กล้าๆ หน่อย…ฮุนเซน #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

แหม…..!

นายกฯ อนุทินไม่น่าไปบอกให้ “ไอ้เฒ่าสารพัดพิษเขมร” คิดให้ดีก่อนที่จะมารบกับไทยเล้ย!

เมื่อวาน มันเลยออกมาโทษสื่อไทยว่า “ลงข่าวไม่มีมูลความจริง” ที่ว่า เขาจะใช้ ๒ ทาง คือ “สันติวิธี” หรือ “ทางทหาร” กับไทย

“นี่เป็นความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ที่ไม่ควรเกิดขึ้น”!

ถือว่ามีลิ้น ๒ แฉกละซีท่า ถึงได้ตวัดไปเรื่อย

แถมทำขึงขังซะด้วยนะ ท้าให้เปิดคลิปวิดีโอนั้นดู ว่าเขาไม่ได้พูดอย่างนั้น และย้ำ

“กัมพูชาจะเลือกยุติปัญหาอย่างสันติ” เท่านั้น ไม่ใช่ด้วยทางทหาร!

กลัวเอามากรึไง แค่นายกฯ บอก “คิดให้ดี” เท่านั้น ถึงตะลีตะลานกลับลำชนิด ๓๖๐ องศา ด้วยการปั้นวาจาใหม่ว่า

“การแก้ไขด้วยการใช้กำลังทหาร ไม่ใช่ทางเลือกที่กัมพูชาควรใช้

ที่พูดไปนั้น มุ่งเป้าไปที่ “กลุ่มหัวรุนแรง” ชาวกัมพูชาในต่างประเทศ ที่กำลังกดดันให้กัมพูชาใช้กำลัง”

ว่าไปโน่นเลย ก็เอาตามที่ไอ้เฒ่าสบายใจเถอะ!

เมื่อออกฉาก “แก้ข่าว” เสร็จ เฒ่าฮุนเซนก็เข้าเรื่องเลย

“นายกรัฐมนตรีของไทยกล่าวว่า….

ประเทศไทยไม่เคยรุกรานใคร แต่ตอนนี้ไม่ว่าคุณจะรุกรานหรือไม่ก็ตาม โปรดปฏิบัติตามข้อ ๓ ของข้อตกลงหยุดยิงในการกำหนดเขตแดน

ซึ่งข้อ ๓ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า“ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าข้อตกลงใดๆภายใต้คำแถลงร่วมฉบับนี้

จะต้องไม่กระทบต่อการกำหนดแนวเขตแดนและพรมแดนระหว่างประเทศสองประเทศ

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันในการมอบบทบาทให้คณะ JBCสำรวจและกำหนดแนวเขตแดนต่อไปโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นได้

ตามข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่างสองประเทศเพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนตามแนวชายแดน”

และยังร่ายยาวต่อไปอีกว่า….

“ทั้งสองฝ่าย เห็นพ้องที่จะใช้กลไก JBC เพื่อรับประกันความปลอดภัย สันติภาพ และความมั่นคงของทีมสำรวจร่วมในพื้นที่จริง รวมทั้งความปลอดภัยทางอากาศ

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันเพิ่มเติมว่า JBC จะให้ความสำคัญกับงานสำรวจและกำหนดเขตแดนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบซึ่งมีพลเรือนอาศัยอยู่”

เนี่ย…เฒ่าฮุน  ยกรายละเอียดในข้อ ๓ ของแถลงร่วมไทย-เขมร เมื่อ ๒๗ ธันวา.๖๘ มาอ้างเป็นจริง-เป็นจัง

แต่ก่อนเข้าเรื่อง คันปากน่ะ ขอถามคำนะ…..

ที่พูดเนี่ย พูดในฐานะอะไรมิทราบ เฒ่าฮุนเป็นประธานวุฒิสภามิใช่เรอะ ไม่ได้เป็นนายกฯ ซักกะหน่อย

หรือถืออำนาจในความเป็น “พ่อนายกฯ” มาพูดจา “ความบ้าน-ความเมือง” เป็นตุ-เป็นตะเช่นนี้?!

ก็ไหนแรดๆ ไปยื่นเข้าประนอมภาคบังคับ ภายใต้ UNCLOS ไปแล้วมิใช่หรือ แล้วจะมาเจบีซง..บีซี อะไรอีกล่ะ?

ไม่ได้ยินที่รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย “ท่านสีหศักดิ์” พูดหรือ  ท่านบอกว่า…..

“หากกัมพูชาเลือกใช้กลไกประนอมข้อพิพาทภาคบังคับภายใต้กฎหมายทะเล (UNCLOS)

จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสัมพันธ์และการเจรจาในทุกมิติ โดยเฉพาะประเด็นปัญหา “เขตแดนบนบก” ซึ่งเป็นคนละบริบทกัน

แต่ไทยอาจต้อง “ทบทวนท่าที”และ “ความร่วมมือ”ใหม่ทั้งหมด เพราะถือว่า กัมพูชาเลือก “ปิดประตูการเจรจา” แบบทวิภาคีเอง”

ประเด็นนี้ ทั้งนายกฯ อนุทิน และท่านสีหศักดิ์ ก็พูดกับ นายกฯ ฮุนมาเนต และปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศเขมร ครั้งแล้ว-ครั้งเล่า  ว่า….

