“สาวไทยไปโอลิมปิก” #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

ในที่สุด….

วอลเลย์บอลหญิงไทยก็ได้ไปแข่ง “โอลิมปิก” แล้วโว้ย!

“๑๔ สิงห์สาว”

สามารถชนะจีน ๓:๒ ด้วยสกอร์ ๒๕-๒๐, ๑๑-๒๕, ๒๓-๒๕, ๒๕-๑๘ และ ๑๕-๑๐

ที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน เมื่อวาน (๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๙)

ครองตำแหน่ง “แชมป์เอเซีย” ๒๕๖๙

พร้อมบรรจงหยิบ “ตั๋วโอลิมปิก” 2028 สอดอกเสื้อได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

ผมทั้งร้อง-ทั้งฟังเพลงชาติไทยมาเฉียดศตวรรษ

ก็ไม่เคยฟังเพลงชาติไทยแล้วขนลุกด้วยดีใจเนื้อเต้น

เท่าตอน “ทีมชาติไทย”

ขึ้นแท่นรับรางวัล “แชมป์เอเชีย” ท่ามกล่าวพลุกระดาษสีทองถูกยิงโปรยปรายใส่สาวๆ แชมป์เอเชียที่พากันนอนเกลือกกลิ้งทับถมโทรมเหงื่อแห่งชัยชนะของกันและกัน

ปีนี้…เป็นปีทองของ “สาวไทย” จริงๆ

ทั้ง เนเน่ รอยัล

ทั้ง ๑๔ สิงห์สาว ผู้พิชิตจีน ไปสู่เวทีโอลิมปิก ที่แอลเอ.อีก ๒ ปีข้างหน้า

เอ้ามาดูกันหน่อย ว่าทีม ๗+๗ = ๑๔ สิงห์สาว ชุดพิชิตตั๋วไปโอลิมปิกมีใครบ้าง

๑๔ นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิง “ทีมชาติไทย”

ในศึก “ชิงแชมป์เอเชีย 2026” นัดชิงชนะเลิศกับจีน มีดังนี้

-พรพรรณ เกิดปราชญ์ (กัปตันทีม / ตัวเซต)

-ณัฏฐณิชา ใจแสน (ตัวเซต)

-ปิยะนุช แป้นน้อย (ตัวรับอิสระ)

-กัลยรัตน์ คำวงษ์ (ตัวรับอิสระ)

-จิดาภา นาหัวหนอง (ตัวรับอิสระ)

-ทัดดาว นึกแจ้ง (บอลเร็ว)

-วิมลรัตน์ ทะนะพันธุ์ (บอลเร็ว)

-กัญญารัตน์ ขุนเมือง (บอลเร็ว)

-แก้วกัลยา กมุลทะลา (บอลเร็ว)

-พิมพิชยา ก๊กรัมย์ (บีหลัง)

-ชัชชุอร โมกศรี (หัวเสา)

-อัจฉราพร คงยศ (หัวเสา)

-ศิภาพร จันทวิสูตร (หัวเสา)

-วริศรา สีทาเลิศ (หัวเสา)

เจ้าหน้าที่ทีม

อัมรินทร์ บุญคง (ผู้จัดการทีม)

เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร (หัวหน้าผู้ฝึกสอน)

สรุป ๓ อันดับ ของการชิงแชมป์เอเซีย ๒๕๖๙ มีดังนี้

ที่ ๑ แชมป์เอเชีย ไทย

ที่ ๒ จีน และ

ที่ ๓ ญี่ปุ่น

ทั้ง ๓ ทีมนี้ ยังได้สิทธิ์ไปแข่งรายการวอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์โลกด้วย!

ลางที่ไทยจะได้เป็นแชมป์เอเชีย มันแพลมมาตั้งแต่เย็นวันเสาร์ในรอบรองแล้ว

ที่แข่งระหว่าง “ไทยกับญี่ปุ่น”

ใครก็ไม่กล้าฟันธงว่าไทยจะชนะญี่ปุ่น ในขณะเดียวกัน ใครก็ไม่กล้าพูดแบบเสียงดัง-ฟังชัดว่า

ไทยต้อง “ชนะญี่ปุ่น”!?

