เปลว สีเงิน
“๖ เมษายน” คือเมื่อวาน “ช่วงเย็นจรดค่ำ”
“ฤกษ์ดี”
ได้เกณฑ์ดิถี “สิทธิโชค”
“นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล” นำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฎิญานตน
ต่อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ก่อนเข้าปฎิบัติหน้าที่
หลังจากนั้น ประชุมครม.นัดพิเศษทันที ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเตรียมการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา อันเป็นขั้นตอนสุดท้าย
ก่อน…. “ลุย”!
ก็อยากบอกรัฐบาลอนุทินให้ทราบสถานการณ์ว่า ขณะนี้ ไม่เพียงประเทศไทย หากแต่โลกทั้งโลก หมุนเวียนเข้าสู่ช่วง “เปลี่ยนถ่าย” ยุคสมัย
ก็อยากให้เข้าใจว่า ธรรมชาติมนุษย์ มักติดยึดกับวิถีชีวิตที่เป็นอยู่ เมื่อทุกอย่างไม่เหมือนเดิม ก็จะใช้สัญชาติญานต่อต้าน
ช่วงเวลานั้น อารมณ์มนุษย์ จะอยู่เหนือเหตุผล
ต่อต้าน และโทษทุกคน ยกเว้นตัวเอง จนกว่าจะปรับตัวเข้ากับวิถีสังคมใหม่ได้ ก็จะค่อยๆมีสติรับรู้ได้ว่า
ทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต….
ล้วนไม่คงที่ มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ถ้าเข้าไปติดยึด จะทุกข์ ทุรน-ทุราย เพราะใจมันขัดขืน
อย่างตอนนี้ น้ำมันแพง ก็เรียกร้องให้ทำให้ถูกลง ต่อไป ถ้าแพงแล้วก็ยังไม่มีน้ำมันขาย ก็คงเรียกร้องอีกว่า แพงเท่าไหร่ก็ไม่ว่า ขอให้มีน้ำมันมาให้ใช้
ก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีสติ แล้วจัดตารางชีวิตตัวเองใหม่ให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป จากใช้รถส่วนตัว ปรับเปลี่ยนใช้รถสาธารณะบ้าง
ที่พอเดินได้ ก็เดินแทนการใช้รถดูบ้าง หรือไม่ก็เปลี่ยนจากรถยนต์มาใช้รถจักรยานกันดูบ้าง
จากซื้ออาหารกินเองทุกมื้อ ก็หันมาใช้พื้นที่เล็กๆหน้าบ้านปลูกผัก ปลูกพริก มะเขือ มะนาว มะละกอ โหระพา ทำอาหารกินเองบ้างบางมื้อ
และจากกินกาแฟตามห้าง ตามร้านแก้วละ ๔๐- ๑๒๐ บาท วันละ ๒-๓ แก้ว ถ้าเลิกไม่ได้ ก็ซื้อกาแฟสำเร็จรูปมาชงกินเอง ก็จะประหยัดได้มาก
เนี่ย…ผมก็รู้ ว่าที่เขียนไป ก็จะมีคนเข้ามาเมนต์ด่าเพียบ แต่ผมก็เข้าใจอารมณ์คนยามนี้ ผมดีใจซะด้วยซ้ำ ที่จะได้เป็นกระโถนให้ท่านได้ขับถ่ายความขึ้งเครียด
ในภาวะโลกเปลี่ยน อยากบอกว่า ถ้าเราไม่เปลี่ยนตัวเอง เราก็จะถูกเปลี่ยน แล้วก็จะ “อยู่ไม่ได้”!
ในความที่ “โลกกลม” การเปลี่ยนถ่ายยุค มันก็เหมือนเรานั่งชิงช้าสวรรค์ นั่นแหละ
ขึ้นจากจุดหนึ่ง มันก็หมุนเหวี่ยงเราไปสู่อีกจุดหนึ่ง แล้วมันก็หมุนกลับมาสู่จุดเดิมอีก
“ยุคสมัย” ที่ว่าเปลี่ยน ก็เปลี่ยนแบบนี้ ทำนอง “สูงสุดคืนสู่สามัญ” ใช่ว่าจะโจนทะยานจากโลกมนุษย์ไปโลกพระจันทร์
ยุคก่อนๆ คนไปไหนเขาก็เดิน จากเดิน มาใช้สัตว์เป็นพาหนะ จากสัตว์ เป็นเรือแล้วก็รถ แล้วก็มาเป็นเครื่องบิน
ตื่นเช้า เขาก็ไม่ได้กินกาแฟกัน เขากิน “น้ำข้าวเหยาะเกลือ”!
