ต้องปกป้องกันเอง? #สันต์สะตอแมน

สันต์ สะตอแมน

ได้ออกแน่นะ?

ที่ถาม เพราะเห็นเพจเพื่อไทยพังงาเขาโพสต์ประกาศ.. “นับถอยหลัง# 9 พฤษภา รวมพลแดงทั้งแผ่นดิน ไปรับคนที่เรารัก ขอเสียง #คนรักนายก “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นมั่นเป็นเหมาะน่ะ!

ไม่ใช่ถึงเวลาเข้าจริงๆ สิ่งที่คิดว่าชัดกลับไม่ชัวร์ขึ้นมา จะพากันเสียอกเสียใจและพาลโกรธแค้น-คลั่ง ทำในสิ่งที่ “แดงทั้งแผ่นดิน” เคยทำ ก็จะวุ่นวาย!

แต่ถ้าได้ออก-พ้นคุกมาจริง ก็อยากบอกกับคนในครอบครัว-ลูกเมียว่า ก็เพราะ “คนรัก” นี่แหละที่ทำให้นายทักษิณไม่สามารถ “หลุดพ้นทุกข์” ได้เสียที..

ทั้งๆ ที่ร่ำรวยมหาศาล ชีวิตน่าอยู่อย่างสำราญ มีความสุข ความเบิกบาน ดูแล-เลี้ยงหลานอย่างอบอุ่นสบายอุรา!

ฉะนั้น..ห้ามได้ก็ห้ามเสียเถอะ ไม่ต้องทำให้เอิกเกริกให้เป็นที่หมั่นไส้ หรือทำให้เจ้าตัว (นายทักษิณ) หลงละเลิง นึกว่าตัวเองยังยิ่งใหญ่ มีบารมีแกร่งกล้า..

แทนที่ตั้งใจจะออกมาเลี้ยงหลาน วางมือทางการเมือง เผลอเคลิ้มไปตามเสียงตะโกน “รักทักษิณๆๆ” แล้วทำตัว สทร. โชว์กร่างขึ้นมาอีก จะทำให้เดือดร้อนไปทั้งครอบครัวเปล่าๆ!

เอาว่า..ออกมาแบบเงียบๆ เจียมเนื้อเจียมตัวเพื่อให้คนที่เคยเกลียด-เคยชังได้พอรู้สึก นึกสงสาร-เห็นใจขึ้นมาบ้าง ก็เตือนไว้แค่นี้แหละ!

เออ..แต่เรื่องนี้ไม่รู้จะเตือนใคร ก็ที่เพจประชาคมแพทย์ โพสต์.. “เกาะพะงัน : เมื่อ “นอมินี + เงินต่างชาติ + เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน” อาจกำลังพาประเทศไทยเข้าใกล้ความเสี่ยงระดับโลก

ในขณะที่ สงครามระหว่างสหรัฐร่วมกับอิสราเอล ฝ่ายหนึ่ง สู้รบกับอิหร่าน อีกฝ่ายหนึ่ง เกิดคู่ขัดแย้งที่เป็นคู่กรณีระดับโลก

ประเทศไทยไม่เคยทำสงครามกับใครในตะวันออกกลาง ประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งของมหาอำนาจใด

แต่คำถามที่สังคมไทยต้องเริ่มถามอย่างจริงจังคือ เรากำลังปล่อยให้ผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม พาประเทศไทยเข้าไปใกล้ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศหรือไม่

เพราะหากพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งของประเทศ ถูกใช้เป็นฐานตั้งถิ่นฐานขนาดใหญ่ของพลเมืองจากประเทศที่อยู่ในภาวะสงคราม พื้นที่นั้นอาจกลายเป็น “เป้าหมายทางความมั่นคงโดยไม่ตั้งใจ”

และความเสี่ยงนั้น อาจไม่ได้เกิดจากประชาชนธรรมดา แต่เกิดจาก ระบบนอมินี การถือครองที่ดินผ่านตัวแทน และการเอื้อประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน

ตัวเลขที่ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถาม คือสถานการณ์บนเกาะพะงัน ข้อมูลจากหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและรายงานข่าวหลายแห่งระบุว่า

บนเกาะพะงันมีชาวต่างชาติประมาณ 8,000 คน ในจำนวนนี้มีชาว Israel ประมาณ 2,500–2,600 คน หรือเกือบ 30% ของชาวต่างชาติบนเกาะ

และมีการประเมินว่ามีชุมชนครอบครัวประมาณ 400–600 ครอบครัว ตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับเกาะที่มีพื้นที่จำกัด และมีความเป็นไปได้มากว่าชาวอิสราเอลจำนวนมาก

อาจกำลังหาแหล่งพักพิง สำรอง เพื่อหลบภัยสงคราม ในไม่ช้าเรา อาจได้เห็น Tel Aviv เมืองไทย เหมือนเห็น Little moscow ที่พัทยา

เมื่อชุมชนจากประเทศเดียวกันเริ่มมีจำนวนมาก สิ่งที่ตามมามักเกิดเหมือนกันทั่วโลก นักท่องเที่ยวบางส่วนเริ่ม เช่าที่ดิน ซื้อที่ดินผ่านนอมินี เปิดธุรกิจของตนเอง

สร้างเครือข่ายเศรษฐกิจของตนเอง สร้างโรงเรียนและชุมชนของตนเอง สุดท้าย พื้นที่ที่เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยว ค่อยๆ กลายเป็น ชุมชนของคนต่างชาติ…”

ครับ..ยังมีอีกยาว แต่ด้วยเนื้อที่จำกัดผมขออนุญาตคัดลอกเอาเพียงเท่านี้ และเท่าที่ได้อ่านตั้งแต่ต้นจนจบ ทางเพจดูจะแสดงความกังวลด้วยความบริสุทธิ์ใจ

จึงอยากให้รัฐบาล-หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาเสียแต่บัดนาว ส่วนประชาชนอย่างผมก็แค่สงสัย ชาวบ้านพื้นเพบนเกาะพะงันเขาไม่เดือดร้อน-ทุกข์ใจกันรึไง?

ทำไมถึงไม่ช่วยกันคิดหาทางแก้ ในเมื่อรู้.. “กฎหมายไทยชัดเจน ต่างชาติ ห้ามถือครองที่ดิน แต่ต่างชาติสามารถครอบครองที่ดินได้ผ่านบริษัทบังหน้า นอมินีไทย การถือหุ้นแทน”

ก็..รวมหัวกันต่อสู้-ขัดขวาง เอาอย่าง..

“ชาวบ้านบางระจัน” โน้น!.

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ
Written By
More from pp
กลุ่ม ปตท. รวมพลังลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็วกำมะถันต่ำสูตรพิเศษ พีทีที อัลตร้าฟอร์ซ ดีเซล ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) นายบุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร นวัตกรรมและความยั่งยืน บริษัท...
Read More
0 replies on “ต้องปกป้องกันเอง? #สันต์สะตอแมน”