อย่าดึงฟ้าต่ำ #ผักกาดหอม

ผักกาดหอม

เป็นไปตามคาดครับ…

พรรคส้มได้รับคำยกย่องชมเชยจากบรรดาผู้ต้องหาหนีคดี ม.๑๑๒ นักวิชาการ นักเคลื่อนไหวซ้ายจัด ที่มีแนวคิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์

คำชมเชยที่พยายามทำให้พรรคส้มดูยิ่งใหญ่ นั่นคือ…

ยังคงยึดมั่น “อุดมการณ์”

เป็นความกล้าหาญทางจริยธรรมขั้นสูงสุด

เขาชมกันว่างั้นครับ

อุดมการณ์คืออะไร?

คือ ชุดความคิด ความเชื่อ และค่านิยมที่กลุ่มบุคคลยึดถือร่วมกัน เป็นเสมือนแผนที่หรือเข็มทิศชี้นำในการปฏิบัติ เพื่อสร้างสังคมในอุดมคติตามแนวคิดของตัวเองให้กลายเป็นความจริง

แสดงว่าในกลุ่มที่สนับสนุนพรรคส้มจำนวนหนึ่งยังเชื่อว่า พรรคส้มคือความหวังในการล้มล้างสถาบัน!

ครับ…ปฏิกิริยาจากพรรคส้มต่อการประชุมระหว่างรัฐบาลกับคณะองคมนตรี เพื่อติดตามสถานการณ์และแนวทางในการรับมือสาธารณภัย

มีการพูดถึงปัญหาและแนวทางแก้ไข ไม่มีข้อสั่งการ ตรงนี้ชัดเจนนะครับ

แต่พรรคส้มเห็นช่อง โจมตีรัฐบาลเพื่อกระทบไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์

จะมีใครสักกี่คนที่ตีความเรื่องนี้ว่าเป็นอันตรายต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

คำให้สัมภาษณ์ของ “หัวหน้าเท้ง” ชัดเจนจนไม่ต้องตีความอะไรทั้งนั้น

“…ผมก็มีความคิดเห็นว่าบุคคลที่เป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากไม่ควรห้อยหรือโหนฟ้ามาลงต่ำ อีกหนึ่งกรณีเช่นเดียวกันก็คือ พอดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ต้องใช้อำนาจของตัวเองทุกช่องทางในการดันฟ้าให้ขึ้นสูง…”

มองว่าเป็นการดึงฟ้าต่ำ!

ไม่น่าเชื่อว่านี่คือคำพูดของคนที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒

พูดง่ายๆ แค่ “เท้ง” อ้าปากก็เห็นไปถึงลิ้นไก่แล้วครับ!

การประชุมระหว่างรัฐบาลกับคณะองคมนตรีจึงเป็นเพียงเหยื่อทางการเมืองที่พรรคส้มใช้ในการขยายความในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น

ปั่นกระแสว่าเป็นอันตรายต่อประชาธิปไตย

องคมนตรีมีอำนาจหน้าที่อะไร?

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานแก่คณะองคมนตรี ในโอกาสที่เสด็จฯ ไปทรงเปิดอาคารทำเนียบองคมนตรี ณ พระราชอุทยานสราญรมย์ วันอังคารที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๗ ไว้ดังนี้ครับ…

“…องคมนตรีเป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ จึงมีหน้าที่ที่จะให้คำปรึกษา และก็นี่เป็นสิ่งที่คนเขาสงสัยว่าองคมนตรีมีอำนาจ มีหน้าที่อะไร

ก็สรุปว่าเป็นผู้ที่ให้คำปรึกษาในทุกด้าน ทุกอย่าง พระมหากษัตริย์จะรับทราบ จะรับรู้หรือไม่ก็อย่าน้อยใจ เพราะว่าพระมหากษัตริย์จะต้องเป็นผู้ที่ตัดสินในเรื่องราวต่างๆ แต่ว่าคำปรึกษาของท่านองคมนตรีก็มีประโยชน์มาก เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่มีประสบการณ์มากในด้านต่างๆ จึงขอให้ท่านได้คิดดีๆ แล้วก็ช่วยกัน…”

สำนักงานองคมนตรี มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

ปฏิบัติงานด้านเลขานุการองคมนตรี ในหน้าที่ที่ปรึกษาพระมหากษัตริย์ ทั้งในราชการแผ่นดินและส่วนพระองค์ รวมทั้งหน้าที่องคมนตรีตามที่กฎหมายกำหนด

ประสานงานระหว่างพระมหากษัตริย์กับรัฐบาล รัฐสภา ศาล องค์กรเอกชน และประชาชน ในงานที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ขององคมนตรี ดำเนินการเรื่องที่คณะองคมนตรีพิจารณาถวายความเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมาย การแต่งตั้ง ฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ฎีกาขอพระราชทานความเป็นธรรมและการขอพระราชทานความช่วยเหลือในด้านต่างๆ และงานราชการแผ่นดินที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ ตลอดจนดำเนินการเกี่ยวกับโครงการ มูลนิธิ หรือกองทุน ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรีรับผิดชอบ

บทบาทขององคมนตรีจึงเป็นที่รับรู้ทั่วไปว่า คือที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์

เมื่อที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์มานั่งคุยกับรัฐบาลในเรื่องภัยพิบัติที่ประเทศไทยอาจต้องเจอในเร็วๆ นี้ และจะกระทบกับประชาชนในวงกว้าง คำถามคือ เป็นการทำลายหลักการประชาธิปไตยอย่างที่ “เท้ง” ต้องการจะยกเลิกหากตัวเองได้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างนั้นหรือ

คับแคบและตื้นเขินอย่างมาก

ในความคิดของ “เท้ง” การแสดงบทบาทของนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร ไม่ควรที่จะนำตัวแทนหรือสถาบันมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการตัดสินใจนโยบายสาธารณะโดยตรง

เพราะทุกการตัดสินใจล้วนต้องมีการรับผิดและรับชอบ หากเกิดการตัดสินใจใดๆ ที่ผิดพลาด อาจจะกระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

พูดราวกับว่าอุดมการณ์ของพรรคส้มคือเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ยอมไม่ได้หากถูกก้าวล่วง

พฤติกรรมพรรคส้มตั้งแต่ อนาคตใหม่ ก้าวไกล ยัน พรรคประชาชน เป็นเช่นนั้นจริงๆ หรือ

รัฐบาลจะตัดสินใจในนโยบายสาธารณะโดยรับฟังความเห็นจากองคมนตรีไม่ได้เลยหรือ

บทความชื่อ “เมื่อความหวาดระแวงถูกยกให้เป็นหลักประชาธิปไตย” ของ รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต อธิบายประเด็นนี้ให้เข้าใจได้ไม่ยากครับ

“…ในหลายประเทศซึ่งมีพระมหากษัตริย์ เช่น สวีเดน หรือสหราชอาณาจักร ความสัมพันธ์เชิงปรึกษาหารือระหว่างรัฐบาลกับสถาบันพระมหากษัตริย์มีอยู่โดยเปิดเผย และได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของเสถียรภาพทางรัฐธรรมนูญ

มิใช่การคุกคามระบอบประชาธิปไตย ตราบใดที่อำนาจตัดสินใจทางการบริหารยังคงอยู่กับรัฐบาล…”

“…การตั้งคำถามว่า ‘หากคำแนะนำผิดพลาด ใครจะรับผิดชอบ’ ก็จำเป็นต้องแยกให้ออกระหว่าง ‘ผู้ให้คำแนะนำ’ กับ ‘ผู้ใช้อำนาจตัดสินใจ’ เพราะรัฐบาลต่างรับฟังข้อเสนอจากผู้เชี่ยวชาญ นักธุรกิจ นักวิชาการ คณะที่ปรึกษา หรือองค์กรต่างๆ อยู่ตลอดเวลา

แต่ความรับผิดชอบทางการเมืองยังคงเป็นของฝ่ายบริหาร ที่ตัดสินใจนำข้อเสนอเหล่านั้นไปปฏิบัติ มิใช่บุคคลหรือสถาบันที่เพียงแสดงความเห็นต่อรัฐ ต้องร่วมรับผิดชอบทางการเมืองไปด้วย

อันตรายต่อประชาธิปไตยอาจมิใช่การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างสถาบัน หากแต่อยู่ที่ “การตีความ” ว่าทุกความสัมพันธ์เช่นนั้นเป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตยโดยอัตโนมัติ

เพราะที่สุดแล้ว ความหวาดระแวงที่ขยายตัวเกินความเป็นจริง ย่อมทำให้พื้นที่ของความร่วมมือเพื่อประโยชน์สาธารณะค่อยๆ ถูกทำลายลง…”

ครับ…การตีความของพรรคส้มจึงเป็นอันตรายต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างชัดแจ้ง

และการที่ “เท้ง” แนะนำนายกฯ อนุทิน ทำตามอุดมการณ์ของพรรคส้ม คือลบการคุยระหว่างรัฐบาลกับคณะรัฐมนตรีออกไปจากสารบบ พร้อมกับเดินหน้าการทำรัฐธรรมนูญ ก็พอคาดได้ว่า พรรคส้มไม่เคยหยุด!

ไม่เคยหยุดที่จะตีกรอบสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นไปตามอุดมการณ์ของตัวเอง.

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ
Written By
More from pp
ระวังกระแสตีกลับ? – สันต์ สะตอแมน
สันต์ สะตอแมน ๔ ปีนับจากนี้.. ชาวกรุง-เมืองฟ้าอมรเห็นจะได้ดู-ได้ชม “เรียลลิตี้” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กันอย่างอิ่มอก-เบิกบานอุรา
Read More
0 replies on “อย่าดึงฟ้าต่ำ #ผักกาดหอม”