ไข่ไก่สหรัฐฯ แพงจัดจากไข้หวัดนก ไทยต้องระวังการนำเข้าสัตว์ปีก

อิสระ คงยินดี

เรื่องของกลไกตลาดที่มีปริมาณผลผลิตกับความต้องการบริโภคเป็นตัวถ่วงดุลซึ่งกันและกัน เมื่อใดที่ทั้งสองฝั่งนี้ขาดความสมดุล ก็จะเกิดผลกระทบตามมา เช่น ปริมาณผลผลิตทางการเกษตรที่มากเกินความต้องการใช้หรือบริโภค ราคาสินค้าชนิดนั้นจะตกต่ำลง เกษตรกรผู้ผลิตก็อาจจะขาดทุน ในทางกลับกันหากผลผลิตขาดแคลนไม่เพียงพอ ราคาสินค้าก็จะสูงขึ้น เกษตรกรอาจได้กำไรเพิ่มขึ้น แต่ก็ยากในการหาหรือผลิตสินค้าออกมาขายได้ทันการณ์ กล่าวได้ว่าการรักษาปริมาณผลผลิตให้สมดุลกับความต้องการจะนำไปสู่ “เสถียรภาพราคา” ของสินค้านั้นๆ ในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องวางแผน

ยิ่งถ้าเป็นสินค้าเกษตรที่มีความอ่อนไหวสูงอย่าง “ไข่ไก่” ความสมดุลของกลไกตลาดก็ยิ่งมีความสำคัญมาก ในเชิงวิชาการการสร้างผลผลิตไข่ไก่ตลอดทั้งปีให้สมดุลกับผู้บริโภคชาวไทยทั้งประเทศ จะอยู่ที่การใช้พ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ 4.4 แสนตัว/ปี เป็นจำนวนที่ช่วยคุมให้ซัพพลายไข่ไก่เหมาะสมกับดีมานด์ ส่วนในระหว่างปี ไข่ไก่ก็จะมีปัจจัยเข้ามากระทบตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจ กำลังซื้อของผู้บริโภค เทศกาลกินเจ เปิดเทอม-ปิดเทอม หรืออุณหภูมิร้อน-หนาวก็มีผลต่อการออกไข่ของแม่ไก่ ทำให้ดีมานด์และซัพพลายแกว่งขึ้น-ลงอยู่ตลอดเวลา การควบคุมที่ต้นน้ำหรือการวางแผนจำนวนพ่อแม่พันธุ์ให้เหมาะสม จึงมีส่วนช่วยให้การแกว่งขึ้นลงของซัพพลาย-ดีมานด์ อยู่ในกรอบที่พอเหมาะสมได้

ปัจจุบันไข่ไก่มีราคาประกาศอยู่ที่ 3.40 บาท/ฟองจากการบริโภคที่ชะลอตัว ขณะที่ต้นทุนการผลิตไข่ไก่จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) อยู่ที่ 3.45 บาท/ฟอง แสดงให้เห็นว่าเกษตรกรยังขาดทุนอยู่ และแนวโน้มราคายังอยู่ในทิศทางขาลง ทั้ง ๆ ที่มีการจำกัดจำนวนพ่อแม่พันธุ์อยู่เท่าเดิม หากมีเพิ่มพ่อแม่พันธุ์เข้าสู่ระบบอีก จะมีการผลิตแม่ไก่สาวอีกจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้มีผลผลิตไข่ไก่เข้าสู่ระบบอีกปีละนับร้อยล้านฟอง เมื่อผนวกกับปริมาณผลผลิตเดิมที่มี ย่อมสูงเกินความต้องการบริโภค จะเป็นสาเหตุหลักให้เสถียรภาพราคาไข่ไก่สั่นคลอนและตกต่ำลง เดือดร้อนกันไปทั้งห่วงโซ่ … แล้วแบบนี้เกษตรกรจะอยู่รอดได้อย่างไร

ไม่เพียงเท่านั้น เรื่องของ “โรคระบาด” ก็น่ากังวล เพราะยังมีผู้ประกอบการหลายรายที่ต้องนำเข้าพ่อแม่พันธุ์จากต่างประเทศ ขณะที่ปัจจุบันประเทศผู้ผลิตพ่อแม่พันธุ์ไก่ อาทิ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และอีกหลายประเทศ ล้วนกำลังเผชิญกับปัญหาไข้หวัดนก การอนุญาตให้นำเข้าสัตว์ปีกมีชีวิตย่อมความเสี่ยงในการนำโรคระบาดสัตว์เข้ามาด้วย แม้ภาครัฐของไทยจะต้องพิจารณาสั่งห้ามนำเข้าสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ตามองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (Office International des Epizooties; OIE) ก็อาจทำให้ผู้ประกอบการไทยพยายามสรรหาแม่พันธุ์จากประเทศอื่นๆ ที่ยังไม่ประกาศโรคระบาด ซึ่งนับว่ายังคงมีความเสี่ยงมากอยู่ดี สิ่งที่ต้องคิดต่อคือ ทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการไก่ไข่ของไทย จะสามารถลดการพึ่งพาพ่อแม่พันธุ์จากต่างประเทศ และดำเนินธุรกิจต่อไปได้โดยไม่สะดุด

หากไทยต้องเผชิญกับโรคระบาดอีกครั้ง จากการหย่อนยานละเลยมาตรการป้องกันโรค จะนำไปสู่หายนะอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต หรือคนไทยอาจต้องกินไข่ฟองละ 30 บาท เช่นเดียวกับที่สหรัฐฯกำลังเผชิญปัญหาไข่ไก่ขาดแคลนในขณะนี้ ซึ่งบางรัฐก็รุนแรงถึงขั้นลักขโมยไข่ไก่กันนับแสนฟอง

การทำเกษตร-ปศุสัตว์ในยุคนี้ไม่ง่าย ต้องพิจารณาหลากหลายประเด็นอย่างรอบคอบ สุดท้ายก็เพื่อความปลอดภัยของเกษตรกรที่จะสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัวได้อย่างยั่งยืน เป็นผู้ผลิตอาหารให้ผู้บริโภครับประทานอย่างปลอดภัยและเพียงพอในราคาที่เข้าถึงได้ หรือที่เรียกว่า ความมั่นคงทางอาหาร นั่นเอง

Written By
More from pp
เอส เอฟ จับมือ TABLE 38 Patisserie เสิร์ฟ “ครัวซองต์” ระดับมิชลินสตาร์ ส่งตรงถึงโรงหนัง
บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์ชั้นนำ จับมือ TABLE 38 Patisserie (เทเบิ้ล 38 พาทิสเซอร์รี) ในเครือร้านอาหารเชฟส์ เทเบิล ชื่อดังของไทย เอาใจคนรักเบเกอรี่...
Read More
0 replies on “ไข่ไก่สหรัฐฯ แพงจัดจากไข้หวัดนก ไทยต้องระวังการนำเข้าสัตว์ปีก”