ต่อยอดของเก่า ทำให้ดีขึ้น ! นักรัฐศาสตร์ เจาะลึกไทยช่วยไทยพลัส 60:40 หลังประชาชนตอบรับดี ชี้ นโยบายรัฐที่ดี ไม่ต้องใหม่เอี่ยมเสมอไป แต่ต้องตอบโจทย์ประชาชนได้จริง

5 มิถุนายน 2569 ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงความคิดเห็นต่อโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60:40” ว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน คือการที่รัฐบาลเลือกนำระบบและแพลตฟอร์มที่ประชาชนคุ้นเคยจากโครงการ “คนละครึ่ง” มาต่อยอด แทนที่จะพัฒนาระบบใหม่ทั้งหมด

ดร.สติธร ระบุว่า แนวทางดังกล่าวช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการ ลดความยุ่งยากในการเข้าถึงสิทธิของประชาชน และลดความเสี่ยงจากปัญหาทางเทคนิคที่มักเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของโครงการใหม่ ส่งผลให้การลงทะเบียนเป็นไปอย่างรวดเร็วและประชาชนสามารถใช้สิทธิได้อย่างต่อเนื่อง

“บทเรียนสำคัญของนโยบายสาธารณะคือ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการคิดสิ่งใหม่เสมอไป บางครั้งการนำระบบเดิมที่มีประสิทธิภาพมาปรับปรุงและพัฒนาต่อยอด ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าได้ เพราะช่วยลดความสับสนและเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชน” ดร.สติธร กล่าว

ประสบการณ์จากโครงการไทยช่วยไทยพลัสควรถูกนำไปใช้กับการดำเนินนโยบายสวัสดิการภาครัฐในอนาคต โดยเฉพาะการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ซึ่งขณะนี้เริ่มมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับการปรับปรุงคุณสมบัติผู้มีสิทธิได้รับสวัสดิการ

ทั้งนี้ แม้การปรับเกณฑ์อาจมีเหตุผลเพื่อให้การช่วยเหลือมุ่งเป้าไปยังกลุ่มเป้าหมายที่จำเป็นจริงมากขึ้น แต่รัฐบาลจำเป็นต้องสื่อสารข้อมูลอย่างชัดเจน และรักษาความต่อเนื่องของระบบ เพื่อป้องกันความสับสนและความไม่มั่นใจของประชาชน ฉะนั้น หากมีข้อท้วงติงก็ควรรับฟัง อะไรที่ไม่เหลือบากกว่าแรง อย่างกรณีผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร ถ้าปรับได้ก็ควรปรับ อย่างให้เสียบรรยากาศการขับเคลื่อนนโยบาย

สำหรับข้อดีของโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60:40 ดร.สติธร มองว่า ประการแรก โครงการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากประชาชนจ่ายเพียง 40% ขณะที่ภาครัฐช่วยสนับสนุนอีก 60% ทำให้ลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ทันที

ประการที่สอง โครงการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและร้านค้ารายย่อย เนื่องจากเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน และผู้ประกอบการขนาดเล็กโดยตรง

ประการที่สาม กลไกร่วมจ่าย หรือ Co-payment มีข้อได้เปรียบกว่าการแจกเงินสดทั่วไป เพราะทำให้เกิดการใช้จ่ายจริงในระบบเศรษฐกิจ และช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระดับชุมชนเพิ่มขึ้นในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม ดร.สติธร ระบุว่า โครงการลักษณะนี้ยังมีข้อจำกัดที่ต้องพิจารณาเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นภาระงบประมาณของรัฐที่ค่อนข้างสูง ผลลัพธ์ที่ส่วนใหญ่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น รวมถึงความเสี่ยงด้านการใช้สิทธิไม่ตรงวัตถุประสงค์ที่ยังจำเป็นต้องมีระบบกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง

ดร.สติธร เห็นว่า รัฐบาลควรมอง “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่กำลังซื้อยังเปราะบาง มากกว่าจะเป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว

“มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายช่วยให้เศรษฐกิจหายใจได้สะดวกขึ้นในระยะสั้น แต่การทำให้เศรษฐกิจไทยแข็งแรงอย่างยั่งยืน ยังต้องอาศัยการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาทักษะแรงงาน การส่งเสริมนวัตกรรม และการปฏิรูปเชิงโครงสร้างควบคู่กันไป” ดร.สติธร กล่าว.

Written By
More from pp
 สยามดิสคัฟเวอรี่ ชวนมาสนุกกับเซิร์ฟสเก็ต กับ Yow Surfskate แบรนด์ดังแห่งสตรีทอาร์ทสตรีทสไตล์
สยามดิสคัฟเวอรี่ ดิเอ็กซ์พลอราทอเรี่ยม ชวนมา Come Play With Us แบบเอ็กซ์คลูซีฟ กับ Yow Surfskate แบรนด์สุดฮอตของเหล่าโปรเซิร์ฟเวอร์ที่มาพร้อมกับดีไซน์หลากหลายรุ่นให้ค้นหาสไตล์ที่ชอบในแบบตนเอง...
Read More
0 replies on “ต่อยอดของเก่า ทำให้ดีขึ้น ! นักรัฐศาสตร์ เจาะลึกไทยช่วยไทยพลัส 60:40 หลังประชาชนตอบรับดี ชี้ นโยบายรัฐที่ดี ไม่ต้องใหม่เอี่ยมเสมอไป แต่ต้องตอบโจทย์ประชาชนได้จริง”