เปลว สีเงิน
ผมหนีท่านไปเที่ยวซะฉ่ำไปเลย!
เที่ยวนี้ “คุณมกร์ รุ่งกมล” เป็นเจ้าภาพ ยกคณะเดินทางด้วยรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ไปบ้านผือ อุดรธานี ผมก็ติดไปด้วยซะร่วมอาทิตย์
อุดรฯ แค่นี้เอง วันเดียวก็ถึง ทำไมต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์?
คือมันอย่างนี้ครับ…
คณะที่ไป ๔-๕ คน ล้วนผ่าน เจน Z มานานกว่า ๗๐ ปีแล้วทั้งนั้น การเดินทางจึงเป็นลักษณะ ไปแบบ “ถนอมสังขาร”
ค่ำไหน แวะนอนนั่นไปเรื่อยๆ!
ค่าที่ว่า ต้องแวะและไม่ได้แวะ “แค่ผ่าน” หลายจังหวัดในภาคอีสาน ผมเลยถือโอกาส “ทำโพล” เลือกตั้งประเภท “กล่องสุ่ม” ไปในตัว
ไว้คุยเรื่องนี้กันทีหลัง ให้ท่านฟังและดูแต่ละพรรคเขาแข่งวิสัยทัศน์กันตามเวทีดีเบตไปก่อน มันกว่าฟังผมโม้
เข้าเรื่องต่อ….
ก็ไปร่วมงานวางศิลาฤกษ์ก่อสร้าง “หอสงฆ์อาพาธ” ผู้ป่วยใน ๖ ชั้น ๑ อาคาร และ “อาคารสนับสนุนบริการ” ๓ ชั้น อีก ๑ อาคาร ให้กับ “โรงพยาบาลบ้านผือ”
โดย “หลวงพ่อสายทอง เตชะธัมโม” วัดป่าห้วยกุ่ม ชัยภูมิ เป็นองค์อุปถัมภ์
พูดตรงๆ คือ จากอดีต ถึงปัจจุบัน ยันอนาคต ลำพังงบหลวงไม่พอต่อการสร้างอาคารโรงพยาบาลเพิ่มเติมได้ทั่วถึงทั้งประเทศหรอก
โรงพยาบาลหลายๆ แห่งก็ได้อาศัย “เศรษฐีใจบุญ” บริจาคทรัพย์ให้สร้างบ้าง
อาศัยบารมีพระที่ชาวบ้านเคารพ-ศรัทธาเป็นองค์ประธานให้ญาติโยมมาร่วมทำบุญทอดผ้าป่าสร้างให้บ้าง
“โรงพยาบาลบ้านผือ” นี้ ก็เช่นกัน
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอพึ่งบารมีหลวงพ่อสายทองช่วยสร้างอาคารทั้ง ๒ หลังให้
ในฐานะที่หลวงพ่อสายทอง เป็น “พ่อแม่ครูอาจารย์” รูปหนึ่งในภาคอีสาน ที่มีลูกศิษย์และผู้เคารพศรัทธาทั่วประเทศ
ท่าน “ไม่สร้างวัด”
แต่ท่าน “สร้างโรงพยาบาล” เป็นหลัก!
ผู้บริหารโรงพยาบาลแห่งไหนมาขอพึ่งบารมีท่าน เมื่อท่านเห็นสมควร ก็จะอนุเคราะห์ รับเป็นองค์ประธาน หาทุนทรัพย์ไปสร้างให้
ท่านสร้างอาคารให้โรงพยาบาลต่างๆ ไปแล้ว เป็นสิบๆ แห่ง และตอนนี้ ก็มีผู้บริหารโรงพยาบาลทางภาคใต้ ไปขอให้ท่านเป็นองค์อุปถัมภ์ ต่อจากโรงพยาบาลบ้านผือ
ผมกับพวกก็ไปร่วมทำบุญสร้างอาคารให้กับโรงพยาบาลบ้านผือกับหลวงพ่อ
ไปถึงโรงพยาบาลตอน ๖ โมงเช้ากว่าๆ ค่าที่ว่า เป็นหน้าหนาว ๖ โมงเช้า จึงยังมืดตึ๊ดตื๋อ
ที่รีบไป เพราะตั้งใจจะไปร่วมใส่บาตรพระตอน ๗ โมงเช้าด้วย แต่ยังไม่เห็นมีใครมาเตรียมใส่บาตรกันเลย
ผมก็เลยแฉลบไปทางที่ลูกศิษย์หลวงพ่อมาตั้งโรงทานกัน มากมาย ด้วยนานาข้าวปลาอาหาร หาอะไรใส่ไป-ใส่ท้อง (ก่อนพระ) ด้วยความคล่องแคล่วตามวิสัยเด็กวัดเก่า
อร่อยไปซะทุกอย่าง….