เพราะตามสถิติ รวมทั้งอันดับโลก ไทยยังห่างจากญี่ปุ่นเกือบเท่าตัว และตั้งแต่ตบกันมา

ไทยถูกญี่ปุ่นตบคว่ำ

มากกว่าญี่ปุ่นถูกไทยตบคว่ำ!

แต่ในรอบรองเมื่อวันเสาร์ เห็นชัดว่าญี่ปุ่นเล่นแบบเกร็ง “กลัวแพ้”

ในขณะที่ไทย มีความกดดันน้อยกว่า

เล่นแบบสบายๆ เพราะมีความคิดบวก ถึงแพ้ญี่ปุ่นนัดนี้ อดไปโอลิมปิก แต่อันดับ ๓ ไม่น่าพลาด ยังไงๆ ก็ต้องได้ไปรายการ

“วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก”

ที่ว่าญี่ปุ่นเล่นแบบกดดันตัวเอง เห็นชัดว่า เล่นผิดฟอร์มไปมาก

ถ้าไม่เสิร์ฟติดเน็ต ก็เสิร์ฟออกหลังไปเลย!

เสียแต้มให้ไทยตรงนี้หลายแต้ม

พูดกันชัดๆ ที่ญี่ปุ่น แพ้ ๒ เซตแรกให้ไทย

เกร็ง…จนเสิร์ฟแต้มสุดท้าย “ติดเน็ต” ทั้ง ๒ เซต!

“ตั๋วโอลิมปิก” สำหรับทีม “แชมป์เอเชีย” นี่แหละ

เป็นตัว “กดดันญี่ปุ่น” เพราะ “แพ้ไม่ได้”

ส่วนทีมไทย ชิลๆ เล่นด้วยความสึกว่า “เสมอตัว”

คือ แพ้ญี่ปุ่น-แพ้จีน ไม่แปลก เพราะชื่อ-ชั้นเขาเหนือกว่า

ถ้าชนะญี่ปุ่น ได้เข้าชิงแชมป์กับจีน

ถึงแพ้จีน ก็ยังถือได้ว่า “ฝันเป็นจริง” ไปครึ่งหนึ่งแล้ว

แต่ถ้าบังเอิญชนะทั้งญี่ปุ่น ชนะทั้งจีน

แม่เจ้าโว้ย….

ทีมไทยก็เท่ากับถูกรางวัลที่ ๑ แล้วยังถูกเลขท้ายทั้ง ๓ ตัวและ ๒ ตัว!

เห็นมั้ย….

เมื่อเล่นด้วยทัศนคติ “ไม่มีอะไรจะเสีย”

มีแต่ได้มากกับได้น้อย

มันก็ไม่กดดันตัวเอง

เมื่อไม่มีอะไรกดดันจิตใจในการเล่น ร่างกายก็เท่ากับ “ถูกปลดล็อก”

เมื่อถูกปลดล็อก

ทุกการเคลื่อนไหวก็สามารถเปล่งศักยภาพด้วยพลังได้เต็มที่

ฝีมือการเล่น ระหว่าง จีน-ญี่ปุ่น-ไทย

ไม่มีใครเหนือใครมากนัก

ดังนั้น การ “แพ้-ชนะ” จึงตัดสินกันที่ใจ

ญี่ปุ่น-จีน “ใจติดล็อก” ด้วยความคิด “แพ้ไม่ได้

จึง “แพ้”

ส่วนไทย “ใจปลดปล่อย” แพ้ก็ไม่เป็นไร เล่นให้เต็มที่

จึง “เป็นแชมป์เอเชีย” แถมด้วยตั๋วโอลิมปิก!

เหมือน “กระบี่”

ไม่เคยฆ่าคน

แต่ “ใจ” ของคนที่ถือกระบี่ นั่นตะหาก

ที่ “ฆ่าคน”!

นั่นคือ “เคล็ดลับ” สำคัญของทุกการแข่งขัน “กีฬา”

สิ่งที่ต้องฝึกคู่กันไปคือ “สมาธิจิต”!

