“ชัยวุฒิ -ดร.เจษฎ์” ​เจอ FC ขอเต้น เพลง ชาแนล บอก ชอบมาก รักชาติ คนรุ่นใหม่

"ชัยวุฒิ -ดร.เจษฎ์" สวมม่อฮ่อม ล้อมวงคุยคนรุ่นใหม่กลางสวนสาธารณะ เปิดเวที "รักชาติเริ่มที่การรับฟัง" ชูนโยบาย "รักชาติที่กินได้" ดันแบงก์รัฐอุ้ม SME - สะท้อนปมเด็กต่างจังหวัด "โอกาส" ไม่เท่าเมืองใหญ่ เรียนดีมีเงิน ผุดโรงเรียนนานาชาติฟรี 77 จังหวัด

เชียงใหม่ -8 มกราคม 2569 เวลา 08.00 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฏ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ นำทีมผู้บริหารและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ อาทิ นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค นายรวี เลาหพูนรังษี รองหัวหน้าพรรค นางสาวชุติกาญจน์ สุวรรณโคตร รองโฆษกพรรครักชาติ และนายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 13 เบอร์ 9 พร้อมด้วยโค้ชเอก นายอิสระพงศ์ เจริญวรายุทธ ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 1 เบอร์ 11 ลงพื้นที่จัดกิจกรรม “รักชาติเริ่มที่การรับฟัง” ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด ถ.อารักษ์ ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยแกนนำทั้งหมดได้พร้อมใจกันสวมใส่ชุดพื้นเมือง (เสื้อม่อฮ่อม) นั่งล้อมวงพูดคุยกับกลุ่มเยาวชนและประชาชนอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าที่สดชื่น

โดยนายชัยวุฒิ ได้เน้นย้ำถึงจุดยืนของพรรค ซึ่งคำว่า “รักชาติ” ต้องไม่ใช่เพียงวาทกรรมที่สวยหรู แต่ต้องเกิดจากการลงมือทำเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น

​”มันแปลกที่การกระทำบางอย่างไม่ได้ทำเพื่อประชาชน และไม่ได้ทำเพราะรักชาติจริง ๆ เราอยากให้คำว่า ‘รักชาติ’ เป็นมากกว่าคำพูด แต่อยากให้ทุกคนมาร่วมพลังกันสร้างสิ่งดี ๆ ให้การเมืองไทย” นายชัยวุฒิกล่าว

​ส่วนด้านนโยบาย นายชัยวุฒิ ระบุว่า สิ่งที่พรรคให้ความสำคัญที่สุดคือ “ปัญหาเศรษฐกิจ” โดยเฉพาะการช่วยเหลือคนตัวเล็กและผู้ประกอบการรายย่อย (SME) เราอยากผลักดันให้ธนาคารของรัฐ มีบทบาทในการปล่อยกู้เพื่อเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ และทำให้ธุรกิจรายย่อยสามารถยืนหยัดได้อย่างเข้มแข็ง

​ขณะ รศ.ดร.เจษฎ์ ได้ตั้งคำถามชวนคิดกับน้อง ๆ นักศึกษาและเยาวชนที่มาร่วมฟังว่า นโยบายการศึกษาที่หลายคนใฝ่ฝัน คือการเรียนฟรีตั้งแต่อนุบาลจนจบปริญญาตรีนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องตอบให้ได้คือ “สตางค์” หรือเม็ดเงินงบประมาณที่จะนำมาใช้นั้นมีที่มาอย่างไร ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงโครงสร้างงบประมาณและความเป็นไปได้จริงของนโยบายรัฐ รวมถึงได้หยิบยกเรื่องราวช่องว่างระหว่างวัยมาเปรียบเทียบอย่างน่าสนใจ โดยระบุว่า คนยุค Baby Boomer เติบโตมาในช่วงเวลาที่เห็นมนุษย์ไปลงดวงจันทร์และรู้สึกว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์และยิ่งใหญ่ที่สุด แต่หากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในวันนี้ หรือหากประเทศไทยทำได้ คนรุ่นใหม่อาจจะรู้สึกเฉย ๆ หรือเพียงแค่ “ว้าว” เล็กน้อยแล้วจบไป

​”เราไม่รู้หรอกว่าในวันเวลานั้นของเขา (คนรุ่นเก่า) เป็นอย่างไร แต่สิ่งสำคัญคือคนรุ่นใหม่คืออนาคตของบ้านเมือง และการเปลี่ยนแปลงต้องผ่านการเลือกตั้ง หากเรามองว่าคนเยอะไม่ดี เราจะเปลี่ยนเขาได้อย่างไร มันก็ต้องผ่านกระบวนการคัดเลือก” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว

