31 พฤษภาคม 2569 – สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนพฤษภาคม 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,166 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 26-29 พฤษภาคม 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนพฤษภาคม เฉลี่ย 3.66 คะแนน ลดลงจากเดือนเมษายน 2569 ที่ได้ 3.79 คะแนน
ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.13 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย 3.09 คะแนน นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่น คือ อนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 37.07 รองลงมาคือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 29.06 ด้านฝ่ายค้าน คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 25.19 รองลงมาคือ รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 24.96 ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 56.83 คาดหวังว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัสของรัฐบาลจะช่วยลดค่าครองชีพได้ และคาดหวังว่าฝ่ายค้านจะติดตามและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ร้อยละ 49.87
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า สองเดือนรัฐบาลอนุทินยังน่าเป็นห่วง พิจารณาจากคะแนนดัชนีการเมืองไทยที่ปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า บ่งบอกถึงความกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ประสบอยู่ ขณะที่การตั้งคำถามและความคาดหวังต่อการทำงานของรัฐบาลยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากฝ่ายค้านและประชาชนทั่วไป หากเดือนหน้าเริ่มใช้จ่ายผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัสแล้ว ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะช่วยดึงคะแนนดัชนีให้ขึ้นมาได้ทั้งหมดหรือไม่
รศ.ดร.รุ่งภพ คงฤทธิ์ระจัน รองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า เหตุผลของการที่คะแนนนิยมของรัฐบาลลดลง มองว่ามาจากปัญหาสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านที่ประชาชนให้ความสนใจต่อการแก้ปัญหา ของรัฐบาลว่าจะเป็นในทิศทางใด โดยส่วนใหญ่ประชาชนพิจารณาในประเด็นของการช่วยเหลือว่ารัฐบาลจะกำหนดมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนใดที่ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบเชิงลบน้อยที่สุด แต่ท้ายที่สุดประชาชนเห็นว่า เป็นการฉวยโอกาสของรัฐบาลในการหาประโยชน์จากวิกฤติการณ์ครั้งนี้ และมองว่ามาตรฐานการทำงานของรัฐมนตรีคนนอกที่ถูกนำเสนอในการเลือกตั้งยังไม่มีแนวคิดที่สร้างความเชื่อมั่นในการกินดีอยู่ดีสำหรับประชาชนได้ สำหรับนายกรัฐมนตรีที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดนั้น เพราะว่าสามารถสร้างแรงจูงใจจากโครงการไทยช่วยไทยที่เป็นโครงการสร้างความหวังให้แก่ประชาชนส่วนใหญ่ได้เข้าร่วมโครงการที่รัฐช่วยเหลือค่าครองชีพ ซึ่งเป็นการพยุงคะแนนนิยมของนายกรัฐมนตรียืดออกไปได้อีกครั้ง
