ผ่านมาแล้วกับงาน Gastech 2026 เวทีพลังงานระดับนานาชาติที่รวมผู้นำองค์กร ผู้กำหนดนโยบาย และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านก๊าซธรรมชาติ LNG และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดย ปตท. ในฐานะเจ้าภาพร่วม ได้นำเสนอศักยภาพของกลุ่ม ปตท. ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และเทคโนโลยีลดคาร์บอน พร้อมผสานความร่วมมือกับพันธมิตรนานาประเทศ
พร้อมกันนี้ ผู้บริหารกลุ่ม ปตท. หลายท่าน ได้รับเชิญขึ้นร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์บนเวที Gastech 2026 ถือเป็นหมุดหมายที่น่าสนใจในเชิงยุทธศาสตร์พลังงานระหว่างประเทศ เพราะนี่ไม่ใช่เพียงวาระการมีส่วนร่วมตามธรรมเนียมของประเทศเจ้าภาพ แต่เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า ผู้นำองค์กรพลังงานแห่งชาติของไทยได้รับการยอมรับในฐานะผู้มีบทบาทสำคัญ (Significant Player) ต่อทิศทางตลาดพลังงานของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ในแวดวงพลังงานโลก การที่บุคคลใดจะได้รับเชิญขึ้นเป็นวิทยากรบนเวทีหลักของการประชุมระดับเมกะอีเวนต์อย่าง Gastech 2026 นั้น ย่อมผ่านการพิจารณาคัดเลือกอย่างเข้มข้นจากคณะกรรมการสากล โดยพิจารณาจากทั้งขนาดธุรกิจ บทบาทเชิงยุทธศาสตร์ และที่สำคัญที่สุดคือ “ภาวะผู้นำทางความคิดและความเชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ”
ดังนั้น การที่คณะผู้บริหารระดับสูงของกลุ่ม ปตท. หลายท่านได้รับเกียรติขึ้นร่วมเสวนาบนเวทีหลัก จึงเป็นหมุดหมายที่มีความหมายลึกซึ้งยิ่งกว่าการทำหน้าที่เจ้าภาพร่วม เพราะนี่คือการสะท้อนว่า ผู้บริหาร ปตท. ได้รับการยอมรับในฐานะผู้เล่นและผู้นำพลังงานระดับโลก และการทำหน้าที่ในครั้งนี้ ได้ส่งผลบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยใน 3 มิติหลัก
1.ยกระดับจากการบริหาร “กิจการภายใน” สู่การเป็น “ตัวแทนประเทศบนเวทีสากล”
เดิมที ภาพจำของ ปตท. ในสายตาคนทั่วไปคือรัฐวิสาหกิจและบริษัทจดทะเบียนที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐานพลังงานเพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศ แต่การก้าวขึ้นสู่เวที Gastech 2026 ของ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมกับคณะผู้บริหารกลุ่ม ปตท. คือการทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยในการสื่อสารทิศทางยุทธศาสตร์ระดับมหภาค
ผู้บริหาร ปตท. ได้นำเสนอแนวคิดการรักษาสมดุล 3 ด้าน (Energy Trilemma) ที่สะท้อนมุมมองอันเป็นสากลและตั้งอยู่บนความเป็นจริง (Pragmatic Approach) ว่า ความมั่นคง การเข้าถึงราคาที่แข่งขันได้ และความยั่งยืน ต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน การแสดงวิสัยทัศน์ที่สุขุม หนักแน่น และมีข้อมูลเชิงประจักษ์รองรับ ได้ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยปรากฏในสายตาชาวโลกในฐานะประเทศที่มีแผนยุทธศาสตร์พลังงานที่รอบคอบ มั่นคง และน่าเชื่อถือสูงสุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค
2.ศักยภาพการนำเสนอมุมมองที่ตอบโจทย์โลก นิยาม “Destination Fuels” รับมือยุค AI
ความโดดเด่นของการเสวนาบนเวทีโลกครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการนำเสนอมุมมองที่ตอบโจทย์ความท้าทายในโลกแห่งความจริง โดยชี้ให้เห็นว่าก๊าซธรรมชาติและ LNG ไม่ใช่เป็นเพียงเชื้อเพลิงเปลี่ยนผ่านชั่วคราว แต่เป็น “Destination Fuels” ที่ระบบพลังงานระยะยาว 20–30 ปีข้างหน้าจะขาดไม่ได้