ให้มาคุยสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันก่อน อาจมีความเข้าใจและตกลงกันได้ ถ้าคุยกันแล้ว ยังตกลงกันไม่ได้ ค่อยไปใช้กลไกอื่นๆ ภายหลัง ก็ยังไม่สาย

ก็ไม่ฟัง อวดดี นึกว่าตัวแน่ แรดไปยื่นเข้าประนอมภาคบังคับ ใต้ UNCLOS

แล้วตอนนี้ คงรู้แล้วละซีท่า…

ว่าในทาง “กฎหมายทะเล” นั้น “มัธยฐาน” คือเส้นสมมติที่ลากผ่านจุดกึ่งกลาง

โดยทุกจุด บนเส้นนี้ จะมีระยะห่างจาก “เส้นฐาน” (ชายฝั่ง) ของทั้งสองประเทศเท่าๆ กัน

เขาใช้เส้นนี้ เป็นเส้นฐานในการ “แบ่งเขตแดนทางทะเล” และ “ไหล่ทวีป” ระหว่างประเทศ ที่มีอาณาเขตประชิด หรืออยู่ตรงข้ามกัน!

เมื่อใช้เส้น “มัธยฐาน” ตามกฎหมายทะเลวัด พื้นที่นั้น มันก็เป็นพื้นที่ของไทยโต้งๆ

เพราะเขมร ไอ้กันบอก “อ่าวไทยตรงนั้นมีน้ำมัน” นายพลลอนนอล “ใต้เกือกไอ้กัน” ก็ขีดเส้นลากกินแดนเข้ามาบริเวณเกาะกูดของไทยเอาเองดื้อๆเมื่อปี ๒๕๑๕ !

เข้าตำรา…

“ขี้ตู่กลางนา-ขี้ตาตุ๊กแก ของไทยแท้ๆ แต่ไอ้แอ๊บแอ้จะมาตีกิน”

เห็นท่า “ประนอมภาคบังคับ” แทนที่จะมัดไทย กลายเป็นมัดตัวเอง “ตัวลูก” เขี้ยวยังไม่แข็ง “ตัวพ่อ” เลยต้องลากหางขึ้นมาโชว์ลาย

ทวงเจรจา JBC กับไทย เพื่อปักปันเขตแดนทางบก

แพ้ทางทะเล เอาหางแหย่น้ำทางบกไว้บ้างก็ยังดี โดยยกข้อ ๓ ตามข้อตกลงร่วมเมื่อ ๒๗ ธ.ค.๖๘ ขึ้นมาอ้าง

แต่ฮุนเซน แกล้งลืมกระมัง ว่าข้อตกลงร่วม ๒๗ ธันวา.นั้น มีตั้ง ๑๖ ข้อ ไหงทวงถามเฉพาะข้อ ๓ เรื่อง ปักปันเขตแดนล่ะ?

ท่านสีหศักดิ์บอกไว้แล้วไง ว่า…

การเข้าประนอมภาคบังคับ เป็นการ “ปิดประตู” ตัวเอง ที่เขมรต้องรับผิดชอบเอง ฉะนั้น ก็รอไปเถอะ

“เฉาก๊วย” สีขาวเมื่อไหร่ ค่อยมาพูดเรื่องทางบกกับไทย!

ก็เห็นจีนส่งอาวุธยุทโธปกรณ์มาให้ รถถังตั้ง ๔๐-๕๐ คัน

เห็นตามแนวชายแดนทั้งด้านอีสานใต้และด้านตะวันออก ทั้งที่สระแก้ว และทมอดา ตราด

เขมรลำเลียงอาวุธหนัก-อาวุธเบาลงไป ส่งกองยั่วตีน ลงไปยั่วทหารไทยตามแนวตะเข็บอีสานใต้และที่ทมอดา

และเห็นว่า ส่งหน่วย B.B.Q ลงไปให้ทหารไทยเตรียมปิ้งย่างด้วย เรียกว่าเคลื่อนพล จัดกระบวนทัพ เตรียมศึก รอบไฟนอลกันเต็มที่

แล้วแบบนี้ เฒ่าฮุนจะอ้าง “Yes Peace No War” มันจะไม่ขัดแย้งกับสิ่งที่กำลังทำอยู่หรือ?

และนี่…เฒ่าฮุน อ่านข้อตกลงร่วมอีก ๑๕ ข้อดูนะ ก่อนจะมาทวงถามเรื่องประชุมปักปันเขตแดนทางบกกับไทย

ข้อ ๒.ทั้งสองฝ่ายตกลงคงกำลังทหารไว้ในตำแหน่งปัจจุบันโดยไม่มีการเคลื่อนย้ายเพิ่มเติม

จะไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังทหารใดๆ รวมถึงการลาดตระเวนไปยังตำแหน่งของอีกฝ่ายหนึ่ง

ณ วันที่ ๒๗ ธันวา.๖๘ ทหารไทยตั้งอยู่ในตำแหน่งไหน

ถึงวันนี้ ทหารไทยก็อยู่ ณ ตำแหน่งนั้น

ไม่มีการเคลื่อนย้ายไปไหน เพราะทุกพื้นที่นั้นเป็น “แผ่นดินไทย” ทั้งแท่ง

ข้อ ๕.ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันจะไม่เพิ่มกำลังทหารตลอดแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย

การเสริมกำลังใดๆ ไทยไม่เพิ่ม แต่ปรากฎว่า ฝ่ายเขมร ทั้งเพิ่ม ทั้งเติม ตลอดแนว

ข้อ ๖.ทั้งสองฝ่ายตกลงจะไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการยั่วยุ ซึ่งอาจทำให้ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น

รวมถึงกิจกรรมทางทหารที่รุกล้ำน่านฟ้าและดินแดนของอีกฝ่าย หรือตำแหน่งที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง

ปรากฏว่า ทหารเขมรเป็น “ดาวยั่วตีน” ตลอดแนว กลางคืนก็ส่งโดรนรุกล้ำขึ้นไปในน่านฟ้าไทยเป็นประจำ

ข้อ ๗.ทั้งสองฝ่ายตกลงจะไม่ใช้กำลังใดๆต่อพลเรือนและสิ่งปลูกสร้างของพลเรือนในทุกกรณี

ชาวบ้านเข้าป่าหาเห็ด หาของป่า ทหารเขมรก็ใช้กำลังจับชาวบ้านไทยไปขังซะงั้น

ข้อ ๘.ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องงดเว้นเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข่าวปลอม เพื่อลดความตึงเครียด

ก็ฝ่ายลิ้น ๒ แฉกนั้นแหละ สร้างความตึงเครียดด้วยข่าวปั่นตลอด

ข้อ ๘.ทั้งสองฝ่ายยืนยันพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ การสะสม การผลิต และการเคลื่อนย้ายทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคล ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันกำจัดทุ่นระเบิด

ก็พี่อีกนั่นแหละ นอกจากไม่ร่วมกำจัดทุ่นระเบิดแล้ว ยังใช้เอง วางเอง กระทั่งตัวเอง ยังไม่กล้าเดิน เพราะลืมว่า…กูหมกไว้ตรงไหนหว่า?

๑๐.ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ฉ้อโกงทางไซเบอร์และการค้ามนุษย์

ก็เห็นปราบตรงนี้ แล้วให้ไปเปิดตรงโน้น อาชญากรรมทางไซเบอร์ ค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซนเตอร์ ก็ยังเป็นอุตสาหกรรมหลักของเขมรอยู่ถึงขณะนี้

เอาเท่านี้พอ ขี้เกียจยกมาย้อนเกล็ดทั้ง ๑๖ ข้อ มันจะเหมือนถูกจับแก้ผ้ายืนกลางแดด

๑๖ ข้อ ไม่มีข้อไหนที่เฒ่าสารพัดพิษเขมรได้ปฎิบัติให้เป็นไปตามข้อตกลงร่วมเลย

ครั้นต้องการจะได้ประโยชน์จากข้อตกลงร่วม ก็ไปยกข้อ ๓ เรื่องปักปันเขตแดน ขึ้นมาทวง

เมื่อรู้ตัวว่า “พลาดท่า” ปลาตัวใหญ่เรื่องเขตแดนทางทะเล “ตกน้ำป๋อมแป๋ม” แน่นอน!

ไหนๆ ก็ ปากแข็ง ก็ต้องแข็งให้มันตลอด จะมาตูดนิ่มป๋อยในตอนนี้ เห็นจะยากที่จะได้รับความเอ็นดูจาก รัฐมนตรีสีหศักดิ์ และนายกฯ อนุทิน

ในเมื่อเลือกทางประนอมภาคบังคับ ภายใต้กฎหมายทางทะเล ก็เดินไปทางนั้นให้สุด เพราะเป็นทางที่ ๒ พ่อลูกตระกูลฮุนเลือกแล้ว

ส่วนทางบก ไทยเคร่งครัดตามข้อตกลงร่วม ๒๗ ธันวา.๖๘

“อยู่ตรงไหน ก็อยู่ตรงนั้น” ไม่เคลื่อนย้ายไปไหน

แล้ว “เฒ่าสารพัดพิษ” จะมาทวงแผ่นดินคืน มันไม่หนังหนา-หน้าด้านไปหน่อยหรือ?

เพราะแผ่นดินที่ทหารไทย อยู่ ณ ที่ตั้งตอนนี้ นั้น

มันเป็น “แผ่นดินไทย” ร้อยเปอร์เซ็นต์!

เปลว สีเงิน

       ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๙

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ

 

Written By
More from plew
“เพื่อไทย” รู้ตัวบ้างมั้ย? #เปลวสีเงิน
เปลว สีเงิน ทำไม “พรรคประชาชน” จึงเนื้อหอม?       เพิ่งเข้าใจตอนนี้เอง       ว่าชาติที่แล้ว “พรรคประชาชน” คือ “นางรจนา”...
Read More
0 replies on “กล้าๆ หน่อย…ฮุนเซน #เปลวสีเงิน”