“พาณิชย์” ผนึกกำลังภาครัฐและเอกชน ปรับแผนรับมือผลไม้ออกสู่ตลาดรวม 5 มาตรการ เตรียมเดินหน้าช่วยเหลือด้านการผลิต การทำตลาดในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงการช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ และการควบคุมคุณภาพมาตรฐาน มั่นใจดูแลราคาผลไม้ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้แน่

นายสรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังการประชุมขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้ประชุม ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม ผู้ประกอบการด้านการขนส่ง ห้างสรรพสินค้า แพลตฟอร์มค้าออนไลน์ และผู้ส่งออก เพื่อพิจารณามาตรการด้านการดูแลราคาผลไม้ที่กำลังจะออกสู่ตลาด ภายหลังมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ได้มอบนโยบายปรับเปลี่ยนมาตรการให้เหมาะสม จึงเป็นที่มาของการประชุมในครั้งนี้ และได้มีการปรับเปลี่ยนมาตรการให้สอดคล้องตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยมีมาตรการที่จะนำมาใช้รวมทั้งสิ้น 5 มาตรการ

สำหรับ 5 มาตรการ ได้แก่

1. มาตรการด้านการผลิต จะมีการบริหารจัดการเรื่องแรงงานเก็บผลไม้ โดยจะมีการผ่อนผันการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามเขต แต่จะต้องมีการตรวจสุขภาพ การดูแลความเป็นธรรมเรื่องราคาและปริมาณ จะมีการใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า และกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการเข้ามาควบคุม การส่งเสริมให้มีการทำคอนแทรกฟาร์มมิ่ง การส่งเสริมการซื้อขายผ่านสัญญาข้อตกลง การเชื่อมโยงการกระจายผลไม้ผ่านห้าง และการสนับสนุนกล่องบรรจุผลไม้ ขนาด 5 กิโลกรัม (กก.) 10 กก. และ 20 กก.

2. มาตรการด้านตลาดในประเทศ จะเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย และขอความร่วมมือไปรษณีย์ไทยมาช่วยในการจัดส่งผลไม้ โดยมีปริมาณฟรี 200 ตัน และอยู่ระหว่างหารือถึงความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มปริมาณขึ้นอีก การผลักดันให้นำผลไม้จำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ การส่งเสริมให้เกษตรกรและผู้ประกอบการจำหน่ายผลไม้ทางช่องทางออนไลน์ การรณรงค์การบริโภคผลไม้ในประเทศ และส่งเสริมให้นำผลไม้มอบเป็นของฝากของขวัญ

3. มาตรการด้านตลาดต่างประเทศ จะเดินหน้าการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ทั้งระหว่างผู้ซื้อ ผู้นำเข้า กับผู้ประกอบการไทย หากทำได้ก็จะดำเนินการต่อ และจะเพิ่มการทำ Business Matching ในรูปแบบออนไลน์ให้มากขึ้น ซึ่งจะรวมถึงสินค้าตัวอื่นๆ ด้วย การประชาสัมพันธ์ผลไม้ในตลาดต่างประเทศจะยังคงเดินหน้าต่อ ทั้งรูปแบบเดิม คือ ผ่านห้างสรรพสินค้า การจัดโปรโมชั่นต่างๆ แต่จะเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์ผ่านออนไลน์มากขึ้น และได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์เป็นเซลส์แมนขายผลไม้ในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาด และช่วยดูในเรื่องการจัดหาสินค้านำเข้า เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่งทางอากาศ เช่น มะม่วงที่ส่งไปเกาหลีใต้และญี่ปุ่น มีการคิดค่าบริการเต็มทั้งขาไป-กลับ ซึ่งมีการส่งสินค้าเฉพาะขาไป ทำให้ค่าระวางสูง จึงจำเป็นต้องแก้ไขให้มีการส่งสินค้าขากลับเข้ามาด้วย เพื่อลดต้นทุน

4. มาตรการเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ จะช่วยสนับสนุนดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการที่รวบรวมผลไม้ในอัตรา 3% ระยะเวลา 10 เดือน ชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการที่รวบรวมผลไม้เพื่อส่งออกในอัตรา 3% ระยะเวลา 6 เดือน และช่วยค่าใช้จ่ายรวบรวมเพื่อส่งออกอีกกก.ละ 3 บาท เป้าหมาย 1 หมื่นตัน

5. มาตรการเสริมศักยภาพการบริหารจัดการผลไม้ในเรื่องมาตรฐาน จะดำเนินการผลักดันให้มีการยอมรับมาตรฐานการตรวจสอบร่วมกัน หากผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานจากเซ็นทรัล แลป ของไทยแล้ว เมื่อส่งออกไปจีน จะไม่มีการตรวจสอบอีก จากเดิมที่ต้องมีการตรวจสอบซ้ำ โดยจะมีการสนับสนุนค่าตรวจสอบของแลปให้กับผู้ส่งออก เพื่อลดต้นทุนในการส่งออก

“ทั้ง 5 มาตรการนี้ เป็นมาตรการที่ได้มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และเป็นการปรับมาตรการ เพื่อทำให้เกิดผลกระทบต่อผลไม้ของไทยน้อยที่สุด จากนี้จะเป็นการเร่งรัดการดำเนินการ เพราะผลไม้กำลังออกสู่ตลาด โดยจะมีการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องต่อไป” นายสรรเสริญกล่าว

นอกจากนี้ ยังได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือแนวทางการบริหารจัดการการขนส่งผลไม้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวม 13 หน่วยงาน ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมการค้าภายใน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงคมนาคม สมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย สมาคมการค้าธุรกิจบริการและผลิตภัณฑ์ผสมผสาน สมาคมตัวแทนขนส่งทางอากาศไทย สมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย สมาคมผู้ประกอบการผักผลไม้ไทย บริษัท ไทยฟินเทค จำกัด และบริษัท แกร็บแท็กซี่ ประเทศไทย จำกัด

โดยมีเป้าหมายหลักในการบูรณาการทำงานร่วมกันให้เบ็ดเสร็จและครบวงจร เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการหาแนวทางบริหารจัดการการขนส่งผลไม้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ดังต่อไปนี้

1. ร่วมบูรณาการในทุกมิติ ทั้งด้านการขนส่งทางอากาศ ทางบก และทางเรือ ให้สามารถดำเนินการกระจายผลผลิตไปได้ 77 จังหวัด และนอกประเทศได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ

2. ร่วมบูรณาการเชื่อมต่อระบบการจัดส่ง (Delivery) ที่มีอยู่ในประเทศ และใช้แพลตฟอร์มหน่วยงานภาคเอกชนที่มีอยู่ บริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ทางด้านระบบการขนส่งเพื่อระบายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว และสร้างโอกาสที่จะขยายตลาดได้เพิ่มขึ้น

3. หน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องคำนวณอัตราค่าระวาง (Freight Charge) และ/หรือค่าบริการต่างๆ ด้วยความเป็นธรรม พร้อมให้การสนับสนุนช่วยเหลือ ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ และอำนวยความสะดวกอย่างเต็มกำลัง

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169

Written By
More from pp
ทรูมูฟ เอช ขออภัยลูกค้า พร้อมมอบสิทธิโทรฟรี 100 นาทีทุกเครือข่าย และใช้ดาต้าฟรี 500 MB ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง
ทรูมูฟ เอช ขออภัยลูกค้า พร้อมมอบสิทธิโทรฟรี 100 นาทีทุกเครือข่าย และใช้ดาต้าฟรี 500 MB ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง...
Read More
0 replies on ““พาณิชย์” ผนึกกำลังภาครัฐและเอกชน ปรับแผนรับมือผลไม้ออกสู่ตลาดรวม 5 มาตรการ เตรียมเดินหน้าช่วยเหลือด้านการผลิต การทำตลาดในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงการช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ และการควบคุมคุณภาพมาตรฐาน มั่นใจดูแลราคาผลไม้ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้แน่”