จนผมนึกเจ็บใจที่ไม่ได้เอาปิ่นโตติดมือมาด้วย ไม่งั้นมื้อเที่ยงจะทุ่นไปได้อีกหลายร้อย
กะหรี่ปั๊บของทีมเพจ “อีจัน” นี่นะ อร่อยเกินจะพูดว่าติดใจ
ถ้าไม่เกรงเพจ “อีจัน” จะเอามาประจานว่า “กินแล้วคาบ” ละก็นะ จะแฮบยัดใส่กระเป๋ามาแล้วหละ…บอกไม่เชื่อ
พออิ่ม ก็เดินกลับไปยังจุดที่หลวงพ่อจะนำพระสงฆ์เดินรับบาตร ก็…ตกใจ!
บริเวณโล่งที่เห็นตอนเข้ามา ตอนนี้เต็มยาวพรืดเป็นกิโลด้วยญาติโยมและลูกศิษย์-ลูกหาหลวงพ่อที่รอทำบุญใส่บาตรพระ
มากันประหนึ่งว่า….
เทพบุตร-เทพธิดา “แปลงกาย” กันลงมาถวายอาหารอริยสงฆ์ฉับพลันในพรึ่บเดียว!?
ผมได้ชื่อว่า “คนบาปหนา” ร้อยวัน-พันปี จะได้ใส่บาตรพระสักครั้ง ครั้งนี้ นับเป็นวาสนาตัวเองยิ่งนัก
ที่ได้ประเดิมศักราชใหม่ ด้วยการได้ใส่บาตร “อริยสงฆ์” โดยมีหลวงพ่อสายทองเป็นองค์นำ
ก็เอาหละ….ด้วยบุญกุศลอันข้าพเจ้าได้กระทำมาดีแล้วนั้น ขอท่านทั้งหลาย….
ทั้งที่อ่านไทยโพสต์ และทั้งที่ไม่ได้อ่าน แต่ฟังเสียงทางยูทูปและไทยโพสต์ออนไลน์ ขอจงอนุโมทนารับอานิสงส์แห่งบุญนี้โดยถ้วนทั่วกัน เทอญ
จากโรงพยาบาลอำเภอบ้านผือ ก็ไปนมัสการ “พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน” วัดป่าบ้านตาด ในตัวเมืองอุรธานี
คนอุดรธานี นับว่า เป็นคนมีบุญ-มีวาสนา เพราะได้อยู่ในดินแดนก่อเกิด “พระอริยสงฆ์” มากมาย
อุดรธานี นับเป็นดินแดน “หน่อเนื้อพุทธภูมิ” ของประเทศไทย
และ “พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ”แห่งนี้ ถือเป็นหมุดหมาย “ไทยพุทธภูมิ” อีกแห่งหนึ่ง สืบต่อไป จากปัจจุบัน ตราบนิรันดร์แห่งอนาคต
จาก “พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์”….
ก็เดินทางไปที่ “พระเจดีย์พิพิธภัณฑ์ปฏิปทาพระธุดงคกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น”
ซึ่ง “หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก” วัดป่านาคำน้อย อำเภอนายูง จังหวัดอุดรฯ กำลังสร้างถวาย “พ่อแม่ครูอาจารย์”
โดยรวบรวมปฎิปทา-คำสอนของ “หลวงปู่มั่นและลูกศิษย์” มาไว้ใน “พิพิธภัณฑ์ปฎิปทาฯ” ที่กำลังก่อสร้างขณะนี้
ตอนผมไปครั้งก่อน ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง ไปคราวนี้ ต้องบอกว่าตื่นตะลึง!
คาดไม่ถึงว่าหลวงพ่อซึ่งไม่ได้เป็นวิศวะหรือสถาปัตย์
แต่หลวงพ่อสามารถใช้ความเป็น “สถาปนึก” สร้างพระเจดีย์พิพิธภัณฑ์ปฎิปทาฯออกแบบภายในประหนึ่ง “พระวิษณุกรรม” รังสรรค์ได้ถึงปานนั้น!?
เมื่อ “พระเจดีย์พิพิธภัณฑ์ปฏิปทาพระธุดงคกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น” เสร็จ จะงามสง่า สูงเด่น
ประหนึ่งตั้งอยู่บนเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นแกนของจักรวาล!
“อำเภอนายูง ”เป็นอำเภอที่ห่างไกลจากตัวเมืองอุดรฯมากที่สุด ระยะทางราวๆ ๑๒๒ กม.เกือบถึงจังหวัด “หนองบัวลำภู”
ไปแต่ละที ก็ต้องรีบไป-รีบกลับ….
