5 มิถุนายน 2569 – ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าว่า ตั้งแต่โครงการคนละครึ่งพลัสที่มีข้อกังวลและข้อห่วงใย แทบจะไม่พบกรณีผู้ค้าฉวยโอกาส แต่พอมาถึงโครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่ได้ยินมามีเพียง 1 เคส ซึ่งเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ลงพื้นที่ไปยังร้านรถเข็นที่เกิดเหตุ แต่พบว่าปิดร้าน แต่กฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ สินค้าทุกอย่างในประเทศไทยจะต้องปิดประกาศราคา หากไม่ปิดประกาศถือว่าผิด นอกจากจะมีการสแกนจ่ายเงินในโครงการดังกล่าวแล้ว จะต้องดูให้ดีว่าราคาตรงกันหรือไม่ รวมไปถึงการรูดบัตรเครดิตหรือสแกนจ่ายแบบปกติ ที่ผู้ค้าจะเป็นผู้คีย์ราคาก่อนจ่ายเงิน หากราคาไม่ตรงเรามีสิทธิที่จะปฏิเสธการจ่าย
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสไปยังกระทรวงพาณิชย์ได้ และคิดว่าพ่อค้าแม่ค้ากว่า 99% ไม่ได้มีปัญหาอยู่แล้ว จากการลงพื้นที่ของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ รวมถึง สส.ที่ลงพื้นที่ พบแต่เสียงสรรเสริญและรอยยิ้ม ว่าช่วยทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจได้และยอดขายของร้านค้าเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ซื้อได้ของเพิ่มขึ้น 2 เท่า เพราะฉะนั้น เรื่องร้องเรียนยังไม่ได้ยิน เพียงแต่กลัวกันไป ว่าจะอย่างนู้น อย่างนี้ อย่างนั้น กลัวกันไปเอง แต่เหตุที่ร้องเรียนมายังไม่มี
น.ส.ศุภมาส ยังกล่าวถึงกรณีร้านค้าย่านห้วยขวางรับสแกนเงินหยวนว่า ยังไม่ได้รับรายงาน เห็นเพียงตามหน้าสื่อ ขอตรวจสอบในรายละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ได้ยินมาเหมือนกันว่าย่านห้วยขวาง เป็นย่านชาวจีนที่มาประกอบธุรกิจ จะให้ สคบ. ลงพื้นที่ไปตรวจสอบอีกครั้ง.
