‘สีหศักดิ์’ ไม่รับรู้เขมรแอบขึ้นทะเบียน MOU 2544​ จะฮุบเกาะกูด ลั่น! ว่าตามกฎหมายระหว่างประเทศ

12 พฤษภาคม 2569 ที่ทำเนียบ​รัฐบาล​ นายสีหศักดิ์​ พวงเกตุแก้ว​ รองนายกรัฐมนตรี และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การต่างประเทศ​ กล่าวถึงกรณีทหารกัมพูชาจับตัวคนไทยหาของป่าในข้อหาลักลอบข้ามแดนว่า​ ขณะนี้อยู่ในกระบวนการ เรื่องการให้ความช่วยเหลือในเรื่องของทนายความ ขณะนี้มีการประสานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมติดตามอย่างใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีทางการกัมพูชาขึ้นทะเบียนบันทึกความเข้าใจ ระหว่างไทยและกัมพูชาปี 2001 หรือที่ฝ่ายไทยเรียกว่า MOU 2544​ เพื่อเป็นหลักฐานเรื่องเส้นเขตแดน​ ก่อนที่รัฐบาลไทยจะประกาศยกเลิก​ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า​ ปัจจุบันกัมพูชาเป็นรัฐภาคีของกฎหมาย อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982​ หรือ UNCLOS​ ซึ่งเป็นกรอบเดียวกันกับที่เราจะพูดคุย ในขณะที่ MOU 2544 เรายกเลิกไปแล้ว ได้เห็นว่าการเจรจาภายใต้​ UNCLOS เป็นเรื่องที่ดี ไม่ต้องเสียเวลา แต่ยังไม่ควรที่จะสรุปว่าจะใช้กลไกใด

ถามว่าการที่กัมพูชาไปขึ้นทะเบียน MOU 2544​ เพื่อบันทึกเป็นหลักฐานถึงเส้นขีดแดนที่กัมพูชา​อ้างลากผ่านเกาะกูด​ จ.ตราด​ของไทย​ รมว.ต่างประเทศตอบว่า อันนั้นไม่ได้ เพราะภายใต้กฎหมาย​ UNCLOS ต้องไปดูเรื่องเขตแดน​ ซึ่งเป็นกติกากฎหมายระหว่างประเทศ ที่สากลยอมรับ​ ตนไม่ทราบว่าเขาไปแอบขึ้นทะเบียนอะไรอย่างไร รู้เพียงอย่างเดียวว่าจะคุยกันภายใต้กฎหมาย​ UNCLOS

ซักว่า จะไม่มีผลต่อเกาะกูดของไทยใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์​ กล่าวว่า หากมีการลากเส้น​จะรู้เลยว่าเกาะกูดเป็นของไทยอยู่แล้ว.

ที่มา เว็บไซต์ ไทยโพสต์  https://www.thaipost.net/politics-news/994814/





Written By
More from pp
“รองนายกฯ สุชาติ” สั่ง “กรมควบคุมมลพิษ – กรมฯ น้ำ – น้ำบาดาล” ลงพื้นที่สบเมย เร่งตรวจสอบคุณภาพน้ำ พร้อมหาแหล่งน้ำใช้ทดแทนให้ชุมชนริมแม่น้ำสาละวิน
5 พฤศจิกายน 2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า “จากที่ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ ติดตามสถานการณ์การปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำสาละวิน บริเวณอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน หลังจากที่มีการเผยผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำพบการปนเปื้อนของสารหนูสูงเกินค่ามาตรฐานถึง...
Read More
0 replies on “‘สีหศักดิ์’ ไม่รับรู้เขมรแอบขึ้นทะเบียน MOU 2544​ จะฮุบเกาะกูด ลั่น! ว่าตามกฎหมายระหว่างประเทศ”