รัฐบาล “น้ำเซาะทราย” – เปลว สีเงิน

คลิกฟังบทความ…?

เปลว สีเงิน

เย็นได้ก็เย็นกันนะ
“เพื่อไทย-ไทยสร้างไทย” ใช่อื่นไกล เคย “หนุนร่วมหมอน -นอนร่วมเตียง” กันมาก่อนมิใช่หรือ?
“ชิงก็รา-ข่าก็แรง” นั้น ดี
แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว ชะงัด
แต่การที่ท่านศิธากับท่านชลน่าน “อารมณ์บ่จอย” ต่อกัน ถึงขั้น วัดความรุนแรงได้ระดับ ๕.๙ ริกเตอร์ นั้น
“ทั้งต้น-ทั้งติ่งส้ม” ลมจะจับ

กลัว “รัฐบาลทราย” ถูกคลื่นซัดหายก่อนได้โทรมเมือง!

ยิ่งชลน่าน “หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” ยื่นโนติสถึงพิธาให้ตัดสินใจ “ถ้าเห็น ๖ เสียง (ไทยสร้างไทย)มากกว่า ๑๔๑ เสียง (เพื่อไทย) แบบนั้น ผมก็ยอม”

นั่นไม่สะเทือนแค่ “รัฐบาลทราย” ก้าวไกล
มันไปถึง “เก้าอี้ลม” ของว่าที่นายกฯ พิธาเลยทีเดียว!

ไม่เคยเห็นชลน่านโกรธจริง-โกรธจังอย่างนี้มาก่อน ถึงขั้นจุดติด “ผมเดือด ผมมีอารมณ์ ถ้าชกได้ ผมชกไปแล้ว” แบบนั้น

แสดงว่า “ของจริง” ไม่ใช่ “การเมือง”

ฝ่าย “ศิธา-เลขาไทยสร้างไทย” โพสต์ขอโทษชลน่านที่เกินเลยไปบ้าง ซึ่งมันก็น่าจะสงบลงได้

แต่เหตุที่ “สงบจบที่ลุงตู่” ไม่ได้ ก็อีตรงลีลาตะแลงแกงแทงใจ ตอนท้ายๆ ของศิธา ที่หวานหยด ว่า

อีกหน่อยเธอคงเข้าใจ
ว่าอะไรสำคัญไปกว่าแค่รักกัน

อีกหน่อยซึ่งคงไม่นาน
ถึงวันนั้นแล้วเธอจะเข้าใจ

อืมมมม….
ผมเป็นคนนอก ตีความ “กลอักษร” ที่เขาเหน็บกันไม่ได้ว่า ซ่อน “ความนัย” อะไร?

ที่เขารู้กันลึกๆ ระหว่างเพื่อไทยกับไทยสร้างไทยเท่านั้น
ฉะนั้นก็ ขอคุยเท่านี้ละกัน

แล้วพวกเราล่ะ ถึงตอนนี้ จับทิศทางสายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงได้หรือยัง ว่ามันพัดไปทางไหน?

ความเห็นผม……..
รัฐบาลผสม MOU ๘ พรรค ท่าจะถูก “สายลมแห่งความเปลี่ยนแปลง” พัดออกปากอ่าวมากกว่าจะได้นำรัฐนาวาก้าวไกลจอดเทียบท่าไทยคู่ฟ้า!

เพราะตอนนี้ กลิ่นน้ำครำมันแรงจนกลบกลิ่นหอมความเจริญไปแทบหมด

กลิ่นหอมค่าแรงขั้นต่ำ ๔๕๐ บาท ก็หายไป
กลิ่นหอมรถไฟฟ้า ๒๐ บาทตลอดสายก็หายไป

กลิ่นหอมเงินเด็ก ๑,๒๐๐ ชรา ๓,๐๐๐/เดือน ก็หายไป
กลิ่นหอมแก้ มาตรา ๑๑๒ ก็หายไป

กลิ่นหอม จะให้เซ็กส์เสรี ต้มเหล้าเสรี ก็หายไป
ที่หายไป ล้วนเป็น “ความเจริญ” ที่ก้าวไกลนำไปแลก MOU กับ ๗ พรรค เพื่อที่จะได้ “เป็นรัฐบาล-เป็นนายกฯ”

