ผักกาดหอม
ปัญหาใหญ่ของพรรคส้มคืออะไร รู้มั้ยครับ…
ทัศนคติ!
ถ้ายังไม่เปลี่ยนทัศนคติ ไม่ปรับมุมมอง คงยากที่จะโตไปกว่านี้
เผลอๆ ถอยหลังเข้าคลอง
วันก่อนเห็น สส.กทม. พรรคประชาชน “ภัณฑิล น่วมเจิม” อภิปรายในสภาว่า….
“ปิดห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร แล้วตรวจฉี่ ผมว่า สส. ๕๐๐ คน ต้องเจออย่างน้อย ๓-๔ คนแน่นอน…”
“…แล้วค่ายทหารถือว่าตัวดีเลย จ่าทหารเป็นคนขาย ล้อมค่ายทหารแล้วจับตรวจฉี่ให้หมด รับรองเจอเพียบ…”
“…กำนันผู้ใหญ่บ้านก็ตัวดี นัดประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านตรวจฉี่ให้หมดเลยครับ พวกนี้คือพวกค้ายาเสพยาทั้งนั้น…”
พูดแบบนี้ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “ปากพล่อย”
มันมาจากทัศนคติที่ว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น
ที่สำคัญการพูดแบบเหมารวม เป็นความเคยชินของนักการเมืองพรรคนี้
ดูกรณี “มีเราไม่มีเทา” เป็นตัวอย่าง
แคมเปญหาเสียงยกตนข่มท่าน พรรคอื่นชั่วหมดยกเว้นพรรคส้ม
สุดท้ายเป็นไงครับ นักการเมืองเลวทั้งค้ายา ฟอกเงิน มีอยู่จริงและอยู่ในพรรคส้มนั่นเอง เป็นคนที่ “หัวหน้าเท้ง” เซ็นลงนามให้ไปสมัคร สส.ได้
ไม่เทาเลยครับ
ดำสนิท!
“ภัณฑิล น่วมเจิม” ออกมาขอโทษที่ปากพล่อย นี่ก็เป็นวัตรปกติของพรรคส้ม
เป็นพรรคการเมืองที่ “ขอโทษ” บ่อยที่สุด
ขอโทษ เป็นเรื่องดีครับ แต่ถ้าบ่อยไปก็แสดงว่า ที่ขอโทษไปแล้วไม่ได้ปรับปรุงอะไรเลย ทัศนคติที่ว่าตัวเองดีกว่าคนอื่นนั้น ยังคงอยู่
หรืออย่างกรณี “ไอซ์ รักชนก” สวมเดรสสั้นสีน้ำเงินโชว์ต้นแขน เข้าประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถูกวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม
“ไอซ์” ตอบโต้ด้วยการโพสต์พระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ขณะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำอย่างไม่เป็นทางการ ณ พระราชวังหลวง กรุงสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน ที่สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ ๑๖ กุสตาฟแห่งสวีเดนพระราชทานแก่ประมุขและสมาชิกราชวงศ์ต่างประเทศที่ต่างเดินทางมาเข้าร่วมงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา
พร้อมกับโพสต์ข้อความว่า “ฉลองพระองค์ และ พระภูษา ในชุดไทยดุสิต งามสมพระเกียรติ”
พฤติกรรมของคนมันสะท้อนความคิดครับ
ที่จริงจะใส่ชุดอะไรเข้าสภาก็เชิญตามใจชอบ ถ้าเห็นว่าสุภาพ ก็ไม่มีใครว่าอะไร
แต่ประเด็นมันอยู่ที่ คนที่ไม่เคยโพสต์อะไรด้านบวกเกี่ยวกับราชวงศ์เลย กลับกันโพสต์ในเรื่องสุ่มเสี่ยงมีความผิดตาม ม.๑๑๒ แถมศาลอาญาตัดสินจำคุก ๖ ปี ตอนนี้อยู่ระหว่างการประกันตัวสู้คดี และยังมีเอกสิทธิ์ สส.ห้ามจับกุมในสมัยประชุมสภาอีก
คิดอย่างที่เขียนจริงหรือ
คิดหรือว่า “ไอซ์” จะคิดเหมือนสิ่งที่โพสต์
ภาพที่เห็นแบบไม่มีอะไรซับซ้อน ก็คือ “ไอซ์” ใช้สถาบันเบื้องสูงมาปกป้องตัวเอง
พูดง่ายๆ คนอื่นทำได้ทำไมตัวเองจะทำไม่ได้ โดยไม่ดูบริบทของเรื่อง
