุบัน และมีความคาดหวังใดจากการเยือนครั้งนี้
ตอบ:ตามคำเชิญของฝ่ายจีน “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” จะเดินทางเข้าร่วมการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ประจำปี ๒๕๖๙ และการประชุมระดับสูง ว่าด้วย “ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์” ระดับโลก
และเยือนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ ๑๖-๒๐ กรกฎาคมนี้
ในระหว่างการเยือนครั้งนี้ “ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง” จะพบปะกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล
นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน และนายจ้าว เล่อจี้ ประธานคณะกรรมการประจําสภาผู้เเทนประชาชนเเห่งชาติจีน
จะพบปะหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ด้วย
นี่เป็นการเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทั้งสองฝ่าย ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ไทย
จีนและไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรที่ดี ญาติที่ดี และหุ้นส่วนที่ดี เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวาระครบรอบ ๕๐ ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ระหว่างสองประเทศ
“พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” เสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการในระดับรัฐ
“ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง” ได้บรรลุฉันทมติสำคัญร่วมกับพระองค์เกี่ยวกับการส่งเสริมการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน-ไทย
ซึ่งเปิดศักราชใหม่ของอีก “๕๐ ปีทอง” ข้างหน้าแห่งความสัมพันธ์จีน-ไทย
ภายใต้การชี้นำเชิงยุทธศาสตร์ของผู้นำทั้งสองประเทศ ความไว้วางใจทางการเมืองระหว่างกันได้เพิ่มพูนอย่างต่อเนื่อง
ความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน เศรษฐกิจดิจิทัล การบินและอวกาศ วิทยาศาสตร์ การศึกษา วัฒนธรรม สาธารณสุข
ล้วนได้บรรลุผลสำเร็จอย่างงดงาม
ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวนและซับซ้อน
ฝ่ายจีนหวังว่า การเยือนครั้งนี้ จะช่วยสืบสานมิตรภาพอันแน่นแฟ้น
“จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” กระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน
ผลักดันการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน ระหว่างจีน-ไทยให้บรรลุผลใหม่ สนับสนุนกระบวนการพัฒนาสู่ความทันสมัยของทั้งสองประเทศ
และสร้างแรงขับเคลื่อนเชิงบวกเพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ การพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค
…………………………….
ในชั่วโมงเดียวกัน
“สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย” ได้แสดงความเสียใจ
และร่วมไว้อาลัยกรณีไฟไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว
……………………………
“Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย”
สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยขอร่วมไว้อาลัยและแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ในกรุงเทพฯ
เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ได้เกิดเหตุไฟไหม้ในโรงเบียร์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างร้ายแรง
“สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย”ขอร่วมไว้อาลัยและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิต
และขอแสดงความห่วงใยอย่างจริงใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ
พร้อมยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่ผู้บาดเจ็บ และขอให้ผู้บาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว
…………………………………….
สรุป สาระหลัก
จีนเชิญ “นายกฯ อนุทิน” เยือนจีนเป็นทางการ
พบกับ “ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง”
“นายหลี่ เฉียง” นายกรัฐมนตรีของจีน และ
“นายจ้าว เล่อจี้” ประธานคณะกรรมการประจําสภาผู้เเทน ประชาชนเเห่งชาติจีน ระหว่าง ๑๖-๒๐ ก.ค.นี้
การเชิญไปเยือนครั้งนี้
ระหว่างจีนกับไทย ในความเป็น ญาติที่ดี มิตรที่ดี และหุ้นส่วนที่ดีแล้ว ครั้งนี้ ถือว่าจีนให้เกียรติไทยมาก
เพราะนายกฯ อนุทินจะได้พบทั้งท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง, ท่านหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน และ
ท่านจ้าว เล่อจี้ ประธานคณะกรรมการประจําสภาผู้เเทน ประชาชนเเห่งชาติจีน
ไม่บ่อยนัก ที่ท่านทั้งสามจะให้เกียรติได้พบในคราวเดียวกัน แสดงถึงความจริงใจในความเป็นญาติพี่น้องที่ผูกพันต่อกัน
ยากที่ใครจะมายุแยกแทรกกลางให้ “จีน-ไทย” ห่างจากกันไปได้!
ในระยะปี-สองปีมานี้ จะเห็นว่า พี่น้องจีนที่เข้ามาเมืองไทย ก่อเรื่องให้พี่น้องไทยไม่สบายใจหลายเรื่อง
ทั้งเรื่องทุจริตผิดกฎหมาย
ทั้งเรื่องเข้ามาค้าขายไม่ซื่อตรงต่อคนไทยและต่อกฎหมาย
ทั้งการตั้งแก๊งก่ออาชญากรรม สแกมเมอร์ ค้ามนุษย์ ฟอกเงิน คอลเซ็นเตอร์
กระทั่งแปลงทารกจีนให้เป็นคนไทย เพื่อใช้ลูกเป็นนอมินีถือครองทรัพย์สินและสินทรัพย์ในไทย ทั้งมีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง
เผลอๆ ในอีก ๒๐-๓๐ ปี
ประเทศไทย อาจมีนายกฯคนจีนที่ “สวมทะเบียน” เป็นไทยก็เป็นได้!
