นายกสมาคมภูมิภาคศึกษาฯ ชี้ นายกฯ เยือนรัสเซีย ดันบทบาทไทยโดดเด่นบนเวทีอาเซียน–รัสเซีย เน้น การทูตเชิงรุก ขยับสู่ชาติผู้นำในภูมิภาค วางตัวเป็นผู้ประสานทุกขั้วอำนาจ สร้างแต้มบวก การค้า ความมั่นคง

รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ประจำสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)

19 มิถุนายน 2569 รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา และอาจารย์ประจำสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ให้ความเห็นกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ เดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน–รัสเซีย ณ เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย และได้หารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน โดยมองว่าไทยถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญทั้งในระดับอาเซียนและระดับทวิภาคีกับรัสเซีย

รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ไทยได้รับจากการประชุมครั้งนี้ คือการที่แนวคิด “3RS” ซึ่งนายกรัฐมนตรีนำเสนอได้รับการตอบรับในเวทีระหว่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของไทยที่มีความชัดเจนมากขึ้นในฐานะประเทศที่สามารถกำหนดวาระความร่วมมือและทำหน้าที่เป็นผู้นำทางความคิดในภูมิภาคได้

นอกจากนี้ แม้การประชุมจะเป็นเวทีอาเซียน–รัสเซีย แต่ภาพที่ปรากฏออกมากลับเป็นการพบปะหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีปูตินอย่างโดดเด่น ซึ่งช่วยยกระดับความสัมพันธ์ไทย–รัสเซีย และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับรัสเซียในระดับหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะความพยายามของไทยในการผลักดันให้รัสเซียเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากไทย เพื่อสร้างความสมดุลทางการค้าและขยายโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

“เดิมทีหลายฝ่ายคาดว่ารัสเซียจะให้ความสำคัญกับเวียดนาม ลาว หรือเมียนมา มากกว่า เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจกับรัสเซียมาอย่างยาวนาน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้กลับทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่ได้รับความสนใจมากขึ้น และมีคุณค่าทางยุทธศาสตร์ในสายตาของมอสโกเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน” รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าว

นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทยโดดเด่นขึ้นมา เป็นผลจากการเตรียมการอย่างรอบคอบของทีมไทยแลนด์ รวมถึงการนำเสนอจุดแข็งของประเทศได้ตรงกับนโยบาย “มุ่งสู่ตะวันออก” (Pivot to Asia) ของรัสเซีย ซึ่งกำลังให้ความสำคัญกับภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น

พร้อมระบุว่า รัสเซียมองประเทศไทยเป็น “Pivot” หรือหมุดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาค เนื่องจากไทยตั้งอยู่ในจุดเชื่อมต่อระหว่างเมียนมาและอินโดจีน เป็นศูนย์กลางด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สามารถเชื่อมโยงการค้า การลงทุน และเครือข่ายความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รศ.ดร.ดุลยภาค ยังกล่าวว่า การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีปูตินครั้งนี้ มีความสำคัญในมิติของการเปิดทางสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระยะยาว โดยเฉพาะแนวคิดการจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับกลุ่มเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union : EAEU)

“ที่ผ่านมาไทยมี FTA กับจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ แต่หากสามารถเชื่อมโยงไปสู่ตลาดยูเรเซียได้ จะเป็นโอกาสใหม่ที่สำคัญมาก เพราะจะเปิดประตูสู่ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียกลาง เช่น คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน และอีกหลายประเทศ ซึ่งมีทั้งทรัพยากร พลังงาน และแร่หายากจำนวนมาก ไทยจะสามารถขยายตลาดและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้อย่างมหาศาล”

ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ รศ.ดร.ดุลยภาค มองว่า ความใกล้ชิดระหว่างไทยกับรัสเซียจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย–สหรัฐอเมริกา เนื่องจากไทยยังคงมีความร่วมมือด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ อย่างแน่นแฟ้น โดยเฉพาะในมิติทางทหารและการฝึกร่วมต่าง ๆ

“การต่างประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่มีตัวเลือกมากขึ้น จากเดิมที่มักถูกมองว่าเป็นการถ่วงดุลระหว่างจีนกับสหรัฐฯ แต่วันนี้รัสเซียเริ่มเข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ ขณะที่ฝรั่งเศสและสหภาพยุโรปก็มีบทบาทมากขึ้นเช่นกัน สิ่งเหล่านี้ทำให้ไทยมีพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ในการสร้างสมดุลกับมหาอำนาจได้มากขึ้น” รศ.ดร.ดุลยภาค ระบุ

สำหรับการเดินทางเยือนต่างประเทศอย่างต่อเนื่องของนายกรัฐมนตรี นักวิชาการจาก มธ. มองว่า เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “การต่างประเทศเชิงรุก” ที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา และขณะนี้กำลังถูกนำมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

“นายกรัฐมนตรีไม่ได้เดินทางไปเพียงในฐานะผู้นำประเทศ แต่ยังทำหน้าที่เป็นทั้งนักการทูตและผู้แทนการค้าของไทย นำทีมเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม พลังงาน และการต่างประเทศ ไปนำเสนอศักยภาพของประเทศ ดึงดูดการลงทุน และเปิดตลาดใหม่ ๆ ให้กับสินค้าไทย ถือเป็นการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศ”

รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าวทิ้งท้ายว่า บทบาทของนายกรัฐมนตรีบนเวทีอาเซียน–รัสเซียครั้งนี้ถือว่า มีผลงานเชิงรูปธรรม ไม่ได้เพียงเข้าร่วม โดยเฉพาะการผลักดันแนวคิดใหม่ ๆ และการสร้างภาพลักษณ์เชิงรุกให้กับประเทศไทยในเวทีโลก อย่างไรก็ตาม ความท้าทายต่อจากนี้คือการผลักดันให้แนวคิดและความร่วมมือที่เกิดขึ้นสามารถพัฒนาเป็นยุทธศาสตร์และผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อเศรษฐกิจและผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาวต่อไป.

Written By
More from pp
ผบ.ตร. ยืนยันจับผู้ก่อเหตุฆาตกรรมหญิงชาวสวิส ที่จังหวัดภูเก็ตได้แล้ว ส่วนจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ ยังไม่ขอเปิดเผย
7 ส.ค.64- พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ยืนยันว่า มีข่าวดีในคดีการเสียชีวิตของหญิงชาวสวิส ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าสามารถจับผู้กระทำผิดได้แล้วใช่หรือไม่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า...
Read More
0 replies on “นายกสมาคมภูมิภาคศึกษาฯ ชี้ นายกฯ เยือนรัสเซีย ดันบทบาทไทยโดดเด่นบนเวทีอาเซียน–รัสเซีย เน้น การทูตเชิงรุก ขยับสู่ชาติผู้นำในภูมิภาค วางตัวเป็นผู้ประสานทุกขั้วอำนาจ สร้างแต้มบวก การค้า ความมั่นคง”