ยิ่งกว่าเจอ ‘ก็อตซิลล่า’ #สันต์สะตอแมน

สันต์ สะตอแมน

เห็นภาพ-ข่าวความเสียหายของ “สวนสยาม-ทะเลกรุงเทพฯ”..

ต้องบอกเลยว่า.. “ใจหาย” ยิ่งได้อ่านที่เจ้าของ-คุณไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ระบายความในใจ ก็ยิ่งให้รู้สึกหดหู่ ท่านว่า..

“วิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต หลังอุทกภัยครั้งรุนแรงทำให้พื้นที่สวนน้ำและสวนสนุกทั้งหมดจมอยู่ใต้น้ำ ประเมินความเสียหายเบื้องต้นกว่า 500 ล้านบาท

สวนสยามเราสร้างมา 46 ปี สร้างความสุข ความทรงจำให้คนไทยมาหลายรุ่น แต่มาวันนี้ทุกอย่างจมอยู่ใต้น้ำหมด

เราไม่รู้ข่าวล่วงหน้าเลย พายุและน้ำมันมาเร็วและแรงเกินกว่าที่เราจะตั้งตัวได้ทัน ความเสียหายครั้งนี้หนักหนาสาหัสที่สุดในชีวิต

คาดว่าเราคงต้องปิดให้บริการยาวอย่างน้อย 6 เดือนเพื่อฟื้นฟูทุกอย่างขึ้นมาใหม่

สิ่งที่ทำให้ผมเจ็บปวดที่สุดไม่ใช่แค่ข้าวของหรือเครื่องเล่นที่พังเสียหาย แต่คือพนักงานของผมหลายพันชีวิต ทั้งพนักงานรายวัน รายเดือน

ทุกคนเดินมาร้องไห้กับผม บอกว่าไม่รู้จะไปไหนต่อ ไม่รู้จะกินจะใช้อยู่ยังไง เห็นลูกน้องร้องไห้ ตัวผมเองก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ต้องร้องไห้ไปกับพวกเขา

วิกฤตครั้งนี้มันทำให้เห็นเลยว่าทุกคนเท่ากันหมด คือจนเท่ากันหมด ไม่มีใครเหลืออะไรเลย เราต้องมานั่งตั้งต้นและช่วยกันประคับประคองกันไปใหม่..”

ครับ..ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบไปเที่ยวสวนสยาม (อยู่ใกล้บ้าน) และมีความทรงจำที่ดีกับครอบครัว ถึงจะไม่บ่อย แต่ทุกครั้งที่ไปก็มีแต่ความเพลิดเพลิน สนุก ประทับใจ

และวิกฤตน้ำท่วมคราวนี้ ทำให้ผมได้เห็นถึงหัวใจและวิสัยทัศน์ที่น่า “ทึ่ง” ของคุณไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ในวัย 90 ปี เป็นอย่างมาก

ประการแรก..ในขณะที่ธุรกิจเสียหายย่อยยับ มูลค่าหลายร้อยล้าน แต่สิ่งแรกที่ท่านเสียน้ำตาให้และกังวลที่สุด กลับไม่ใช่ทรัพย์สิน

หากแต่เป็น “ปากท้อง” ของพนักงานหลายพันชีวิต ที่ต้องตกงานฉับพลัน!

ประการต่อมา..คุณไชยวัฒน์ท่านมองวิกฤตนี้ด้วยความเข้าใจโลก โดยใช้คำว่า “จนเท่ากันหมด” ซึ่งสะท้อนถึงความคิดที่ปล่อยวาง ไม่ยึดติดในชื่อเสียงหรือความสำเร็จเก่าๆ

พร้อมที่จะจับมือกับทุกคนเพื่อเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ จากศูนย์!

และประการสุดท้าย..ชายในวัย 90 ปี ซึ่งควรที่จะได้พักผ่อนทั้งสมองและร่างกาย แต่คุณไชยวัฒน์กลับแสดงสปิริตของ “นักสู้” ที่ไม่คิดจะทิ้งธุรกิจที่ปั้นมากับมือไปง่ายๆ

ยังคงมีความหนักแน่น พร้อมที่จะฟื้นฟู “อาณาจักรแห่งความสุข” ของทุกๆ คน ได้กลับคืนมาให้คนไทยอีกครั้ง!

ผมไม่เคยนึกอิจฉาคนรวย ยิ่งประเภทรวยแล้วไม่โกง รวยแล้วทำธุรกิจแบบ “สวนสยาม” หรือ “สวนนงนุช” ที่ลงทุนเป็นพันล้าน

ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจมหาศาล ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าในทางธุรกิจคืนทุนยาก กำไรน้อย แถมมีความเสี่ยงสูง

แต่ก็ยังเลือกที่จะทำ เพียงเพราะอยากสร้างความสุขให้คนไทย และอยากให้ประเทศไทยมีหน้ามีตา มีสถานที่พักผ่อนระดับโลก ด้วยแล้ว..

นอกจากจะไม่อิจฉาตาร้อน ยังจะให้รู้สึกเห็นใจ สงสาร และอยากให้กำลังใจในยามที่เขาต้องมาเจอกับวิกฤตหนักๆ แบบนี้

ก็..ขอให้ “สวนสยาม” ได้ก้าวผ่านช่วงเวลาเลวร้ายในเร็ววัน ขอให้คุณไชยวัฒน์สุขภาพกาย-สุขภาพใจแข็งแรง เป็นร่มโพธิ์-ร่มไทรของลูกหลาน-พนักงานไปอีกนานเท่านานครับ!

เออ..แต่รายนั้นไม่รู้จะนั่งอยู่บนเก้าอี้ได้อีกนานแค่ไหน ผมหมายถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร-คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์น่ะ!

เพราะตอนนี้ดูท่าจะหนักซะเหลือเกิน ทั้งเสียงด่า เสียงเรียกร้องให้ลาออก กระทั่งให้นายกฯ ไล่ให้พ้นเก้าอี้ได้ถาโถมเข้าใส่จากทั่วสารทิศ

ตอนหาเสียงเลือกตั้งพูดหล่อเต็มปากเต็มคำ.. “ปัญหาของคนกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง รถติด น้ำท่วม ไฟดับ รถไฟฟ้าแพง หรือความเหลื่อมล้ำ

ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ว่าฯ กทม. ต้องบริหารจัดการและแก้ปัญหาให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ ก็อย่าอาสามาเป็นผู้ว่าฯ”

ถึงตอนนี้..โลกความจริงประจักษ์ สิ่งที่คุณชัชชาติพูดมานั้นล้วนแต่ “ทำไม่ได้สักอย่าง” ซ้ำร้ายได้ยกเลิก “แก้มลิงพระราชดำริ” เข้าไปอีก..

ศึกนี้จึงดูจะหนักหนา ยิ่งกว่าเจอ “ก็อตซิลล่า” เสียกระมัง?.

Written By
More from pp
เปิดให้บริการแล้ว! ป้ายรถเมล์อัจฉริยะแห่งแรกของฝั่งธน หน้าห้างซีคอน บางแค สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
28 ตุลาคม 2567 เวลา 14.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดให้บริการป้ายรถเมล์ติดแอร์พลังงานแสงอาทิตย์ (Seacon Air...
Read More
0 replies on “ยิ่งกว่าเจอ ‘ก็อตซิลล่า’ #สันต์สะตอแมน”