ไอทีวีจะกลับมา? – ผักกาดหอม

ผักกาดหอม

น่ากลัวครับ

อำนาจยังไม่ทันเข้าปาก ก็พ่นออกมาเสียแล้ว

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านเกิดเรื่องราวที่ดิสเครดิตศาลยุติธรรม ไม่บ่อยครับที่จะมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น

แต่ในยุคที่พรรคก้าวไกลกำลังจะเถลิงอำนาจ เรื่องที่ไม่เคยเห็นก็จะได้เห็นถี่ขึ้น

และบางกรณีได้เกิดขึ้นแล้ว

หนึ่งในนั้นคือ การท้าทายศาลยุติธรรม โดย ๒ ว่าที่ ส.ส.ก้าวไกล “ลูกเกด-ชลธิชา แจ้งเร็ว” และ “รังสิมันต์ โรม” ใช้ข้อมูลเท็จบอกกับประชาชน

เมื่อวันศุกร์ที่ ๒ มิถุนายน ทั้งคู่ไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เพื่อให้ตรวจสอบวินัยผู้พิพากษาศาลอาญาที่เร่งรัดคดีอาญา มาตรา ๑๑๒ ที่ “ลูกเกด” ตกเป็นจำเลย

อ้างสาเหตุคือมีการเลื่อนนัดสืบพยานให้เร็วขึ้นจนไม่มีทนายความจำเลยร่วมว่าความอยู่ในการพิจารณาคดีด้วย

จริงหรือเปล่า ถ้าจริง ถือว่าผู้พิพากษาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

เป็นเรื่องใหญ่ครับ

“ลูกเกด” ให้ข่าวว่า

“…ประมาณเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๕ มีเจ้าหน้าที่ศาลโทรศัพท์มาสอบถามทนายความ ว่าในเดือนมิถุนายนและสิงหาคม มีวันว่างหรือไม่ ศาลต้องการนัดสืบพยาน โดยเลื่อนนัดมาให้เร็วขึ้นทนายความของจึงชี้แจงว่าไม่ว่างเนื่องจากติดภารกิจของการสืบพยานที่ศาลอื่น

ในเมื่อทางเราแจ้งกับศาลไปเรียบร้อยแล้วถึง ๒ รอบว่า ตัวทนายความของจำเลยไม่สะดวกนัดสืบพยานในคดีนี้ช่วงเดือนมิถุนายนเเละสิงหาคม ๒๕๖๖ เพราะติดนัดคดีอื่น สิ่งที่ดิฉันและทนายความสงสัยและตั้งคำถามคือ ในเมื่อศาลรู้อยู่แล้วว่าทนายความไม่สะดวกเนื่องจากภารกิจ

เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ที่ผ่านมา จึงเดินทางมาที่ศาลคนเดียวเพื่อขอยื่นการเลื่อนนัดสืบพยานเนื่องจากไม่สะดวก แต่ นายอรรถการ ฟูเจริญ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา และผู้พิพากษาในคดีไม่อนุญาตให้เลื่อนนัดสืบพยาน

จึงใช้สิทธิ์ในการขอพบผู้บริหารศาลซึ่งเป็นสิทธิ์ของบุคคลทั่วไป แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าพบ จึงขอใช้สิทธิ์เปลี่ยนองค์คณะผู้พิพากษาเนื่องจากรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเหตุการณ์เมื่อวานนี้มีการสืบพยานฝ่ายโจทก์โดยที่ไม่มีทนาย ซึ่งตามปกติคดีอาญาที่มีโทษสูงอย่างมาตรา ๑๑๒ โทษจำคุก ๓-๑๕ ปีการสืบพยาน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้มีความรู้ด้านกฎหมาย ทำให้รู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม…”

รู้สึกไงบ้างครับ หากเป็นเรื่องจริง ว่าที่ส.ส.ยังถูกศาลรังแก แล้วชาวบ้านตาดำๆ จะไม่โดนหนักกว่านี้หรือ

ฟัง “รังสิมันต์” พูด ยิ่งไปกันใหญ่ครับ

“…ผมไม่อยากให้รู้สึกว่าองค์กรสุดท้ายนี้ จะเป็นเครื่องมือของขบวนการอะไรก็แล้วแต่ เป็นการเตะตัดขาชลธิชาให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในสภาฯหรือเป็นผู้แทนของประชาชนได้

ผมเชื่อว่าคงจะไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นกับศาลของเรา ผมมีความหวังที่จะเห็นการปรับปรุงแก้ไขสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย…”

ครับ…เจตนาของ “รังสิมันต์” ในการพูดถึงศาล เดาได้ไม่ยากครับ

พวกนี้เชื่อเต็มๆว่า ศาลอยู่ในขบวนการเตะตัดขา “ลูกเกด” ไม่ให้เป็นส.ส.

