‘รมช.มนัญญา’ ผลักดันสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์การเกษตรอย่างใกล้ชิด เพิ่มขีดความสามารถการส่งออกผลผลิตของเกษตรกร แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด สร้างความเข้มแข็งทุกหวัด

16 มกราคม 2566-นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การพัฒนาศักยภาพผู้บริหารเพื่อการบริหารงานสำนักงานสหกรณ์จังหวัด” รวมถึงมอบนโยบายด้านการเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์” ให้กับสหกรณ์จังหวัด และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยมี นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ เข้าร่วม

วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้พัฒนาองค์ความรู้ ทัศนคติ และเกิดความพร้อมสำหรับการบริหารงานส่งเสริมสหกรณ์ให้ประสบผลสัมฤทธิ์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นสหกรณ์จาก 29 จังหวัด จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 17 มกราคม 2566 ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ มหานาค กรุงเทพมหานคร ว่า

สหกรณ์จังหวัด เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการแนะนำ ส่งเสริม และพัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรโดยตรงในพื้นที่ เป็นผู้นำนโยบายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปสู่การปฏิบัติ เพื่อยกระดับสหกรณ์ให้มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ

จึงได้ฝากเน้นย้ำให้สหกรณ์จังหวัดกลับไปดูว่าจังหวัดของตนเองมีปริมาณผลผลิตแต่ละชนิดจำนวนเท่าไร รวมถึงปริมาณการส่งออกไปต่างประเทศ ว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไรบ้าง เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด อีกทั้งได้เน้นย้ำในการป้องกันการสวมสิทธิ์ผลไม้ เพราะผลไม้ไทยได้ยอมรับจากทั่วโลกในเรื่องของคุณภาพ

“สหกรณ์เป็นหัวใจสำคัญ เพราะสมาชิกคือเกษตรกรของประเทศไทย ดังนั้นสหกรณ์จังหวัดต้องมีความรู้ แนะนำเกษตรกรได้ว่าควรปลูกอะไร และเกษตรกรเองต้องรักษาสิทธิ์ของตัวเองในการตรวจสอบสหกรณ์ สามารถสอบถามสถานการณ์การผลิตและการตลาดเพื่อให้เกษตรกรได้ประโยชน์สูงสุด

ซึ่งการพัฒนาอาชีพในแต่ละจังหวัดเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง และยั่งยืน สำหรับการแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร ได้มีการปรับปรุง แก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส โดยเฉพาะผู้ตรวจสอบบัญชีจะต้องมีเงินค้ำประกัน และมีประวัติที่ดี ซึ่งกฎระเบียบเหล่านี้ เพื่อประโยชน์ของสมาชิกสหกรณ์

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้พัฒนาการตรวจสอบบัญชีด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้สามารถตรวจสอบบัญชีแบบออนไลน์ได้ทันที ป้องกันการทุจริต จึงขอให้สหกรณ์จังหวัดช่วยกันผลักดันและดำเนินโครงการสำคัญให้สำเร็จผล เพื่อให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรสามารถช่วยเหลือสมาชิกให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผ่านโครงการต่าง ๆ

อาทิ โครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร โครงการซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ โครงการพัฒนาอาชีพสมาชิกสหกรณ์ โครงการตลาดนำการผลิต โครงการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาด้านหนี้สินของสมาชิก” รมช.มนัญญา กล่าว

สำหรับนโนบายสำคัญที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ดำเนินการขับเคลื่อนโดยใช้กลไกสหกรณ์เข้ามาช่วยดูแลความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพให้แก่เกษตรกร ซึ่งสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรถือเป็นองค์กรกรหลักของภาคการเกษตรในระดับพื้นที่ และเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญต่อการนำระบบสหกรณ์เป็นกลไกในการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ โดยคาดหวังว่าสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรจะเป็นองค์กรที่ช่วยส่งเสริมให้สมาชิกมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ กรมฯ ยังมีนโยบายเร่งดำเนินการฟื้นฟู พัฒนาสหกรณ์การเกษตรและสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน แก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับสมาชิกสหกรณ์ พัฒนาการดำเนินธุรกิจให้มีกำไร ส่งเสริมอาชีพสมาชิกโดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น กำกับดูแลการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ ตรวจการสหกรณ์โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมายสหกรณ์และกฎหมายอื่น มุ่งแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับสมาชิก เพิ่มเงินออม มีการให้สินเชื่อที่ดี

รวมทั้งยกระดับการดำเนินธุรกิจเพื่อมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาให้สมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร พัฒนาการดำเนินธุรกิจให้มีกำไร ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจเพื่อแก้ไขปัญหาสมาชิก รักษาฐานเดิมของลูกค้า ขยายผลการเชื่อมโยงสินค้าและผลิตภัณฑ์กับสหกรณ์ภาคการเกษตร

รวมทั้งเพิ่มคุณภาพในการจัดตั้งสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในด้านการส่งเสริมและพัฒนา ด้านกำกับดูแลสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์มีความเข้มแข็ง สามารถเป็นองค์กรหลักของภาคการเกษตรในระดับพื้นที่ และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมประเทศต่อไป

Written By
More from pp
สามารถ ย้ำ พรรคอนาคตไกล น่าจะมาช่วยแบ่งปันสัดส่วนคนรุ่นใหม่ได้ หลัง ครม เศรษฐา1 ไม่มี รมต อายุ น้อยกว่า 40 ปี
สามารถ ย้ำ พรรคอนาคตไกล น่าจะมาช่วยแบ่งปันสัดส่วนคนรุ่นใหม่ได้ หลัง ครม เศรษฐา1 ไม่มี รมต อายุ น้อยกว่า 40...
Read More
0 replies on “‘รมช.มนัญญา’ ผลักดันสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์การเกษตรอย่างใกล้ชิด เพิ่มขีดความสามารถการส่งออกผลผลิตของเกษตรกร แก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด สร้างความเข้มแข็งทุกหวัด”