“หอมกลิ่นความเจริญ” ของส้ม ที่ตลบอบอวลโซเซียลวันแรกๆ ถึงตอนนี้ ถูกกลิ่นผายลมก้าวไกล กลบสิ้น

หาเสียงว่าการเมืองเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของประชาชน
แต่พอคน ๑๔ ล้านเสียงเลือกเข้าสภา
ก็เอา “สัญญาจะทำ” ไปแลก MOU ซะแล้ว

ได้เป็นพรรคแกนนำรัฐบาลยังไม่พอ ตำแหน่งนายกฯก็เอา รัฐมนตรีกลาโหมก็จะเอา รัฐมนตรีคลังก็จะเอา คมนาคมก็จะเอา สาธารณสุขก็จะเอา

แถมตำแหน่ง “ประธานสภา” ก็จะเอาอีก!

จนทำให้ “อดิศร เพียงเกษ” คนเพื่อไทย ตั้งคำถามเสียบชายโครงก้าวไกลว่า “สู้ไป โกหกไป” หรือเปล่า?
จิกส้มเจ็บนะเนี่ย!

ทั้งโจร ทั้งเซ็กส์เสรี ทั้งนอมินีต่างชาติ เพิ่งเป็นสส.ที่ไทยส้ม ๑๔ ล้านคนเลือกมา ยังไม่รู้ประตูสภาอยู่ตรงไหนด้วยซ้ำ

แต่คุยโขมง คนรุ่นใหม่ จะเข้าไป ล้มสถาบัน ตัดแผ่นดินแบ่งกันครอง ผ่านระบบ “ผู้ว่าฯ เลือกตั้ง” ต้มกลั่น เหล้า เบียร์ กินกันเสรี หญิง-ชาย เซ็กส์ฟรี เสรีด้วย

เหล่านี้คือ “ความจริญ” ที่มากับสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ “ส้มหลอกเด็ก” คุยจะทำให้เป็นอนาคตประเทศ “ไทย-ศตวรรษที่ ๒๑”

คงนึกว่าการบริหารราชการแผ่นดิน ง่ายเหมือนเด็ก “เล่นขายข้าว-ขายแกง” กระมัง

เฮ้อ…จะอนาถวาสนาชะตาประเทศ หรือจะทุเรศกับไอ้พวกนี้ดี คิดแล้วเซ็ง

ฉะนั้น เสาร์-จันทร์ ผมขอลาไปแก้เซ็งนะ บอกล่วงหน้าไว้ก่อน เดี๋ยวจะว่าหายหน้าไปเฉยๆ

เรื่อง “รุ่นใหม่-รุ่นเก่า” ไม่มีปัญหา
แต่ใหม่หรือเก่านั้น ถ้าจะเข้ามาบริหารประเทศ รู้แค่ตำรา รู้แค่ทฤษี มันทั้งไม่พอ และทั้งไม่ใช่

รู้แค่นั้น ไปเป็น’จานมหา’ลัยเมืองไทย เช่น ธรรมศาสตร์ จุฬาฯ ยุคปัจจุบัน พอได้

จานฉลาดแค่ไหน ศิษย์ฉลาดแค่นั้น จานโง่แค่ไหน ศิษย์ก็โง่แค่นั้น แล้วเอากระดาษที่เรียก “ปริญญา” ไปโชว์โง่-โชว์ฉลาดเหมือนจานคนละใบ

แต่เอาไปใช้ใน “สังคมโลก” เป็นจริง ยังไม่ได้
แค่อวดหยิ่งเยี่ยงกิ้งก่า พอได้

มันต้องนำวิชานั้นๆ ไปผ่านการ “ฝึกรู้-ทำรู้” และ “ทำผิด-ทำถูก” ในสังคมงานจริงมาก่อน

จนการฝึกรู้-ทำรู้นั้น สู่ระดับ “รู้ผิด-รู้ถูก” และ “รู้จริง” บนคำสรุปที่เรียกว่าผู้มี “ประสบการณ์” นั้นแหละ
แบบนั้น มาเลย……….