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงคงต้องปฏิรูปศาลยุติธรรมไทยอย่างเร่งด่วน

แต่….หนังคนละม้วน เมื่อ “สรวิศ ลิมปรังษี” โฆษกศาลยุติธรรม เอาความจริงมาชี้แจง

“…เมื่อกำหนดวันนัดใหม่ ก็เลยมีประเด็น ที่จำเลยโต้แย้งวันนัดว่า ในวันที่ ๑-๒ มิภุนายน ๒๕๖๖ จำเลยไม่ว่าง เพราะทนายติดว่าความคดีที่ศาลอื่น จึงขอเลื่อนการสืบพยาน ในวันดังกล่าว

แต่องค์คณะผู้พิพากษา เจ้าของสำนวนคดีนี้ พิจารณาแล้ว เห็นว่าคดีนี้ จำเลยมีทนาย ๒ คน คือ นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม และนายกฤษฎางค์ นุตจรัส โดยคนที่แถลงเลื่อน ว่าติดว่าความที่ศาลอื่น คือ ทนายนรเศรษฐ์

ส่วนทนายกฤษฎางค์ ไม่ได้ปรากฏว่า ติดคดีอะไร เพราะฉะนั้นโดยปกติ เมื่อมีทนาย ๒ คนแบบนี้ หากคนหนึ่ง ติดว่าความคดีอื่น แต่อีกคนไม่ติดคดีอะไร ก็สามารถที่จะทำหน้าที่ได้ องค์คณะผู้พิพากษา จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี และมีการสืบพยานไป…”

ตั้งแต่วันศุกร์จนถึงวันอาทิตย์ ผมเฝ้ามองดู “ลูกเกด” กับ “โรม” เป็นพิเศษ ทั้งในโลกโซเชียล และนอกโซเชียล ดูว่ามีความเคลื่อนไหว แก้ตัวกับสิ่งที่ โฆษกศาลยุติธรรม ชี้แจงบ้างหรือไม่

เงียบกริบ!

หมายความว่าไง

๒ คนนี้ตั้งใจจะดิสเครดิตศาลด้วยความเท็จ

ใหญ่จริงๆครับ แค่กำลังจะได้ลิ้มรสอำนาจ ก็แสดงตัวใหญ่คับศาลเสียแล้ว

หากได้อำนาจมาจริงๆ นึกภาพไม่ออกว่าจะฉิบหายวายป่วงขนาดไหน

ครับ…ไม่เจอความเคลื่อนไหวของ ๒ คนข้างต้น แต่เจอจุดตายของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” แทน

“จตุรงค์ สุขเอียด” อดีตนักข่าวไอทีวี โพสต์ข้อความตั้งหัวข้อ ไอทีวียังเป็นทำสื่ออยู่ไหม?

อ่านจบแล้วก็แปลความได้ประมาณว่า ปกป้อง “พิธา” จากขบวนการอะไรบ้างอย่าง แต่เนื้อหาที่เขียนกลายเป็นตอกฝาโลง ส่ง “พิธา” กลับไปเลียแผล

เนื้อหาโดยสรุปประมาณนี้ครับ…

….วันที่ ๖ เมษายนที่ผ่านมา ผมได้รับโทรศัพท์จากอดีตเพื่อนไอทีวี ที่รับรู้สถานะไอทีวีอยู่ เขาบอกว่า พี่จอยรู้ใช่ไหมว่า ไอทีวีชนะคดีกับสปน.และชนะคดีในศาลปกครองกลางแล้ว ตอนนี้คดีอยู่ในชั้นศาลปกครองสูงสุด

อีกประมาณ ๒ เดือน คือมิถุนายน (ก็หมายถึงเดือนนี้ )จะมีคำวินิจฉัยมา คิดว่า น่าจะยืนพิพากษาตามอนุญาโตตุลาการและศาลปกครองกลาง

คือชนะ

ถามว่าแล้วยังไง?

เขาอธิบายว่า ตอนนี้บริษัทยังไม่ได้ปิดเพราะรักษาสถานะในการสู้คดี มีเงินลงทุนเดิมอยู่ตั้งแต่ถูกปิดสถานีอยู่

แล้วมีอะไรเกี่ยวกับพี่

คือถ้าชนะคดีแล้ว คือไอทีวีก็จะได้สิทธิคืนมา เผื่อสนใจรายการ

ผมถามว่า รายการหมายถึงมีรายการจะผลิตหรือจ้างไปผลิต

เขาว่า ไอทีวี มีลิขสิทธิ์รายการที่เคยดังๆอยู่ในมือ

ชื่อไอทีวี และรายการถอดรหัส ย้อนรอย ที่ไปจดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาไว้….