แล้วที่อยู่กันปัจจุบัน สังเกตมั้ย….
คนเปลี่ยนกลับสู่ยุคดั้งเดิมกันมากขึ้น ปลูกผักสวนครัวกินเอง กินอาหารสุขภาพ แต่งชุดไทย จากวิ่งเปี้ยวยุคก่อน มาเป็นเต้นออกกำลังกายกลางแจ้ง และดื่มผงธัญพืชแทนกาแฟ
มากต่อมาก กลับไป “ทำไร่-ทำสวน” อยู่กับวิถีธรรมชาติในต่างจังหวัด
การเปลี่ยนยุค มันก็คือการหมุนเวียนเปลี่ยนถ่ายเหมือนการขึ้นชิงช้าสวรรค์อย่างว่านั่น ขึ้นสูงสุด แล้วมันก็หมุนลง “ที่เดิม”!
เหมือน “น้ำมันแพง-ของแพง” ตอนนี้ ถ้าเราหันมาปรับวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่มันเปลี่ยน แทนการโวยวายและโทษคนอื่น
ใหม่ๆ จะลำบาก ซักพักจะรู้สึกว่า “ชีวิต-มีชีวา” ได้มีอะไรใหม่ๆ ในชีวิต จากที่จำเจซ้ำซากเดิมๆ!
โลกและชีวิต มันก็เช่นนี้แหละ ไม่มีอะไรมาก
ที่มากไปเอง ก็คือตัวเรานี่แหละ!
ดังนั้น ช่วงนี้ ประชาชนไม่ต้องการรับรู้เหตุผลว่าน้ำมันแพงเพราะอะไร เพราะมันเป็นช่วงที่เขาระบาย/เปลี่ยนถ่ายอารมณ์
ยิ่งชี้แจง ยิ่งถูกด่า….
หาว่าแก้ตัว พาลไล่ให้ออกจากตำแหน่ง ทั้งที่ยังไม่ทันได้นั่งทำงานตามตำแหน่งเต็มก้นกันเลย!
แต่รัฐบาลต้องรู้ และต้องวางแผนรับมือสภาพ “เศรษฐกิจ-สังคม-การเงิน-การเมืองโลก” ที่สัมพันธ์กับไทยทั้ง “บวกและลบ” อย่าให้พลาดได้
เพราะไทยจะมีส่วนโดยตรงในจุดเปลี่ยนภูมิภาคที่เป็นรอยต่อ “เศรษฐกิจ-การค้า-การเงิน-การลงทุน”
ซึ่งประชาชนยังมองไม่เห็น…
แต่รัฐบาลเห็นแล้ว รับรู้แล้วในภาวะ “โลกเปลี่ยนขั้ว-เศรษฐกิจเปลี่ยนข้าง” ที่มีไทยอยู่ในสมการนั้น!
ด่าไปเถอะ “สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ” นั่นน่ะ ถ้าด่ากันแล้วทำให้สบายใจขึ้น แล้วอีกไม่ช้า ด้วยบทบาทการต่างประเทศ
และด้วยบทบาทเศรษฐกิจการเงิน-การคลังของเอกนิติ และผู้ว่าฯ แบงก์ชาตินับแต่รุ่นก่อนๆ ที่สร้างให้ “เงินบาทไทย” เป็นเงินมาตรฐานเสถียร จะบอกว่า “ที่สุด” ในโลกขณะนี้ก็ไม่ผิด
เพราะเรา “มีทอง” จากที่ “หลวงตาพระมหาบัว” ทอดผ้าป่าช่วยชาติ และจากรัฐบาล “พลเอกประยุทธ” เปลี่ยนเงินเป็น “ทองคำ” จนไทยมีทองติดอันดับโลกนั้น
ในภาวะ “ภูมิรัฐศาสตร์โลก” เปลี่ยน รวมถึงประเทศรอบบ้านของไทยโดยเฉพาะด้านพม่า มีการปรับดุลอำนาจ หลายส่วนเข้ามาอิงเศรษฐกิจและการเงินไทย
นี่เป็นปัจจัยอีกตัวหนึ่งจะทำให้ “ไทยเปลี่ยนยุค” โดย “เงินบาทไทย” ใช้แลกเปลี่ยนในการซื้อ-ขายสินค้าในฐานะ “สกุลเงินสากล”
เพราะบาทไทย เป็นเงินสกุลเดียว ที่มี “ทองคำ” หนุนหลังเต็มตามมูลค่า ไม่ใช่พิมพ์ตามใจชอบเหมือนดอลลาร์สหรัฐ
เพราะเหตุนั้น เงินบาทไทย….