เพราะไม่มีโรงแรมให้พัก ไม่มีรถโดยสาร-รถรับจ้างใดๆ แต่เชื่อแน่ว่า เมื่อ “พระเจดีย์พิพิธภัณฑ์ปฏิปทาพระธุดงคกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น” เสร็จเรียบร้อย
ความงามตระหง่านปานวิมานลอยอยู่บนเทือกเขาพระสุเมรุ ยังไม่พูดถึง “ภายใน” ของพระเจดีย์ ที่เห็นแล้วต้องตื่นตะลึงซ้ำสอง
“นายูง” จะเปลี่ยนเป็นแดน “ไทยพุทธภูมิ”……
เชื่อมต่อกับ “พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน” ที่ชาวชนและนักท่องเที่ยว จะหลั่งไหลไปกราบไหว้บูชาและเยี่ยมชมความงามอัน “เหนือจินตนาการ” ชนิดหลามไหล
“พระเจดีย์พิพิธภัณฑ์ปฏิปทาพระธุดงคกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น” ที่หลวงพ่ออินทร์ถวายกำลังก่อสร้างนี้
……ยังไม่เสร็จ!
ท่านประสงค์จะร่วมสร้าง สามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้ ๒ บัญชี คือ บัญชี “วัดนาคำน้อย” เพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์กรรมฐานฯ ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี ๔๐๙-๕-๗๑๒๒๑-๘
และบัญชี “วัดนาคำน้อย” เพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์กรรมฐานฯ ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี ๗๖๘-๗-๗๘๙๕๙-๙
เล่าเรื่องไปเที่ยวยังไม่จบ แต่จบไว้ก่อน เดี๋ยวท่านรำคาญ!
จะคุยเรื่องเขมร ก็ยังอยู่ในช่วงจัดทำดอกไม้จันทน์ เตรียมถวาย “อัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน”
ครั้นจะคุยเรื่อง “หาเสียงเลือกตั้ง”……
ปล่อยให้แต่ละคน-แต่ละพรรคเขา “เฉาฉุ่ย” ไปก่อนดีกว่า แค่นี้ คนฟังก็ขี้เกียจจะเมาน้ำลายหงายท้องกันแล้ว
ขืนผมเฉาฉุ่ยผสมโรงไปอีก ทำไป-ทำไม “๘ กุมภา” ที่จะได้เข้าคูหา X บัตร
เผลอๆ “๘ กุมภา.” จะกลายเป็นวัน “ฝันค้าง” กันทั้งประเทศ!?
ฉะนั้น คุยเรื่องนี้ดีกว่า
เห็น “กระทรวงต่างประเทศ” แถลง ประธานาธิบดีทรัมป์ ส่งเทียบเชิญไทยเข้าร่วม เกี่ยวกับ Comprehensive Plan to End the Gaza Conflict
และข้อริเริ่มในการจัดตั้ง “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace)
ไทยตอบยินดีกับข้อริเริ่มใดๆ ที่จะช่วยสนับสนุนสันติภาพที่ยั่งยืนในตะวันออกกลาง
และความพยายามดำเนินการด้านมนุษยธรรม เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของชาวปาเลสไตน์
และหวังว่า ข้อริเริ่มจะเป็นไปตามเจตนารมณ์ของชาวปาเลสไตน์และได้รับการสนับสนุนโดยประเทศในภูมิภาค
โดยไทยยืนยันสนับสนุนความพยายามของทุกฝ่ายเพื่อบรรลุแนวทาง “สองรัฐ”
ที่มี “รัฐอิสราเอล” และ “รัฐปาเลสไตน์” อยู่เคียงคู่อย่างสันติ บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและข้อมติของ UN ที่เกี่ยวข้อง
กระทรวงต่างประเทศไทยเรา “การ์ดสูง” ขณะนี้ สหรัฐฯ โดยทรัมป์ ประกาศ “ลาออก” จากการเป็นสมาชิกองค์กรโลกทั้งหมด รวมทั้ง UN
จะตั้ง “องค์กรใหม่” เป็น “นิว-สหประชาชาติ” ซ้อนองค์กรเดิม เขาเชิญ ไทยก็ไม่ปฎิเสธ สนับสนุนแนวทาง ๒ รัฐ “รัฐปาเลสไตน์-รัฐอิสราเอล”
แต่…..(เอาหางแหย่น้ำไว้)
ทั้งนี้ “บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและข้อมติของ UN ที่เกี่ยวข้อง”
การเรียกร้องสันติภาพของ “สหรัฐอเมริกา” ขณะนี้ มันย้อนแย้งกับ “การกระทำ” ของผู้นำสหรัฐฯ “ประธานาธิบดีทรัมป์” โดยชัดแจ้ง
ในขณะที่ทรัมป์สร้างสันติภาพ “ด้วยอำนาจ” และเสียงดังของระเบิด
เวลาเดียวกัน ที่สหรัฐฯ พระสงฆ์จำนวน ๑๙ รูป จากไทย ลาว ไต้หวัน เวียดนาม และ “อโลก้า” หมาจากกองขยะในอินเดีย ๑ ตัว
กำลังสร้างสันติภาพด้วย “ความเงียบ” จากการเดินอย่างสงบ ๓,๗๐๐ กิโลเมตร จากเท็กซัส ผ่าน ๑๐ รัฐ มุ่งหน้า “วอชิงตัน ดีซี.”