…มันเป็นข่าวที่ผมยอมรับว่า รู้สึกตื่นเต้น หากไอทีวีกลับมาทำข่าวไม่ว่าจะผ่านช่องปกติหรือออนไลน์

แต่คิดไม่ถึงว่า ไม่กี่วัน มีข่าวจากกกต.ช่วงที่กำลังหาเสียงเลือกตั้งว่า อีกสองวันจะมีข่าวใหญ่ให้ติดตาม

จนก่อนลงคะแนนเลือกตั้งไม่กี่วัน ปรากฎมีคนไปร้องกกต.ว่านายพิธา ถือหุ้นไอทีวี นักข่าวก็ถามกกต. ว่านายพิธา จะขาดคุณสมบัติหรือไม่ กกต.ก็ตอบว่า ไม่เร่งรัด แล้วก็ผ่านเลือกตั้งมา

ผมข้องใจ…ในบทบาทปัจจุบันไอทีวี จึงถามเพิ่มเติมภายหลังว่า หลังจากจอดำไปเมื่อปี ๒๕๕๐ แล้ว ยังทำสื่อกันอยู่ไหม…

เขาว่า ไอทีวี ไม่มีทีมผลิตสื่อของตัวเองนานแล้ว ตั้งแต่จอดำ แต่มีการลงทุนด้านอื่นตามข่าว…. แล้วหุ้นไอทีวี มีการซื้อขายกันได้อยู่ไหม เขาว่าหุ้นไอทีวีถูกถอดจากตลาดหลักทรัพย์แล้วเมื่อปี ๒๕๕๗ แต่หุ้นไปอยู่ที่ศูนย์รับฝาก

บังเอิญอะไร ไม่รู้พี่ก่อนจะมีคนไปร้องเรียนเรื่องหุ้นคุณพิธา มีคนหนึ่งไปซื้อหุ้นกันแล้วเปลี่ยนชื่อผู้ถือ ผมไม่เข้าใจเรื่องการขายหุ้นนอกตลาดแต่เขาว่าก็ทำได้เหมือนในตลาด มีการซื้อกันแล้วเปลี่ยนผู้ถือได้ แปลกนะผมว่า มันไม่มีราคา แล้วนิ่งมานานทำไมมาซื้อกัน…

…ถ้าจำไม่ผิด คาดว่า เดือนนี้ คงรู้ผลจากศาลปกครองสูงสุด ถึงสถานะของไอทีวีว่าจะชนะคดีตามคาดหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ไม่เฉพาะแต่เจ้าของ นักลงทุนรายเล็ก รายย่อย จนถึงอดีตพนักงานอย่างเรารอคอยมาแสนนาน แต่ใครจะคิดว่า มันจะบังเอิญอะไรกับไทม์ไลน์ทางการเมืองพอดิบพอดีขนาดนี้…

ทบสรุปของ “จตุรงค์” คือเหมือนมีขบวนการบางอย่างแอบวางแผนเล่นงาน “พิธา”

โดยเฉพาะมีการซื้อหุ้นไอทีวีแบบเงียบๆ เพื่อให้เกิดภาพไอทีวีมีความเคลื่อไหวและพร้อมกลับมาทำสื่อได้ตลอดเวลา

แต่การที่ “จตุรงค์” พูดถึงคนในไอทีวีว่า ถ้าชนะคดีได้สิทธิคืน ก็พร้อมกลับมาทำรายการต่อ กระทบไปถึงการถือหุ้นไอทีวีของ “พิธา” โดยตรง

เพราะเป็นหลักฐานยืนยันว่า “พิธา” ถือหุ้นสื่อที่พร้อมจะกลับมาผลิตงานสื่ออีกครั้งในเร็วๆ นี้

Written By
More from pp
โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ จัด “โครงการปันโลกสดใส” ผ่าตัดต้อกระจก 1 คน ได้เปิดโลกการมองเห็นให้ผู้ขาดโอกาสอีก 1 คน  
“โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ” มุ่งสร้างสังคมและชุมชนแห่งการให้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัด “โครงการปันโลกสดใสกับโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ผ่า 1 ได้เห็น 2” นำรายได้ส่วนหนึ่งจากการผ่าตัดโรคตาต้อกระจก ไปร่วมสมทบทุนจัดซื้อเลนส์ตาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ เพื่อผ่าตัดให้กับผู้ขาดโอกาสในการรักษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ให้กลับมามองเห็นโลกที่สดใสอีกครั้ง
Read More
0 replies on “ไอทีวีจะกลับมา? – ผักกาดหอม”