วิกฤตน้ำมัน-วิกฤตน้ำลาย #ผักกาดหอม

ผักกาดหอม

น้ำมันหมด

น้ำมันขาดแคลน

น้ำมันแพง

นี่คือหัวข้อการสนทนา ที่มีการพูดถึงมากที่สุดในขณะนี้

และแน่นอนเสียงก่นด่ารัฐบาลมาจากทั่วสารทิศ

การด่าก็อยู่ที่ความรู้ของแต่ละคนด้วย

บางคนด่าว่าเมื่อเลือกสีน้ำเงินมาเป็นรัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบเอาเอง ราวกับว่าถ้าเลือกสีส้มแล้วน้ำมันจะราคาถูก ไม่หมด ไม่ขาดแคลน

บางคนไปไกลถึงขั้นโจมตีว่าเพราะรัฐบาลคอร์รัปชันน้ำมันเลยแพง

ทั้งๆ ที่รู้ว่าเกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง สหรัฐฯ อิสราเอล อิหร่าน ทิ้งบอมบ์โรงกลั่น คลังน้ำมันของแต่ละฝ่าย ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด เรือบรรทุกน้ำมันผ่านไม่ได้

รู้กันหมดครับ ไม่มีใครไม่รู้

และทั้งๆ ที่รัฐบาลทำผิดพลาดอุ้มราคาน้ำมันให้คนไทยใช้น้ำมันถูกกว่าหลายประเทศทั่วโลก ก็ยังโดนด่าว่า น้ำมันไทยแพงกว่าที่อื่น

ทั้งๆ ที่หากปล่อยตามกลไกตลาด ราคาน้ำมันจะแพงขึ้นสะท้อนราคาที่แท้จริง ทำให้ประชาชนใช้น้ำมันน้อยลง ไม่มีการกักตุน

แต่เมื่อเราเลือกใช้วิธีอุ้มโดยกองทุนน้ำมันซึ่งทำมาหลายสิบปีแล้ว ใช้ของถูกในช่วงน้ำมันแพง และใช้น้ำมันแพงในช่วงราคาน้ำมันถูกลงจนเคยชินแล้ว ก็คงไม่มีทางเลือกอื่น ต้องใช้กันต่อไป

วันนี้รัฐบาลอุ้มราคาน้ำมันจนกองทุนน้ำมันติดลบหลักหมื่นล้านแล้ว

แต่ยังน้อยกว่ายุคทักษิณ

ปี ๒๕๔๖ ช่วงสงครามอ่าวครั้งที่ ๒ กองทุนน้ำมันติดลบสูงถึง ๙๒,๐๐๐ ล้านบาท เฉียดแสนล้าน

แต่ก็ยังน้อยกว่ายุคลุงตู่ครับ

วิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน ปี ๒๕๖๕ กองทุนน้ำมันติดลบทะลุ ๑ แสนล้านบาท เป็นการติดลบที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

ฉะนั้นวันนี้ถือว่ายังรับมือไหว

ทำไมคนไทยบ่นว่าน้ำมันแพงทั้งๆ ที่ราคาน้ำมันในไทยถูกกว่าเพื่อนบ้านหลายๆ ประเทศ

น้ำมัน ๑ ลิตร ถูกบวกอะไรไปบ้าง

เป็นข้อมูลที่หาได้ทั่วไปครับ โดยเฉพาะ สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ก็มีการเผยแพร่รายละเอียดในเรื่องที่คนไทยสงสัยมากที่สุดนี้

ในภาวะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยสูงขึ้นตามไปด้วย ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า โครงสร้างราคาน้ำมันขายปลีกในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน

สำหรับประเทศไทยราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊มน้ำมันนั้นผ่านผู้เกี่ยวข้องถึง ๔ กลุ่มด้วยกัน ได้แก่

ต้นทุนเนื้อน้ำมัน

ภาษี

เงินกองทุน

และค่าการตลาด

เพราะฉะนั้น ราคาน้ำมัน ๑ ลิตร ที่ขายกันหน้าปั๊ม จึงประกอบด้วยค่าใช้จ่ายต่างๆ ดังนี้

๑.ต้นทุนเนื้อน้ำมัน คือ ต้นทุนราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตจากโรงกลั่น ผันผวนไปตามราคาน้ำมันในตลาดโลก

๒.ภาษี มีการจัดเก็บ ดังนี้

ภาษีสรรพสามิต จัดเก็บโดย กระทรวงการคลัง ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต นำมาใช้เพื่อพัฒนาประเทศ

