19 กุมภาพันธ์ 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน แถลงชี้แจงกรณีการขอ Laser ID ในกระบวนการสมัครสมาชิกพรรค โดยยืนยันว่าพรรคดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนเป็นสำคัญ
นายพริษฐ์ ระบุว่า พรรคการเมืองทุกพรรคมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องออกแบบกระบวนการสมัครสมาชิกให้รัดกุม เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ โดยต้องตรวจสอบว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติครบถ้วน และสมัครด้วยตนเอง ไม่ใช่นำเลขบัตรประชาชนของผู้อื่นมาสมัครแทน แม้กฎหมายจะกำหนดข้อมูลขั้นต่ำที่ต้องจัดเก็บ เช่น ชื่อ–นามสกุล ที่อยู่ หรือเลขสมาชิก แต่พรรคการเมืองสามารถกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนให้รัดกุมยิ่งขึ้นได้
สำหรับการขอ Laser ID หรือรหัสหลังบัตรประชาชน นายพริษฐ์ ชี้แจงว่า เป็นรูปแบบการยืนยันตัวตนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายธุรกรรม โดยเฉพาะธุรกรรมทางการเงิน และไม่ขัดต่อกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ตราบใดที่มีการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ การขออนุญาตจาก กรมการปกครอง ไม่ได้หมายถึงการขออนุญาตเพื่อเก็บ Laser ID จากผู้สมัครสมาชิก แต่เป็นการขออนุญาตเพื่อ “เชื่อมระบบ” และนำข้อมูลดังกล่าวไปตรวจสอบกับฐานข้อมูลของกรมการปกครอง เมื่อเชื่อมต่อสมบูรณ์ ระบบจะส่งข้อมูลไปตรวจสอบ และกรมการปกครองจะตอบกลับเพียงสถานะว่า “ถูกต้อง” หรือ “ไม่ถูกต้อง” โดยพรรคจะไม่บันทึกข้อมูล Laser ID ไว้แต่อย่างใด
นายพริษฐ์ เปิดเผยว่า พรรคประชาชนได้ยื่นขออนุญาตเชื่อมต่อระบบแล้ว โดยขณะนี้ได้รับอนุญาตในส่วนของการอ่านข้อมูลบัตรแบบ Smart Card และระบบ DOPA Digital ID แล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการอนุญาตใช้บริการ Web Service เพื่อตรวจสอบสถานะบัตรผ่าน API ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย
ยืนยันด้วยว่า ตั้งแต่อดีตพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน ไม่เคยมีการบันทึกข้อมูล Laser ID ของประชาชน โดยทำหน้าที่เป็นเพียง “ทางผ่าน” ในการส่งข้อมูลไปตรวจสอบเท่านั้น
แม้ในช่วงที่การเชื่อมต่อระบบยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และยังไม่สามารถตรวจสอบกับฐานข้อมูลของกรมการปกครองได้ พรรคก็ไม่มีการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวไว้เพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ
นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าไม่เคยมีคำสั่งห้ามจากกรมการปกครองเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว และพรรคไม่ได้กระทำการใดที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือคำสั่งทางปกครอง อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนน้อมรับข้อห่วงใยจากสังคม จึงได้ถอดขั้นตอนการกรอก Laser ID ออกจากระบบสมัครสมาชิกเป็นการชั่วคราว ระหว่างรอการเชื่อมต่อระบบให้สมบูรณ์
ปัจจุบัน ได้ปรับกระบวนการสมัครใหม่ โดยใช้วิธีการยืนยันตัวตนรูปแบบอื่น เช่น การถ่ายภาพตนเองหรือภาพบัตรประชาชน เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ
ส่วนกระแสข่าวว่าประเด็น Laser ID อาจนำไปสู่การยุบพรรค นายพริษฐ์ ยืนยันว่า ฝ่ายกฎหมายประเมินแล้วไม่มีความเสี่ยง เนื่องจากพรรคไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย การขออนุญาตที่กล่าวถึงเป็นเพียงการขอใช้บริการเชื่อมต่อระบบกับกรมการปกครองเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ยังชี้แจงกรณีSpectre C ที่ถูกกล่าวหาว่าพรรคว่าจ้างทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ IO ว่าไม่เป็นความจริง พรรคไม่เคยว่าจ้างบริษัทใดให้ดำเนินการดังกล่าว และดำเนินงานภายใต้กรอบกฎหมายทุกประการ
สำหรับประเด็นการตั้ง สส. เข้าไปร่วมทำงานในบริษัทดังกล่าว พรรคยืนยันว่า สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และไม่มีการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย.
