ประชาชนเขต 19 พื้นที่สะพานสูง ตลาดสัมมากร พูดหนักแน่นเลือกประชาธิปัตย์ ยินดี-ดีใจ “อภิสิทธิ์-สกลธี“ กลับมาเรียกศรัทธา “ประชาธิปัตย์” คืน พร้อมขนนโยบายเด็ด รับวันเด็ก “หายจนปัญญา การศึกษาตอบโจทย์ชีวิต “บัฟเฟ่ต์การศึกษา-เรียนสิ่งที่อยากเรียน-เรียนฟรีต้องฟรีจริง-หางานให้ใช้หนี้ กยศ.-English for all” เติมอาวุธแข็งแกร่งให้เด็กไทยถ้วนหน้า แก้ปัญหาเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน
10 มกราคม 2569 ซึ่งตรงกับวันเด็กแห่งชาติ โดยพรรคประชาธิปัตย์ ยังคงเดินหน้าหาเสียงอย่างต่อเนื่องและหนักหน่วง เจาะทุกตารางเมตรทุกพื้นที่เพื่อเข้าถึงพี่น้องประชาชนทุกตรอกซอกซอย และตลาดเช้า-เย็น แบบไม่ทิ้งช่วง
โดยเช้าวันนี้ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ กทม. พร้อมด้วย ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 19 เบอร์ 11 นางสาวกานต์ วรดรวรวิศาล ลงหาเสียงพื้นที่เขตสะพานสูง ตลาดสัมมากร
โดย นายสกลธี เปิดเผยว่า กระแสการตอบรับจากประชาชนที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ยังคงแรงต่อเนื่อง โดยวันนี้ ตนได้ลงพื้นที่สะพานสูง และตลาดสัมมากร กับนายองอาจ ประชาชนจำนวนมากเดินมาบอกตนว่า ยินดีและกล่าวต้อนรับ ที่ท่านหัวหน้าพรรคอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรค และตนกลับมาร่วมบริหารพรรคอีกครั้ง และประชาชนจำนวนมาก กลับมาตอกย้ำกับตนว่า พวกเขาจะยังคงเลือก และเป็นแฟนประชาธิปัตย์เหนียวแน่น และพร้อมออกไปเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เหมือนเดิม
นายสกลธี ยังย้ำอีกว่า วันนี้เป็นวันเด็ก ปี 2569 ตนและพรรคประชาธิปัตย์ อยากเห็นเด็กๆ เติบโตอย่างมีศักยภาพ
“ผมอยากฝากถึงผู้ปกครองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างพื้นฐานที่จะทำให้เยาวชนและเด็กที่เป็นอนาคตของชาติ ได้เติบโตต่อไปอย่างมีคุณภาพ ดังนั้นการเลือกตั้งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทุกๆคน” นายสกลธี กล่าว
สำหรับ นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ด้านการศึกษาสำหรับเด็กไทยนั้น นายสกลธี กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้คัดสรรนโยบาย และสามารถทำได้จริง ทั้งตอบโจทย์ผู้รับด้วย ซึ่งนโยบายนี้จะอยู่ในเสาที่ 3 คือหายจนปัญญา การศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิต
โดยนโยบายชุดนี้ จะประกอบไปด้วย บุฟเฟต์การศึกษา เรียนสิ่งที่อยากเรียน ซึ่งหลักสูตรจะมีความยืดหยุ่น เด็กไทยสามารถเรียนข้ามสถาบัน สะสมหน่วยกิต ผ่านระบบ Credit Bank และ Skill Wallet
นอกจากนี้ ยังมีนโยบาย เรียนฟรี ต้องฟรีจริง โดยเน้นการตัดค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าเดินทาง และอาหาร สนับสนุนงบให้โรงเรียนขนาดเล็กตามความจำเป็น
รวมถึง นโยบายหางานให้ใช้หนี้ กยศ. โดยผู้กู้เงิน กยศ. สามารถทำงานบริการสังคม หรือดูแลผู้สูงอายุ เพื่อนำค่าจ้างมาหักลบหนี้กู้ยืมได้ และนโยบาย English for All / Learn to Earn / แผลตฟอร์มการเรียนรู้แห่งชาติ National Digital
Learning Platform (NDLP) โดยมีครูสอนภาษาถึงเด็กทุกคนลดความเหลือบล้ำ ปรับใช้ AI ในการเรียนรู้เฉพาะบุคคล เตรียมทักษะทันสมัยสู่ตลาดแรงงานแห่งอนาคต
“ผมมั่นใจว่า นโยบายนี้ ทำได้จริง ตอบโจทย์ทุกกลุ่มเด็ก และนักศึกษา และกระทบงบประมาณของรัฐน้อยมาก ทำให้เด็กไทยก้าวทันโลก และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ที่สำคัญเป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน”รองหัวหน้พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวยืนยันหนักแน่น.