การที่เอาสถาบันมาเทียบกับตัวเอง มันสะท้อนเหมือนกลุ่มชนที่ไม่มีรากเหง้าอะไรเลย มันมาจากพื้นฐานการมองว่าตัวเองคือศูนย์กลางของทุกอย่าง
คำถามง่ายๆ ใส่รองเท้าเตะบอล ที่เรียกว่า สตั๊ด ไปเที่ยวสยามพารากอน เหมือนหรือต่างกับใส่สตั๊ดไปเตะบอลในสนามฟุตบอล
ครับ…เพราะทัศนคติแบบส้มๆ เราจึงได้เห็นอะไรแบบนี้บ่อยๆ จากนักการเมืองสีส้ม
วานนี้ (๓ พฤษภาคม) “หัวหน้าเท้ง” พูดเรื่อง นักโทษชายทักษิณ จะพ้นโทษ ฟังแล้วมันรู้สึกตงิดๆ
“…ต้องยอมรับว่า คุณทักษิณ เคยตกเป็นเหยื่อในการดำเนินคดีทางการเมืองในอดีต และไม่ใช่แค่คุณทักษิณเพียงคนเดียวที่ตกเป็นเหยื่อถูกดำเนินคดีทางการเมืองในประเทศไทย
ฉะนั้นเมื่อคุณทักษิณ ได้รับการพักโทษออกมา และมีเงื่อนไขในการติดกำไล EM ต่างๆ ส่วนตัวอยากให้ตั้งคำถามถึงบุคคลอื่นๆ ที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองในลักษณะเดียวกัน…”
มันเป็นคำตอบที่ต่อต้านกระบวนการยุติธรรมโดยอัตโนมัติ
พรรคส้มมองระบบตรวจสอบในรัฐธรรมนูญเป็นศัตรูเสมอ ถึงได้พยายามฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทิ้งครั้งแล้วครั้งเล่า
มองว่าตัวเองถูกรังแก โดยไม่สนใจบริบทของเรื่องราวเลย
การพูดว่า “นักโทษชายทักษิณ” เป็นเหยื่อการดำเนินคดีการเมือง โดยไม่กลับไปดูว่า ยุคทักษิณครองเมืองนั้นมีการใช้อำนาจในการคอร์รัปชันมากแค่ไหนนั้น เป็นการพูดที่ไร้ความรับผิดชอบอย่างสิ้นเชิง
ในฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษรายบุคคล นักโทษชายทักษิณก็ได้ยอมรับผิดในการกระทำ
และมีความสำนึกผิดในคดีทุจริต ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองทั้ง ๓ คดี
หรือว่าทั้งหมดนี้ไม่จริง!
เล่นละครเพื่อให้พ้นผิด
คำว่าเป็นเหยื่อของ “หัวหน้าเท้ง” แปลความเป็นอื่นไม่ได้เลยครับ
“นักโทษชายทักษิณ” ไม่ผิด และคนอื่นๆ ที่ถูกดำเนินคดีก็ไม่ผิด และล้วนเป็นเหยื่อทางการเมือง
“หัวหน้าเท้ง” ใช้คำว่า “คดีการเมือง”
ที่จริงก็ใช้คำนี้มานานแล้ว
นี่คือทัศนคติที่ไม่เคยเปลี่ยน
คดีการเมืองคือคดีที่มีมูลเหตุหรือแรงจูงใจทางการเมือง ส่วนมากเป็นเพราะรัฐบาลต้องการปิดปากฝ่ายตรวจสอบ หรือทำลายความน่าเชื่อถือ
คดีคอร์รัปชัน มิใช่คดีการเมือง
แต่เป็นการใช้อำนาจทางการเมืองแสวงประโยชน์เพื่อตัวเองและพวกพ้อง
กรณี “นักโทษชายทักษิณ” เป็นอย่างหลังครับ
ใช้อำนาจการเมืองเพื่อโกง
สวนดุสิตโพลสำรวจความเห็นประชาชน เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนเมษายน ๒๕๖๙”
นักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด
๑.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ ๒๗.๘๒
๒.รักชนก ศรีนอก ร้อยละ ๒๓.๒๕
๓.ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ ๑๗.๒๔
ที่ผ่านมาเห็นพรรคส้มชอบเล่นกับโพล ก็ดูไว้ พรรคส้มเป็นฝ่ายค้านพรรคใหญ่สุด มี สส. ๑๒๐ คน “หัวหน้าเท้ง” เป็นผู้นำฝ่ายค้าน แต่ยังแพ้ประชาธิปัตย์ที่มี ๒๕ เสียง
รัฐบาลก็เป็นไม่ได้ เป็นฝ่ายค้านก็ไม่ดี
นี่คือพรรคส้มในสถานการณ์จริงไม่อิงนิยาย.

