นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเช็ก กระชับความสัมพันธ์รอบด้าน พร้อมพัฒนาความร่วมมือเพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

4 มกราคม 2566 เวลา 13.00 น. ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายปาเวล ปีเตล (H.E. Mr. Pavel Pitel) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเช็กประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ ภายหลังเสร็จสิ้น นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวยินดีกับการเข้ารับตำแหน่ง พร้อมอวยพรให้การทำงานประสบแต่ความราบรื่นตลอดการประจำการที่ประเทศไทย ทั้งนี้ ยินดีที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและสาธารณรัฐเช็กมีความแน่นแฟ้น พร้อมหวังว่า ไทยและเช็กจะร่วมกันพัฒนาความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์สำหรับประชาชนของทั้งสองฝ่าย

นายกรัฐมนตรียินดีกับความสำเร็จของการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหภาพยุโรป สมัยพิเศษ ในระหว่างที่เช็กเป็นประธานคณะมนตรียุโรป สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองภูมิภาคที่จะร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยไทยหวังที่จะบรรลุเป้าหมายในการรับมือกับภูมิรัฐศาสตร์และความท้าทายด้านความมั่นคง การเปลี่ยนผ่านสีเขียวเพื่อความยั่งยืน และ การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล ผ่านความร่วมมืออาเซียน – EU พร้อมขอบคุณเช็กที่สนับสนุนไทยในกรอบ EU มาโดยตลอด นำมาสู่การลงนามความตกลง Thailand – EU PCA ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การเปิดการเจรจา FTA กับ EU รอบใหม่ต่อไป

ด้านเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเช็ก ขอบคุณสำหรับการอนุญาตให้เข้าพบในวันนี้ ยินดีที่ได้มาดำรงตำแหน่งที่ประเทศไทย พร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศในทุกระดับ และทุกมิติ ซึ่งจากความสัมพันธ์ และความร่วมมือที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างกัน เชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างกันในอนาคตจะแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นต่อไป

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

ทั้งสองฝ่ายพร้อมผลักดันความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว อาทิ ความร่วมมือการทูตด้านอวกาศ ยานยนต์ ด้านความมั่นคง และสาธารณสุข เป็นต้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีหวังว่า ไทยและเช็กจะสามารถจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ (Joint Commission on Economic Cooperation: JEC) ครั้งที่ 3 ได้ในโอกาสแรก เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือที่มีอยู่เดิม และความร่วมมือในสาขาใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพร่วมกัน

ในด้านเศรษฐกิจและการลงทุน นายกรัฐมนตรีเชื่อว่า ทั้งสองฝ่ายยังมีศักยภาพสามารถเพิ่มพูนการค้าระหว่างกันได้อีกมาก พร้อมเชิญชวนนักลงทุนจากเช็กเข้ามาลงทุนในเขต EEC ในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง ด้านเอกอัครราชทูตฯ กล่าวเห็นพ้องว่า ไทยและเช็กยังมีความร่วมมือที่สามารถพัฒนาระหว่างกันได้อีกมาก ซึ่งเช็กมีศักยภาพและความเชี่ยวชาญในหลายด้าน และพร้อมที่เพิ่มพูนการลงทุนในไทย ที่ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพ

ทั้งสองฝ่ายต่างหวังที่จะส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวระหว่างกัน โดยไทยยินดีที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวเช็ก เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวเช็กเดินทางมาเที่ยวไทยมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อสานต่อความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถจัดการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการท่องเที่ยวได้ในปี 2566 คู่ขนานกับการประชุม JEC ไทย-เช็ก ครั้งที่ 3

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอให้เช็กสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพจัดงานเอ็กซ์โปวาระพิเศษ ในปี ค.ศ. 2028 ที่จังหวัดภูเก็ต ของไทย ซึ่งการเลือกตั้งจะมีขึ้น ณ กรุงปารีส ในเดือนมิถุนายน 2566 นี้

Written By
More from pp
“พิพัฒน์” เตรียมชง ครม.เสนอช่วยแรงงานไทยที่กลับจากอิสราเอล แพ็กเกจใหญ่ อีกระลอก ทั้งค้ำประกันหนี้ และเพิ่มเงินเยียวยา รอ “เศรษฐา” ส่งสัญญาณ ก่อนชง ครม.สัปดาห์หน้า
27 ตุลาคม 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงเรื่องมาตรการช่วยเหลือแรงงาน ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในอิสราเอล ว่า คนที่กลับมาในช่วงนี้ทางกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานเราจะไม่ส่งกลับไปเด็ดขาด จนกว่าสงครามจะยุติ
Read More
0 replies on “นายกฯ หารือเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเช็ก กระชับความสัมพันธ์รอบด้าน พร้อมพัฒนาความร่วมมือเพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย”