TFM พื้นฐานธุรกิจแกร่ง ภาษีสหรัฐฯ ไม่กระทบส่งออก โบรกฯ มองปี 69 ขยายตลาดอาหารกุ้ง-ปลา หนุนกำไรโต

บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำของไทย ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโลกและการค้าอยู่ในภาวะผันผวน โดย TFM ประเมินว่ามาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐรอบใหม่จากเดิม 10% เป็น 15% จะมีผลกระทบในวงจำกัด เนื่องจากสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะเดียวกันบริษัทยังคงมุ่งพัฒนานวัตกรรมอาหารกุ้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง ควบคู่กับการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน ทิศทางอุตสาหกรรมกุ้งไทยที่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว รวมถึงความเชื่อมั่นของเกษตรกรที่กลับมาเพิ่มการเลี้ยง สะท้อนแนวโน้มความต้องการอาหารกุ้งในตลาดที่มีโอกาสขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อธุรกิจในห่วงโซ่อุตสาหกรรมสัตว์น้ำ

ด้านนักวิเคราะห์จากหลายบริษัทหลักทรัพย์ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มธุรกิจของ TFM หลังผลประกอบการปี 2568 เติบโตโดดเด่น พร้อมเสนอจ่ายเงินปันผลประจำปีในอัตราสูงถึง 81.8% ของกำไรสุทธิ สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ขณะที่ธุรกิจอาหารกุ้งยังมีแนวโน้มขยายตัวจากการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เริ่มกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้นของวัฏจักร โดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายตลาดยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะถัดไป
บทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย ระบุ (เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569) TFM Outperform คงคำแนะนำ “ซื้อ” และเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 7.5 บาท (จาก 7.0 บาท) เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการกำไร มองปี 2569 จะเป็นปีที่ผลประกอบการกลับสู่ภาวะปกติหลังจากปี 2568 ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ ซึ่งกำไรเติบโต 37% YoY ฝ่ายบริหารคาดว่าปริมาณผลผลิตกุ้งในประเทศไทยจะทรงตัว ดังนั้น กลยุทธ์หลักคือการผลักดันการเติบโตของรายได้ผ่านการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด (หลัก ๆ ในอาหารกุ้งและอาหารปลากะพง) ควบคู่กับการยกระดับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ผ่านการเพิ่มการเจาะตลาดในกลุ่มสินค้า พรีเมียม โดยเฉพาะอาหารกุ้งและอาหารปลากะพง บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ที่ 8–10% สูงกว่าประมาณการเดิมของเราที่ -4% ขณะที่อัตรากำไรยังอยู่ในระดับที่สนับสนุนผลประกอบการ โดย TFM ให้กรอบ GPM ที่ 18–20% ตามฤดูกาล คาด GPM ไตรมาส 1/2569 จะลดลง QoQ จากปริมาณขายที่ลดลง ก่อนจะปรับดีขึ้นในไตรมาส 2–3/2569

การส่งออกยังคงเป็นกลยุทธ์สำคัญของ TFM ในการกระจายพอร์ตธุรกิจ โดยบริษัทให้กรอบงบลงทุน (capex) ปี 2569 ที่ประมาณ 680 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจและเสริมศักยภาพการเติบโตในอนาคต ขณะที่อินโดนีเซียยังเป็นอีกหนึ่งตลาดเป้าหมายสำคัญ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีประเด็น “radiation issue” ที่กระทบยอดขายในช่วงปลายปี 2568 แต่ล่าสุดฝ่ายบริหารเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวในระยะต้นแล้ว

ขณะที่บทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ พาย (Pi) ระบุ (เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569) ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม จากปัจจัยบวกเรื่องผลประกอบการงวด 4Q25 ที่ออกมาดีเกินคาด จากผลดีของธุรกิจอาหารกุ้งที่มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น สำหรับภาพรวมปี 2569 TFM ตั้งเป้ารายได้เติบโต 8–10% โดยยังเน้นไปที่อาหารกุ้งด้วยการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้น และธุรกิจอาหารปลาที่จะเพิ่มสินค้าใหม่นอกเหนือจากอาหารปลากระพง ซึ่งปัจจุบันที่ส่วนแบ่งตลาดอาหารปลากระพงเป็นอันดับ 1 อยู่แล้ว ขณะที่ในระยะกลาง TFM มีการขยายการลงทุนไปยังประเทศเอกวาดอร์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีการผลิตกุ้งมากที่สุดในโลก เป็นไปตามแผนที่จะมีรายได้ 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2030

จากผลประกอบการที่ออกมาดีเกินคาด ทำให้เราปรับกำไรปี 2026 ขึ้นจากเดิม 11% มาอยู่ที่ 787 ล้านบาท (+7%YoY) โดยปรับลดภาษีจ่ายเหลือ 5% จากเดิมที่คาดไว้ที่ระดับ 9% ขณะที่รายได้คาดที่ 6,526 ล้านบาท (+8%YoY)

คำแนะนำการลงทุน ด้วยผลประกอบการที่ออกมาดีและมีโอกาสเห็นการเติบโตอีกมากในอีก 2 ปีข้างหน้า เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมได้ใหม่ที่ 7.9 บาท (10XPER’26E) ทั้งนี้ TFM จ่ายปันผล 2H25 0.30 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 กุมภาพันธ์ และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 เมษายนี้.

Written By
More from pp
ททท.ตอกย้ำ “เที่ยวเมืองไทย การ์ดไม่ตก” ผ่าน TVC ดึง หมอบุ๋ม รองโฆษก ศบค. ร่วมสร้างความเชื่อมั่น
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตอกย้ำ “เที่ยวเมืองไทย การ์ดไม่ตก” ผ่าน TVC เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศในการรับรู้ว่า
Read More
0 replies on “TFM พื้นฐานธุรกิจแกร่ง ภาษีสหรัฐฯ ไม่กระทบส่งออก โบรกฯ มองปี 69 ขยายตลาดอาหารกุ้ง-ปลา หนุนกำไรโต”