บทวิเคราะห์ของ ปตท. ได้รับความสนใจอย่างสูงจากผู้นำพลังงานทั่วโลก เพราะชี้ตรงจุดว่า การขยายตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Data Center จำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าที่เสถียรและยืดหยุ่นสูงตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งมีเพียงโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเท่านั้นที่สามารถปรับเปลี่ยนกำลังผลิตได้อย่างรวดเร็วเพื่อรองรับ และความยืดหยุ่นนี้เองที่จะเป็นฐานรากช่วยให้ระบบสามารถเปิดรับพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) เข้ามาได้มากขึ้นโดยระบบไม่ล่ม การตกผลึกทางความคิดเช่นนี้ แสดงถึงชั้นเชิงการบริหารจัดการพลังงานขั้นสูงของผู้นำองค์กรไทยที่ก้าวทันเมกะเทรนด์โลก
3.ความน่าเชื่อถือของผู้นำ ขับเคลื่อนบทบาท “Regional LNG Hub”
วิสัยทัศน์ที่ผู้บริหาร ปตท. ถ่ายทอดบนเวที ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดเชิงทฤษฎี แต่มีศักยภาพของสินทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานระดับเวิลด์คลาสรองรับอย่างสมบูรณ์ ทั้ง การขยายพอร์ตสู่ Global LNG Player วางเป้าหมายพอร์ตการค้า LNG สู่ 15 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2578 และการมีสำนักงาน Trading 6 แห่งในศูนย์กลางยุทธศาสตร์โลก (ฮิวสตัน ลอนดอน สิงคโปร์ อาบูดาบี เซี่ยงไฮ้ กรุงเทพฯ) แสดงถึงความสามารถในการบริหารความเสี่ยงซัพพลายเชนระดับสากล เช่น การรับมือวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างคล่องตัว
โครงสร้างพื้นฐานระดับแถวหน้าของอาเซียน ความพร้อมของสถานีรับจ่าย LNG ทั้ง 2 แห่ง (19 ล้านตัน/ปี, Reliability 100%) เชื่อมต่อโครงข่ายท่อก๊าซ 4,500 กิโลเมตร และระบบเชื่อมโยงท่อข้ามพรมแดน ทำให้มุมมองของ ปตท. มีน้ำหนักอย่างยิ่งในการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางความร่วมมือและการค้า LNG ของภูมิภาค (Regional LNG Hub)
และ การลงมือทำจริงด้าน Decarbonization: การตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ในโครงการ CCS แหล่งอาทิตย์ (1 ล้านตัน/ปี) การพัฒนา I-SPARK Sandbox และการใช้ AI บริหารจัดการพลังงาน (Smart Energy Management) ช่วยยืนยันว่าวิสัยทัศน์ด้าน Net Zero ของผู้นำ ปตท. เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ
บนเวที Gastech 2026 จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ยืนยันว่า วันนี้ “ผู้นำพลังงานของไทยได้รับการยอมรับอย่างเต็มภาคภูมิบนเวทีโลก” บทบาทของ ปตท. ในงานนี้ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นต่อสายตานานาชาติ…
แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียง “ผู้บริโภคพลังงาน” ที่คอยปรับตัวตามกระแสโลก แต่กำลังยกระดับสู่การเป็น “ผู้เล่นเชิงรุก” ที่มีทั้งโครงสร้างพื้นฐานระดับเวิลด์คลาส เครือข่ายการค้าสากล และวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน พร้อมก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางความร่วมมือและการเชื่อมโยงพลังงานที่สร้างความมั่นคงให้แก่ภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน.