ต้องยอมรับว่า คนจีนเข้ามาก่อปัญหาในเมืองไทยมาก จนคนพวกนี้ ถูกเรียกว่า “จีนเทา” ซึ่งทางสถานเอกอัครราชทูตจีนในไทย ก็ไม่สบายใจที่ถูกเรียกเช่นนั้น
“จีนเทา” นี่แหละ ทำให้คนไทย เริ่มมีความหน่ายแหนงกับจีนและไม่ชอบใจที่จะให้เข้ามาในเมืองไทย
เพราะเข้ามา มีประสงค์ร้ายเป็นเป้าหมายนำหน้า เอารัด-เอาเปรียบ ติดสินบนข้าราชการ สร้างปัญหาสังคม ก่ออาชญากรรม
ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยพลอยเสื่อมเสียไปด้วย!
นี่ประเด็นหนึ่งละ….
ในความที่ไทยถือจีนเป็นพี่น้อง แต่จีนเทาใช้ความเป็นพี่น้อง อาศัยบ้านเมืองไทยก่อทุจริตคิดร้ายต่างๆ นานา
แม้กระทั่งเปิดร้านค้าขายในไทย ก็ยังไม่ยอมให้ซื้อขายด้วยเงินบาท ต้องใช้เงินหยวนอย่างเดียว!?
พฤติกรรมน่ารังเกียจ น่าขยะแขยงที่สุด ต้องบอกกันตรงๆ ว่า จีนพวกนี้ ทำให้ทุกวันนี้ คนไทยเบื่อหน่ายจีน
คำว่า “ไทย-จีน” พี่น้องกัน ก็แค่คำพูดหวานๆ
แต่ในทางปฎิบัติ จีนไม่เคยคิดเป็นพี่น้องกันเลย จ้องจะฟันไทยอย่างเดียว!
และนี่ก็ยังไม่ใช่ “เหตุจำเป็น” ที่จีนต้องเชิญนายกฯ ไทยไปเยือน และพบกับท่านสี ท่านหลี และท่านจ้าว
ประเด็นจีนส่งอาวุธ ส่งรถถัง ส่งเรือรบ และเครื่องบินรบ ให้เขมร นี้แหละ “กินใจ” กันมากที่สุด!
ไทยนั้น รักใครแล้ว ก็เทใจให้หมด อย่างกับจีน คนไทยยกให้เป็นพี่ใหญ่
แต่ในขณะที่ไทยมีเรื่องบาดหมางกับเขมร
พี่ใหญ่กลับส่งอาวุธให้เขมรมายิ่งใส่ไทย จนชาวบ้านตาย โรงพยาบาลพัง ปั๊มน้ำมัน-ร้านค้าไฟลุกไหม้วายวอดไปครั้งหนึ่ง
เอาเถอะ นั่นก็ผ่านไปแล้ว
แต่ท่ามกลางความเหี้ยนกระหือรือของเขมรที่จะ “รบรอบ ๓” กับไทย ปรากฏว่า จีนกลับลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ร้ายแรงหลายชนิด มาให้เขมรเพื่อรบกับไทยอีก!?
ไทยน่ะ…ไม่ยั่นหรอก เขมรน่ะ
แต่มัน “กินใจ” และ “ข้องใจ” ว่า มิตรที่ดี ญาติที่ดี หุ้นส่วนที่ดี เขาทำกันอย่างนี้น่ะหรือ?
ทำแบบนี้ พี่ใหญ่ต้องการผลักน้องให้ไปหาเพื่อนใหม่ที่เพนตากอน อย่างนั้นใช่มั้ย จึงทำให้เห็นกันต่อหน้า-ต่อตา?
ก็เข้าใจ ว่าจีนมีเหตุผลบางอย่างที่ต้องทำอย่างนั้น ถึงแม้จะอ้างว่าเป็นอาวุธเก่า เป็นสัญญาเก่าในการส่งอาวุธให้เขมร
แต่ไทยก็มีเหตุผลจะข้องใจ ทำไมต้องขนอาวุธมาเป็นลำเรือรบ ลำเลียงขึ้นรถไฟยาวเป็นกิโลๆ ให้เขมรนำอาวุธนั้น ตั้งหันหน้าเล็งใส่ไทย จากอีสานใต้ยันตราด!?
จีนรู้….
ไทยไม่ค่อยพอใจ เลิกรักเป็นพี่-เป็นน้องไม่ว่า แต่บอกให้ชื่นใจสักกคำได้มั้ย
ว่าเหตุใดจึงต้องเอาปืนยัดใส่มือเขมรให้มายิงไทย!?
การไปเยือนจีนของนายกฯ อนุทินครั้งนี้ น่าจะได้รับคำอธิบายที่ดี ทั้งเรื่องจีนเทา-ไม่เทา
ที่เข้ามาแล้ว ก็ใช้ไทยเป็นฐานก่ออาชญากรรม และตั้งหน้าคล้ายจะยึดไทยเป็นมณฑลใหม่ของจีน?!
ผมน่ะ ถึงแม้มีเลือดจีนแต่บรรพบุรุษ แต่บรรพบุรุษก็สอน อยู่ที่ไหน ต้องไม่เนรคุณที่นั้น
ผมเกิดในเมืองไทย อยู่ในเมืองไทย ถ้าจีนไม่มีคำอธิบายที่ดีให้เข้าใจ
ผมก็ต้องเอาไทย…ไม่เอาจีน!
เปลว สีเงิน
๑๔ กรกฏาคม ๒๕๖๙