เพราะทุกคนที่เข้าสู่สนามแข่งกัน

ต้องเข้าใจว่า ผู้แข่งขันทุกคนต้องฝ่านการฝึกซ้อมอย่างหนักมาเหมือนๆ กัน

ฉะนั้น คลื่นไฟฟ้าในตัวของแต่ละนักแข่งขัน

ใครจะเปล่งศักยภาพได้ดีกว่ากัน

วัดกันที่ตัว “ขับเคลื่อนพลัง” คือ “จิต”

“จิต” ยิ่งนิ่งมากเท่าไหร่

พลังขับเคลื่อนยิ่งทรงศักดานุภาพมากขึ้นเท่านั้น

ในขณะที่คน “จิตเต้นตูมตาม” มากเท่าไหร่

จะสูญเสียพลังขับเคลื่อนไปมากขึ้นเท่านั้น

เพราะกลไกร่างกายจะ “ถูกล็อก” ไปโดยอัตโนมัติ!

ก็ต้องปรบมือดังๆ ให้เกียรติ “โค้ชอ๊อด”

เพราะผมเชื่อ “โค้ชอ๊อด” นอกจากสั่งสอนกลยุทธ์ฝ่ามือพระกาฬให้ ๑๔ เซียนสาวจอมตบแล้ว

น่าจะให้ ๑๔ เซียนสาวเข้าคอร์ส “ฝึกสมาธิจิต” ด้วย!

เท่าที่สังเกต…

ช่วงไหนเกมวิกฤต เซียนสาวในสนามชักสับสนรวนเร เล่นผิดพลาด

โค้ชอ๊อดจะขอเวลานอก เรียกเซียนสาวเข้ามา

แทนที่จะแสดงอาการหัวเสีย โว้กว้ากเสียงดังกับนักกีฬา

โค้ชอ๊อดจะสยบใจสับสนของนักกีฬา ด้วยรอยยิ้ม เสียงอ่อนโยนว่า…

“ไม่เป็นไรนะ พวกเราเล่นได้อยู่แล้ว”

จากนั้น ก็สั่งอุดจุดบกพร่องตรงนั้น-ตรงนี้ แล้วบอก พวกเราใจเย็นๆ เอาใหม่นะ ไม่เป็นไร สู้..สู้

พอสติกลับมาคุมจิตในการเล่นของนักตบไทยได้

กลไกกายถูกปลดล็อก

ทุกเคลื่อนไหวในเกมก็ลื่นไหล

สาวไทยจึงสามารถ “พังกำแพงเมืองจีน” ได้สำเร็จ!

คว้าตั๋วไป “โอลิมปิก” ได้เป็นประวัติศาสตร์ของวอลเลย์บอลหญิงไทย!!!

สรุป เกมไทย-จีน เย็นวาน

คนเล่น เหนื่อยแทบตาย

แต่คนดูอยู่หน้าจอ มีใครหัวใจวายบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้

เซต ๒ ที่ไทยแพ้จีน ๑๑:๒๕ นั้น

ผมเห็นนีกกีฬาจีน แอบหัวเราะแบบสะใจ

และแฟนๆ ชาวจีนในสนาม ก็ดูเหมือนจะบอกว่า

เห็นฝีมือมั้ย

พอเอาจริง ไทยก็คนละชั้นกับจีน แพ้แต้มห่างหมดฟอร์ม!

เพราะไทยเล่นแบบ “ไม่มีอะไรจะเสีย”

ก็เลย “ได้” แชมป์เอเชีย

ส่วนจีน เล่นแบบ “กลัวเสีย”

ก็เลย “แพ้”!

แต่ถ้าให้เล่นใหม่ โดยไม่มีอะไรมากดดันนักกีฬาจีน

แข่ง ๑๐ ครั้ง จีนมีโอกาสชนะไทยทั้ง ๑๐ ครั้ง!

เพราะ “กระบี่อยู่ที่ใจ” นั่นแหละ!   

เปลว สีเงิน

๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๙

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก Thailand Volleyball Association สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย 

Written By
More from plew
ม็อบ “นายพล” โป๊งเหน่ง – เปลว สีเงิน
คลิกฟังบทความ…⬇️ เปลว สีเงิน ตกลงวันที่ ๑๓ กรกฎา. เขาจะ “โหวต” หรือจะ “เขย่าติ้ว” เลือก “นายกฯ”...
Read More
0 replies on ““สาวไทยไปโอลิมปิก” #เปลวสีเงิน”