3 พฤศจิกายน 2569 – นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมเผยแพร่ภาพเอกสารเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญในสภาผู้แทนราษฎร โดยวิพากษ์วิจารณ์ว่าการกำหนดแนวทางดังกล่าวเป็นความพยายามลดทอนอำนาจตรวจสอบของฝ่ายค้านผ่านกลไกกรรมาธิการ
นายรังสิมันต์ระบุว่า “เปิดหนังสือฉบับเต็ม กินรวบทำลายอำนาจตรวจสอบกรรมาธิการ” พร้อมกล่าวว่า คงต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่า ในยุคที่ฝ่ายการเมืองสีน้ำเงินมีอำนาจครอบคลุมหลายส่วน ขณะนี้กำลังมีความพยายามรวบอำนาจตรวจสอบของฝ่ายค้านผ่านกลไกกรรมาธิการด้วย
สำหรับเอกสารที่นายรังสิมันต์นำมาเผยแพร่ ประกอบด้วยบันทึกข้อความลงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 เรื่อง แจ้งแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งระบุว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบแนวทางดังกล่าวแล้ว และให้แจ้งเวียนแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทราบและถือปฏิบัติ
อีกฉบับเป็นบันทึกข้อความลงวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เรื่อง แนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร เสนอประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา โดยมีประเด็นเกี่ยวกับการตีความขอบเขตหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการ การนัดประชุม การบรรจุระเบียบวาระการประชุม ซึ่งไม่รวมการเชิญหรือเรียกบุคคล และการเรียกบุคคลหรือเอกสารของคณะกรรมาธิการ
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาอำนาจของประธานกรรมาธิการในการบรรจุระเบียบวาระและเชิญบุคคลมาให้ข้อมูลไม่เคยมีปัญหา เนื่องจากดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมและรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด แต่ในปัจจุบันกลับเกิดความพยายามเปลี่ยนแปลงแนวทางดังกล่าว
นายรังสิมันต์ใช้ถ้อยคำเปรียบเทียบว่า กรรมาธิการอาจไปกระทบผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่ม จนทำให้ฝ่ายรัฐบาลต้อง “เล่นใหญ่ เผาบ้านไล่หนู” ด้วยการวางแนวทางที่ตนมองว่าเป็นการทำลายกลไกตรวจสอบของกรรมาธิการทั้งระบบ เพื่อไม่ให้ฝ่ายค้านสามารถตรวจสอบรัฐบาลผ่านช่องทางดังกล่าวได้
นายรังสิมันต์กล่าวด้วยว่า แม้ฝ่ายรัฐบาลจะต้องการดำเนินการเรื่องนี้ แต่กลับไม่กล้าเผชิญข้อครหาด้วยตนเอง จึงปล่อยให้ข้าราชการเป็นผู้จัดทำความเห็นและรับแรงวิพากษ์วิจารณ์แทน
พร้อมใช้ถ้อยคำรุนแรงว่า เป็นการให้ข้าราชการทำหน้าที่เป็น “หนังหน้าไฟ” และ “พายเรือให้โจรนั่ง” โดยกล่าวหาว่ามีการจัดทำความเห็นที่สวนทางกับข้อบังคับและกฎหมาย ก่อนที่ฝ่ายการเมืองจะนำไปใช้เป็นเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงานของกรรมาธิการ
นายรังสิมันต์ยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของตนในฐานะประธานกรรมาธิการ รวมถึงประธานกรรมาธิการคณะอื่น ๆ เป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับที่ใช้กันมาโดยตลอด และไม่เคยมีปัญหาในลักษณะที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงแนวทางครั้งนี้
“ประธานสภามีอำนาจในการบรรจุวาระอย่างไร เชิญบุคคลภายนอกอย่างไร ประธานกรรมาธิการก็มีอำนาจแบบนั้น นี่คือข้อบังคับการประชุม” นายรังสิมันต์ระบุ
นายรังสิมันต์ยังวิจารณ์ว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของกรรมาธิการ แต่เป็นความพยายามรวบอำนาจเพื่อประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่ม พร้อมตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงกับประเด็นที่กรรมาธิการกำลังตรวจสอบ
“อย่าอ้างข้อกฎหมายใด ๆ เลย เพราะความจริงแล้วพวกคุณแค่ต้องการกินรวบ ทุกอย่างที่ทำไปก็เพียงเพื่อผู้มีพระคุณ ไร้ซึ่งความปรารถนาดีใด ๆ ต่อประเทศชาติและประชาชน” นายรังสิมันต์ระบุ
นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ยังตั้งคำถามเชิงกล่าวหาเกี่ยวกับผู้ที่อาจอยู่เบื้องหลังประเด็นการทุจริตสอบท้องถิ่น กรณีสินบน 40 ล้านบาท เว็บพนัน และโครงการ TH-Aipassport ก่อนกล่าวด้วยถ้อยคำว่า “จะปล้นประเทศกันขนาดนี้ ไม่ทุเรศในหัวใจตัวเองบ้างเหรอ”.