ณ เวลานี้ พระสงฆ์เหลือ ๑๘ รูป….
เพราะรูปหนึ่งซึ่งเป็นพระลาว ถูกรถที่อีกคันชนกระเด็นมาชนในระหว่างทาง สาหัสถึงขั้นต้อง “ตัดขา” สุดวิสัยจะร่วมเดิน “เพื่อสันติภาพ ”ต่อได้
อีกรูปถูกชนด้วย แต่บาดเจ็บไม่มากนัก จึง walk for peace ต่อไป ตอนนี้ ถึงนอร์ทแคโรไลนาแล้ว
เหลือระยะทาง อีก ๔๕๐ กม.ก็จะถึงวอชิงตัน ดีซี.ประมาณ กลางเดือนกุมภา.
เมื่อถึงวอชิงตัน ดีซี.คณะสงฆ์ walk for peace ๑๘ รูป ซึ่งมี ท่าน “ปัญญากระ ภิกขุ” พระเวียดนาม “วัดในสหรัฐฯ” เป็นองค์นำ
จะยื่นเรื่องต่อสภาคองเกรสให้ “วันวิสาขบูชา”
เป็นวันหยุดของ “ประเทศสหรัฐอเมริกา”!
เนี่ย….
ความเงียบจาก walk for peace ของพระสงฆ์ ๑๙ รูป และสุนัข ๑ ตัว ระยะทาง ๓,๗๐๐ กม.
กำลังเป็นความเงียบที่ดังสั่นสะเทือนไม่เพียงทั้ง ๕๐ รัฐของสหรัฐฯ
แต่ยังดังสะท้านฟ้า-สะเทือนดิน กลบความดังของระเบิดจากอำนาจทรัมป์ที่ไปถล่มทำลายบ้านโน้น-เมืองนี้ ……
เพื่อ “สันติภาพ”!?
ภาพพระสงฆ์ ๑๙ รูปและสุนัข ๑ ตัว เดินผ่านไปรัฐไหน จะมีอเมริกันชน นับหมื่น-นับแสน-นับล้าน ออกมาต้อนรับ ยกมือไหว้ ก้มกราบ มากต่อมากร้องไห้
เป็นข่าวสะเทือนโลก บางคนถึงคอมเมนต์ท้ายข่าวที่เผยแพร่ว่า…..
-ในโลกที่ทุกคนอยากพูด การเลือกที่จะเงียบอาจทรงพลังมากที่สุด
-โลกมีเทคโนโลยีมากขึ้น แต่ใจคนกลับวุ่นวาย
-บางทีสันติภาพอาจไม่ได้มาจากการเปลี่ยนโลก แต่มาจากการเปลี่ยนลมหายใจ
ที่คอมเมนต์สะท้อนถึงผู้นำของเขาได้บาดลึกที่สุด ก็เช่น
-หมาตัวนี้ไม่ได้เดินตามพระ แต่กำลังพาเรากลับไปหาความเป็นมนุษย์ เพราะหัวใจมนุษย์ รับรู้ถึงความจริงใจ
-หมายังเข้าใจคำว่าสันติภาพได้จากการเดิน แล้วทำไมมนุษย์ที่มีสมอง มีภาษา กลับทำไม่ได้”
ผมดูตามเว็บที่เสนอเรื่องนี้ เขาบอกว่า….
“สิ่งสำคัญคือ คณะพระไม่ได้ตั้งใจ “ชวนเปลี่ยนศาสนา” แต่เน้นแบ่งปัน “สติ เมตตา การเยียวยาใจ” แบบสากล
และนั่นแหละ ที่ทำให้คนจำนวนมาก “รู้สึกบางอย่าง” จนกลั้นน้ำตาไม่อยู่”
ก็คุยกันเท่านี้ ก่อนที่ “สันติภาพ” ที่ทรัมป์แสวงหา จะทำให้โลกแดงฉานด้วยเปลวเพลิง
ซึ่งจะได้เห็นกันเป็น “บุญตา” ภายในปีนี้แหละ!
-เปลว สีเงิน
๒๐ มกราคม ๒๕๖๙