จึงเป็นสกุลเงินที่บางประเทศเก็บเป็น “เงินทุนสำรอง” เพราะปลอดภัยในมูลค่าที่เสถียร
ด้านการลงทุน รัฐบาลต้องคัดท้ายให้ดี
ในภาวะโลกเปลี่ยน การเคลื่อนย้ายเงินลงทุนไปสู่ที่ปลอดภัย ทั้งโลจิสติกควบ ๒ มหาสมุทร ทั้งสาธารณูปโภคพร้อม
แกนการเมืองมั่นคง ประเทศมีความเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายหนึ่ง-ฝ่ายใด
“ไทย” คือประเทศที่ตอบโจทย์กลุ่มทุนโลก!
และกำลังไหลมาปักหลัก-ปักฐานที่ไทย
และไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดประชุมประจำปี “สภาผู้ว่าการธนาคารโลก” และ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF–World Bank Group Annual Meetings) ปี ๒๕๖๙
ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๘ ต.ค.๖๙ ซึจะมีผู้เข้าร่วมกว่า ๑๕,๐๐๐ คน จากกว่า ๑๙๐ ประเทศทั่วโลก
นี่คือการ “การันตี” ศักยภาพประเทศไทย โดยเฉพาะมาตรฐาน “การเงิน-การคลัง” ของไทย จากสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ
เป็นงานระดับโลก ที่รัฐบาลอนุทิน “สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ” และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ต้องเตรียมประเด็นรุก-รับตั้งแต่วันนี้….
รวมถึงการท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรม ตลาดหลักทรัพย์สมาคมการค้าทองคำไทย และกสทช.ในการเผยแพร่ไปทั่วโลก
ฉะนั้น ท่านอย่าเอาเวลาไปเสียหัวกับพวกโพล พวก IO พวกอิจฉา เห็นใครดีเงินหน้าไม่ได้ ต้องเมนท์ด่า ต้องไล่มันออกไป ที่ขมักขเม้นทำกันอยู่ขณะนี้เลย
คนไทย เป็นคนชอบอยู่กับปัจจุบัน ชอบวิจารณ์ และรู้ทุกเรื่อง
ดังนั้น รัฐบาล ต้องนำประเทศในปัจจุบันไปอยู่ในอนาคตที่ใช่ ทำให้มากและให้ผลจากการทำเป็นตัวแทนคำพูด
นี่เพราะอากาศมันร้อนจนผมตกมัน ก็เลยคุยไปเรื่อย มาเข้าเรื่องตะวันออกกลางกันหน่อยปะไร
ข่าวช่วงนี้สับสน เชื่อถือไม่ค่อยได้
เห็นมีข่าวว่า “สหรัฐฯ-อิหร่าน” อาจตกลง “หยุดยิง ๔๕ วัน”
แถมบอก ถ้าตกลง จะมีผลทันที ตั้งแต่วันที่ ๖ เมษา.!?
ประเด็นหลัก “ยุติการโจมตีทางอากาศ” และการยิงขีปนาวุธตอบโต้กัน เพื่อสร้างบรรยากาศการเจรจาให้ราบรื่น
ประเด็นความมั่นคงและเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ แผนที่ยื่นเสนอต่อกัน ตั้งกรอบเวลา ๑๕-๒๐ วัน เพื่อหาข้อสรุปในรายละเอียด
ประเทศตัวกลางที่ประสานในเรื่องนี้ คืออียิปต์ ตุรกี และปากีสถาน แต่ก็นั่นแหละ จนถึงตอนนี้ ก็ยังเป็นเรื่อง “ลมเพ-ลมพัด”
สู้เรื่องนี้ไม่ได้…..
“Chimlang” โพสต์ว่า….
