15 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เข้าสู่วาระการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามมาตรา 115 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเสร็จสิ้น นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็น สส.อาวุโสสูงสุด อายุ 90 ปี ทำหน้าที่ประธานสภาฯ ชั่วคราว
โดยเวลา 09.38 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เสนอชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เพื่อขอความเห็นชอบจากที่ประชุมในการดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 35 ขณะที่ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เสนอชื่อ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ เป็นผู้ท้าชิงในตำแหน่งเดียวกัน จากนั้นให้ผู้ถูกเสนอชื่อทั้ง 2 คน แสดงวิสัยทัศน์
โดยนายโสภณ กล่าวขอบคุณพรรคภูมิใจไทย สมาชิกพรรค และสมาชิกที่เสนอชื่อตน แสดงวิสัยทัศน์ว่า ตลอดการทำงาน 25 ปีที่ผ่านมาจนถึงสภาฯ ปัจจุบัน มีทั้งจุดเด่นและจุดด้อย หวังว่าสภาฯ ชุดนี้จะรวบรวมเอาประสบการณ์มาในอดีต กับเทคโนโลยีสมัยใหม่มาพัฒนาสภาฯ ผู้แทนราษฎร ถือเป็นผู้อาสาพี่น้องประชาชนมาพัฒนาแก้ปัญหาประเทศนี้ โดยอำนาจหน้าที่ของนิติบัญญัติ ควรนำเรื่องราวที่ประชาชนทุกข์ร้อนมาปรึกษาหารือ ตั้งกระทู้ ตั้งญัตติ อยากให้สภาฯ นี้นำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และอยากเห็นการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติที่มีคุณภาพ สมดุลเป็นเหตุเป็นผล ส่วนเรื่องการบัญญัติกฎหมาย การออกกฎหมาย เราทราบดีว่าสถานการณ์ของโลกอยู่ท่ามกลางวิกฤติ อยากเห็นการใช้นิติบัญญัติในการช่วยฝ่าวิกฤติ อยากให้การเสนอกฎหมายที่ออกจากสภาฯ แห่งนี้ เป็นเครื่องมือให้ฝ่ายบริหารไปทำงาน ที่ผ่านมามีกฎหมายล้าสมัยจำนวนมาก หวังว่าสภาฯ ชุดนี้จะสังคายนาปรับปรุงหรือยกเลิกโดยเร็วที่สุด ส่วนกฎหมายใหม่ ต้องทันสมัย ทันเหตุการณ์ วิวัฒนาการต่างๆ ให้ทัน รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ เชื่อว่าประชาชนไม่พึงปรารถนาเห็นสภาฯ ใช้วาทกรรมเอาชนะคะคานโดยไม่คำนึงถึงผลที่จะได้รับ แต่อยากเห็นการทำงานรูปธรรม หวังอย่างยิ่งว่าสมาชิกในสภาฯ นี้จะร่วมกันทำงานในการเสนอกฎหมาย อยากเห็นสภาฯ นี้ เป็นที่พึ่งที่หวัง เป็นต้นแบบ ถ้าไม่สามารถทำให้เป็นสภาฯ ที่สง่างาม ก็ยากที่จะเป็นประชาธิปไตยที่เราต้องการ ในฐานะที่ได้รับการเสนอชื่อ จะทำงานอย่างเที่ยงธรรม เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน เพื่อดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ทั้งนี้ ผลการนับคะแนนเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการสรุปผลเมื่อเวลา 12.54 น. ว่า นายโสภณ ซารัมย์ ได้เสียงเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 289 เสียง ทำให้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร
หลังจากนั้นได้เข้าสู่การเลือกรองประธานสภาฯ คนที่ 1 โดยที่ประชุมมีมติให้ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ทั้งนี้ น.ส.มัลลิกา ได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า วันนี้ได้รับเกียรติจากทุกๆ ท่าน ให้ความไว้วางใจและต้องขอขอบคุณสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกท่าน พี่ให้โอกาสและขอบคุณสมาชิกทุกพรรค ที่มอบความไว้วางใจให้ในวันนี้ อยากบอกกับทุกท่านว่าขอให้เชื่อใจ และมั่นใจว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ในการประชุมก็จะเป็นการกลาง เสมอภาคเที่ยงธรรมให้โอกาสพี่น้องทุกท่าน เพื่อรับฟังความคิดเห็นของพวกเราโดยที่ทุกท่านนั้นที่เข้ามาก็ถือว่ามีความตั้งใจที่จะทำงานช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ ฉะนั้นกลไกของสภาก็ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน
น.ส.มัลลิกา กล่าวอีกว่า สิ่งหนึ่งที่อยากจะทำคือการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศหลายท่านทราบว่าเวลาเราทำงานหลายเรื่องจะติดระเบียบ ดังนั้น จึงขอความร่วมมือกับเพื่อนสมาชิกว่า ให้ช่วยกันผลักดันกฎหมายร่างต่างๆ ญัตติต่างๆให้ผ่านมาโดยราบรื่น ให้การประชุมของพวกเรานั้นมีบรรยากาศที่มีความสร้างสรรค์มีสาระ
“อยากขอความร่วมมือทุกท่านว่า เอาเนื้อๆ ไม่เอาน้ำ จะได้เดินไปด้วยกัน และต้องขออนุญาตเพื่อนๆ ด้วยว่าในการประชุมจะขอใช้ข้อบังคับระเบียบอย่างเคร่งครัด และจะบริหารเวลาในการพิจารณากฎหมายหรือญัตติต่างๆ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”
จากนั้นเป็นการเลือกรองประธานสภาฯ คนที่ 2 โดย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอชื่อ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย เป็นรองประธานสภาฯ คนที่สอง โดยไม่มีการเสนอชื่อแข่ง ทั้งนี้นายเลิศศักดิ์ ได้มีการกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ ก่อนจะปิดประชุมในเวลา 13.13 น.