ด้าน “น้องโฟล์ค” ผู้สมัครจากเขต 13 (กทม.) ซึ่งเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขคนเชียงใหม่ ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวที่สะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสระหว่างเมืองหลวงและต่างจังหวัด โดยเผยว่า ตนเองเติบโตที่เชียงใหม่ เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย และโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีความฝันอยากเป็นศิลปินนักแสดงตั้งแต่เด็ก แต่ในอดีตเชียงใหม่ขาดแคลนสถาบันสอนการแสดงที่มีคุณภาพและครบวงจรเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ

​”สมัยก่อนที่เรียนการแสดงในเชียงใหม่มีน้อยมาก… โฟล์คคือคนหนึ่งที่มีความฝัน แต่สิ่งที่เราเจอคือ บ้านเราไม่มีสถาบันที่พร้อมจะส่งเสริมเราได้เท่ากับที่กรุงเทพฯ ทำให้ต้องดิ้นรนขวนขวายหาทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อตามหาความรู้และทำตามความฝัน”

​น้องโฟล์ค ทิ้งท้ายว่า เรื่องราวของเขาเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า เด็กต่างจังหวัดที่มีศักยภาพอีกจำนวนมาก ต้องเสียโอกาสหรือต้องจากบ้านเกิดเพียงเพราะความไม่พร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาและอาชีพในท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรครักชาติต้องการเข้ามาแก้ไข

ส่วน ขิง ชุติกาญจน์ รองโฆษกพรรครักชาติ กล่าวเสริมเรื่องการศึกษาว่า การให้โอกาสกับเด็กและเยาวชนเป็นเรื่องที่สำคัญ การสร้างแรงบันดาลใจ ให้เด็ก ๆ เห็นความสำคัญของการศึกษา ด้วยนโยบาย “เรียนดีมีเงิน” ใครสอบผ่านเกณฑ์ มีเงินคืน เพื่อเป็นทุนการศึกษา ขณะที่น้อง ๆ ที่มีความสามารถด้านภาษา ต้องมีมาตรการส่งเสริมอย่างจริงจัง ซึ่งส่วนแรกที่ทำได้เลยทันที คือการให้เป็นไกด์ท้องถิ่น และมีรายได้ ระหว่างเรียน

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชนที่มาออกกำลังกายและเยาวชนในพื้นที่สวนสาธารณะหนองบวกหาดเป็นจำนวนมาก โดยน้อง ๆ บางส่วน ร่วมสะท้อนมุมมองและปัญหาด้านตลาดแรงงาน ที่ไม่เพียงพอรองรับเด็กจบใหม่ จึงอยากให้ภาครัฐมีมาตรการแก้ไข หรือกระตุ้นเพิ่มเติมในส่วนนี้ นอกจากนั้นยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการศึกษาและอนาคตของประเทศอีกด้วย จากนั่น ศ.ดร.เจษฏ์ และนายชัยวุฒิ ได้ลงพื้นที่ ตลาดประตูเชียงใหม่ เพื่อพบพี่น้องประชาชน โดยนายชัยวุฒิ ได้เจอ กับFCแฟนคลับบอกว่า“ เป็นแฟนคลับ ท่านรัฐมนตรี ติดตาม ชอบพรรครักชาติ คนรุ่น ใหม่ ชอบมากเต้นเพลง ชาแนลพร้อมกับ ชอบที่พูดว่า อ่อมเเก่ และขอ เต้นท่า เพลง ชาแนล กับนายชัยวุฒิ ด้วย ทำให้บรรยากาศการหาเสียงในช่วงเช้าเป็นไปอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางตลาดเช้า ที่ชาวบ้านต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าเบื่อการเมืองเก่า โกงกิน แต่่อยากสนับสนุน คนรุ่นใหม่ๆบ้าง.

Written By
More from pp
จากภูมิปัญญาแผ่นดิน สู่การทำกินที่พอเพียง
บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด มุ่งเน้นถึงความสำคัญในการตอบแทนสังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมเป็นส่วนในการพัฒนาอาชีพให้กับชาวบ้านและเกษตรกรสู่การพึ่งพาตัวเองและความยั่งยืนในอนาคตต่อไป
Read More
0 replies on ““ชัยวุฒิ -ดร.เจษฎ์” ​เจอ FC ขอเต้น เพลง ชาแนล บอก ชอบมาก รักชาติ คนรุ่นใหม่”