ขิงกันยับ! อิหร่านโชว์ซาก C-130 ให้สหรัฐดูต่างหน้า “ทรัมป์” ยอมทุ่ม 12,000 ล้าน แลก 1 ชีวิต
ยอมพังยับดีกว่าโดนจับ
เครื่องบินขับไล่ F-15E ของสหรัฐฯ ถูกสอยร่วงในพื้นที่ตอนใต้ของอิหร่านเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 17:00 น. สหรัฐฯ งัดทุกกลยุทธ์
ส่งทั้งหน่วยรบพิเศษและซีไอเอ เข้าไปปะทะเดือดเพื่อชิงตัวนักบินกลับมา จนผู้นำสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 ว่าภารกิจช่วยชีวิตสำเร็จ
แต่เบื้องหลังปฏิบัติการนี้ สหรัฐฯต้องยอมสังเวยเครื่องบินลำเลียง C-130 โดรน MQ-9 และเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์ก ตีเป็นมูลค่าความเสียหายทะลุ 12,000 ล้านบาท
แถมยังต้องกดบึ้ม “ทำลายซากทิ้งเอง” เพื่อป้องกันเทคโนโลยีทางการทหารรั่วไหล ทั้งหมดนี้ แลกกับลมหายใจของนักบินเพียงคนเดียว
ฝั่งอิหร่านไม่รอช้า รีบงัดภาพซากเครื่องบิน C-130 และเฮลิคอปเตอร์ที่พังยับในจังหวัดอิสฟาฮานออกมาโชว์สื่อทันที
พร้อมประกาศชัยชนะอย่างภาคภูมิใจว่า นี่คือผลงานการสอยนกเหล็กของมหาอำนาจ
ภารกิจนี้ สหรัฐฯ ได้แสดงจุดยืน “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” แม้จะต้องจ่ายในราคาที่แพงมหาศาล
ส่วนอิหร่านก็ได้หน้าจากการลูบคมสหรัฐฯ ให้โลกเห็นได้อย่างชัดเจน
……………………………………
ทางด้าน “ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด v2” โพสต์สวนทรัมป์และเนทันยาฮู ที่คุย “ชิงตัวนักบินกลับไปได้” ว่า
#ด่วน สะเทือนทั้งโลก
หลังจากสหรัฐฯ ออกมาแถลงเสียงแข็งว่า “กัปตัน F‑15 และลูกเรือเฮลิคอปเตอร์ทุกนายได้รับการช่วยเหลือครบถ้วน”
ไม่นานนัก… อิหร่านสวนกลับทันที ด้วยถ้อยคำที่ทำให้ทั้งภูมิภาคต้องชะงัก
#เดี๋ยวก่อน เราจะมีแถลงการณ์ของเราเอง
และแล้ว… ความเงียบก็ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
อิหร่านเริ่มปล่อยข้อมูลชุดแรก พร้อมภาพหลักฐานที่ทำให้สถานการณ์เดือดพล่านยิ่งกว่าเดิม
ภาพซากเหล็กบิดเบี้ยวกลางทะเลทราย เศษเครื่องยนต์ที่ยังอุ่นจากการระเบิด และสิ่งที่ทำให้โลกต้องหยุดหายใจ…คือ
“โครงกะโหลก” ที่อ้างว่าเป็นของ “กัปตันคาซากเหล็ก” นักบินผู้ถูกกล่าวว่าเป็นหนึ่งในผู้ควบคุมเครื่องที่ตก
อิหร่านส่งสัญญาณชัดเจนว่า….
นี่ไม่ใช่แค่การตอบโต้ แต่มันคือการ “เปิดเกมข้อมูลข่าวสาร” แบบเต็มกำลัง
สหรัฐฯ บอกว่าช่วยได้ครบ แต่อิหร่านโชว์หลักฐานที่ตีความได้อีกแบบ และตอนนี้ ทั้งโลกกำลังจับตาว่า
ใครกันแน่… ที่พูดความจริง?
แล้วต่อมา อิหร่านก็หงายไพ่ ทำให้สหรัฐฯ หงายเก๋ง ตามโพสต์ “พันธมิตรไทย จีน รัสเซีย อิหร่าน”
พร้อมเผยภาพใบหน้าและบัตรประจำตัวนักบิน ดังนี้
Ball Apisith Sukhaviriyapakin
- กองทัพ IRGC เปิดตัวเชลยศึกเป็นนักบินเครื่องบินรบ F-15 ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ “พันเอกหญิง โมราน ซาโกรน” สัญชาติยิวและอเมริกัน
ข้อมูลบัตรประจำตัวนักบินได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการแล้ว
เอ้า CENTCOM เอานักบินที่พวกมึงอ้างว่าช่วยได้สำเร็จแล้วมาเปิดตัวหน่อยซิ หักล้างข้อมูลกัน
………………………………….
สรุป….
ไม่รู้จะเชื่อฝ่ายไหนได้
ถ้าเชื่อฝ่ายทรัมป์ ก็กลัวออกลูกเป็นลิง!
เปลว สีเงิน
๗ เมษายน ๒๕๖๙