ภาษีเทศบาล จัดเก็บโดย กระทรวงการคลัง ในอัตรา ๑๐% ของภาษีสรรพสามิต ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต มาตรา ๑๕๐ และจัดส่งให้ กระทรวงมหาดไทย เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น

ภาษีมูลค่าเพิ่ม จัดเก็บ ๗% ของราคาขายส่งน้ำมันเชื้อเพลิง และจัดเก็บอีก ๗% ของค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิด

๓.กองทุน มีการจัดเก็บ ดังนี้

เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จัดเก็บตามประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไม่ให้เกิดความผันผวน

เงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จัดเก็บตามประกาศคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนพลังงานทางเลือก พลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงาน

๔.ค่าการตลาด คือ ส่วนที่เป็นต้นทุน ค่าใช้จ่าย และกำไรของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันทั้งระบบ ตั้งแต่การจัดการคลังน้ำมัน การขนส่งน้ำมันมายังสถานีบริการ รวมถึงการให้บริการของสถานีบริการที่เติมน้ำมันแต่ละลิตรให้ประชาชน

ดังนั้น จะเห็นได้ถึงโครงสร้างราคาน้ำมัน ๑ ลิตรที่ขายหน้าปั๊ม มีปัจจัยหลายตัวมาเกี่ยวข้อง เชื่อว่าทุกคนคงอยากใช้น้ำมันในราคาถูกที่สุดอยู่แล้ว

แต่ก็ต้องมีความเข้าใจในราคาน้ำมัน และก็ไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่มีปัญหาน้ำมันแพง แต่หลายๆ ประเทศก็ประสบปัญหานี้ไม่แพ้กัน

และด้วยประเทศไทยไม่ใช่ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเจอกับความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก

เพราะฉะนั้น หากเราไม่มีเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองไว้ แล้วเกิดเหตุการณ์ที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นมากๆ เราก็จะไม่มีเงินสำรองเพื่อช่วยรักษาสมดุลของราคาน้ำมันในประเทศ จนอาจทำให้เกิดวิกฤตราคาน้ำมันก็เป็นได้

ครับ…หากจะทำให้น้ำมันถูกลง นอกจากใช้กลไกกองทุนน้ำมันแล้ว ก็ต้องไปดูที่ ต้นทุนเนื้อน้ำมัน ภาษี เงินกองทุน และค่าการตลาด นี่แหละครับ

มีคนจำนวนมากข้องใจว่าทำไมถึงต้องอ้างอิงราคากลางสิงคโปร์ ทำไมไม่กำหนดราคาขึ้นมาเอง

เช่าพระเครื่อง เซียนเขายังมีราคากลางเลยครับ

ที่ต้องอ้างอิงสิงคโปร์เพราะสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการซื้อขายน้ำมันสำเร็จรูปที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิก

มีกลไกตลาดเสรีที่โปร่งใส

สะท้อนอุปสงค์-อุปทานจริงในภูมิภาค

นอกจากนี้ยังเป็นราคากลางที่ใช้ร่วมกันในอาเซียน เพื่อให้เกิดความสมดุลในการจัดหาน้ำมัน ไม่ให้ราคาต่ำเกินไปจนโรงกลั่นส่งออกหมด หรือสูงเกินไปจนไม่สามารถนำเข้าได้

ลองไปซื้อผักในตลาดสิครับ เป็นสิบๆ เจ้า ราคาแทบไม่ต่างกันเพราะมันมีราคากลางของมัน

วันนี้เรื่องน้ำมันกับน้ำลายแทบจะแยกจากกันไม่ออก

มันได้กลายเป็นประเด็นโจมตีทางการเมือง

ขณะที่รัฐบาลเองดูเหมือนจะยังตั้งหลักไม่ได้ สื่อสารกับประชาชนไม่เข้าใจ แต่ก็เป็นธรรมดาของการเมืองครับ รัฐบาลทั่วโลกต่างก็ถูกโจมตีจากประชาชนของตัวเอง

เพราะขณะนี้เราอยู่ในช่วงวิกฤตน้ำมัน.

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ
Written By
More from pp
กรมทางหลวง แนะนำ 3 จุดเช็คอินทางสายโรแมนติก ทางหลวงหมายเลข 1081 จังหวัดน่าน “โค้งเลข 3 โค้งตัว U และโค้งเลข 0”พร้อมอำนวยความสะดวกและปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวและวันหยุดยาว
30 ธันวาคม 2564-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวงขานรับนโยบาย “คมนาคมสีสัน สร้างสรรค์ประเทศไทย” ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ...
Read More
0 replies on “วิกฤตน้ำมัน-วิกฤตน้ำลาย #ผักกาดหอม”