มาเป็นเลย นำประสบการณ์นั้น นั่งยาน “สัตย์ซื่อต่อชาติ-เสียสละเพื่อสุขประชา” มาเป็นนายกฯ เป็นสส. เป็นรัฐมนตรี

จะ อายุ ๒๐-๓๐ หรือ ๕๐-๖๐-๗๐ นั่น “ไม่ใช่เงื่อนไข”
ประสบการณ์ในงานบวกความสัตย์ซื่อต่อชาติ นั้นตะหาก คือเงื่อนไข

ผมอยากให้อ่านนี่………

ผู้บริหาร IT big brands คนสิงคโปร์ เขาพูดถึง “มุมมองคนสิงคโปร์” ต่อการเลือกตั้งประเทศไทย และมีคอมเมนท์ ว่า

“……why Thai choose all the youngs and lack of experience people to manage the country, many of them are too young and not qualified even the leader itself. This will never happen in Singapore and not even approved to go for elections. Thai people are so funny the way they choose just looking at the appearance and packaging ??….”

อายเค้ามั้ย?

เขาไม่ได้ดูถูก แต่เขาพูดถูก เขาตั้งคำถามว่า ทำไมปล่อยให้รุ่นใหม่ที่ขาดประสบการณ์เข้ามาบริหาร

ที่สิงคโปร์ อย่าว่าแต่พวกนี้ไม่มีคุณสมบัติเข้ามาบริหารประเทศเลย แม้แต่จะได้รับการอนุมัติให้ลงรับเลือกตั้งก็ยังไม่มี!

และเขาขำ กับสไตล์การเลือกสส.ของคนไทย เหมือนซื้อของมองจากเปลือก

แค่เห็นกระดาษสวยๆ หุ้มหีบห่อ ก็ซื้อ โดยไม่สนใจ “สินค้าข้างใน” ว่าดี มีคุณภาพหรือไม่?

ใครไม่อาย ผมอาย….สม yes, said!

นี่เห็นข่าวว่า กกต.สรุปตัวเลข “ผลเลือกตั้ง” อออกมาเสร็จแล้ว ก้าวไกล “ลด ๑ คน” ไปเพิ่มที่ภูมิใจไทย นอกนั้น ไม่เปลี่ยนแปลง

แสดงว่า มีความเป็นไปได้ที่ กกต.จะประกาศรับรองผลเลือกตั้งทั้ง ๔๐๐ เขต “เป็นทางการ” เร็วขึ้น
คือ อาจก่อน ๑๓ กรกฎา.

ถ้าแบบนั้น ตารางเวลาหยาบๆ ที่รองนายกฯ วิษณุประเมินไว้ ก็ต้องย้วยตามไปด้วย

-จะตั้งรัฐบาล ๘ พรรค ๓๑๓ เสียง ได้เร็วขึ้น
-จะเลือกพิธาเป็นนายกฯ ได้เร็วขึ้น

-หรือทำให้คดี พิธาซุกหุ้น iTV กกต.จะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความด้าน “พิธาขาดคุณสมบัติหรือไม่” เร็วขึ้น?
-หรือ ทั้งหลาย-ทั้งปวงนั้น เป็นแค่ “รัฐบาลทราย”

จะถูก “คลื่นขยอก” รัฐบาลก้าวไกล ๘ พรรค สลาย “ทรายคืนทราย” ซบดิน คืนเดิม ไปเสียก่อน?

เหล่านั้น ล้วนเป็นคำถามที่ทุกคนรอเฉลย
แต่คำถามนั้น แนวโน้มไปทางถามว่า ถ้าแบบนั้น

แล้ว “รัฐบาลทราย” ที่จะก่อใหม่
“พรรคไหน-ใครล่ะ” จะเป็นผู้กอบทรายกำมือแรก?

เปลว สีเงิน

๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๖

Written By
More from plew
“จะแถกไปได้ซักกี่เดือน?” – เปลว สีเงิน
เปลว สีเงิน เรา “เห็นอะไร”….. จากการลาออกจากตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ” ของท่าน “ปานปรีย์ พหิทธานุกร”? ตรงนี้น่าสนใจนะครับ เพราะใครเห็น…….. เท่ากับเห็น...
Read More
0 replies on “รัฐบาล “น้ำเซาะทราย” – เปลว สีเงิน”