“บิ๊กป้อม” กำชับหน่วยงานเร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วม พร้อมเตรียมแผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2563/64

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับหน่วยงานเร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วม พร้อมเตรียมแผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2563/64

วันที่ 22 ต.ค.63 เวลา 10.30 น.  ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 3/2563 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรบาดาล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  โดยมี นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) เข้าร่วมด้วย

โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าขณะนี้ประเทศไทยยังได้รับอิทธิพลจากพายุและร่องความกดอากาศต่ำส่งผลให้หลายพื้นที่ยังประสบปัญหาน้ำท่วมในปัจจุบัน จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน และบริหารจัดการน้ำเพื่อลดผลกระทบให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด

พร้อมทั้งยังได้สั่งการให้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ พร้อมมาตรการรับมือน้ำหลากในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งจะเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคมอย่างใกล้ชิดด้วย พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำทุกหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบกลางเพื่อไปดำเนินงานโครงการแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่ยังไม่ได้ดำเนินการให้เร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วตามห้วงเวลาและเป้าหมายที่กำหนดไว้ และทันต่อสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

พร้อมทั้งให้มีการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับการวางแผนการจัดสรรน้ำในฤดูแล้ง ปี 2563/64 และมาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำให้ทุกภาคส่วนและประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องของการกำหนดปริมาณน้ำในการจัดสรรน้ำในฤดูแล้งให้ชัดเจนและควบคุมน้ำให้เป็นไปตามที่ต้องการ โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกันกำหนดมาตรการป้องกันการปลูกข้าวรอบ 2 ไม่ให้เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ เพื่อให้การจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2563/64 (1 พ.ย. 63 – 30 เม.ย. 64) ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนตามลำดับความสำคัญของกิจกรรมการใช้น้ำ ได้แก่

1.เพื่ออุปโภค-บริโภค 2.รักษาระบบนิเวศ 3.เพื่อการเกษตรกรรม และ 4.เพื่อการอุตสาหกรรม โดยจากการประเมินปริมาณน้ำต้นทุน (ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563)

พบว่า จะมีปริมาณน้ำใช้การทั้งประเทศ จำนวน 41,879 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)  สามารถนำมาจัดสรรน้ำในฤดูแล้ง ปี 2563/64 ทั้งประเทศ รวม 22,847 ล้านลบ.ม. ที่เหลือเป็นปริมาณน้ำสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2564 จำนวน 19,032 ล้าน ลบ.ม.



พร้อมมีมติเห็นชอบ 9 มาตรการหลักรับรองสถานการณ์ขาดแคลนน้ำก่อนเข้าสู่ฤดูแล้ง โดยเน้นจัดการน้ำให้สมดุลระหว่างน้ำต้นทุน และความต้องการใช้น้ำ พร้อมทั้งให้มีการติดตามประเมินผลและสร้างการรับรู้ให้ทุกภาคส่วนต่อเนื่อง โดยมีหน่วยงานเจ้าภาพหลักรับผิดชอบชัดเจน ได้แก่

1.เร่งเก็บกักน้ำไว้ในแหล่งน้ำต่าง ๆ ก่อนสิ้นสุดฤดูฝน 2.จัดหาแหล่งสำรองน้ำดิบในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ พร้อมวางแผนวางท่อน้ำประปาจากการประปาส่วนภูมิภาคสาขาข้างเคียง และแผนรับน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำโดยตรง 3.ปฏิบัติการเติมน้ำให้กับแหล่งน้ำในพื้นที่เกษตรและพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ

4. กำหนดปริมาณน้ำจัดสรรในฤดูแล้งที่ชัดเจน มีการติดตามกำกับให้เป็นไปตามแผน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบการขาดแคลนน้ำด้านอุปโภคบริโภค พร้อมจัดทำทะเบียนผู้ใช้น้ำ 5.เฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก สายรอง 6.วางแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งที่ชัดเจน รวมถึงมาตรการควบคุมการสูบน้ำ การแย่งน้ำ กรณีไม่อาจสนับสนุนน้ำเพื่อการเกษตรได้ให้มีการกำหนดมาตรการเยียวยาผลกระทบที่รวดเร็วและชัดเจน

7.ส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมใช้ระบบ 3R เพื่อให้เกิดการใช้น้ำอย่างคุ้มค่า 8.ติดตามประเมินผลการใช้น้ำให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ และ 9.สร้างการรับรู้สถานการณ์น้ำและแผนการจัดสรรน้ำอย่างต่อเนื่อง ให้ทุกภาคส่วนเกิดความร่วมมือในการใช้น้ำอย่างประหยัด

Written By
More from pp
SAM บริษัทบริหารสินทรัพย์ของคนไทย กวาดร้อยล้านในงานประมูลทรัพย์ NPA ครั้งล่าสุด พร้อมรุกตลาดเปิดตัว SAM Virtual Expo 2022 ดีเดย์ 15 ก.ย. นี้
นาย ธรัฐพร เตชะกิจขจร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยผลการประมูลทรัพย์สินรอการขาย (NPA)...
Read More
0 replies on ““บิ๊กป้อม” กำชับหน่วยงานเร่งช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วม พร้อมเตรียมแผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2563/64”