“พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์” สส.ก้าวไกล แนะกองทัพเรือทำตัวเป็นกลาง ชี้แจงโดยไม่เหน็บแนมหรือโทษการเมืองได้ – จวกพูดถึงโควิดแต่ไม่เอ่ยวิกฤตเศรษฐกิจ

เมื่อสัปดาห์ก่อน ในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ฯ อันเป็นส่วนหนึ่งของ กมธ.พิจารณางบปรมาณปี 2564 ของสภาผู้แทนราษฎร กองทัพเรือได้เดินทางมาชี้แจงรายละเอียดโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3

ซึ่งอย่างที่ทราบกันดี มีการลงมติ 5 ต่อ 4 (ประธานใช้อำนาจชี้ขาด) ให้อนุมัติงบโครงการดังกล่าว

เรียกได้ว่าเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง และเป็นเหตุให้วันนี้ กองทัพเรือตั้งโต๊ะแถลงข่าวในหัวข้อ “เหตุผลความจำเป็นในการจัดหาเรือดำน้ำ” เพื่อโต้กระแสดังกล่าว

ทั้งนี้ มี 2 ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล เข้าร่วมฟังด้วย ได้แก่ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ และสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ

ตัวแทนกองทัพเรือ อาทิ เสนาธิการทหารเรือ, ปลัดบัญชีทหารเรือ, เจ้ากรมยุทธการทหารเรือ ฯลฯ ได้พาดพิงถึงการที่อนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ฯ บางรายนำข้อมูลที่ชี้แจงในชั้นกรรมาธิการอย่างไม่ครบถ้วนมาเสนอแก่ประชาชน พร้อมเผยว่า ตลอดมาประเด็นเรือดำน้ำมักถูกนำไปโยงกับการเมืองเสมอ วันนี้จึงต้องการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงเรือดำน้ำในฐานะอาวุธที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในปัจจุบัน ด้วยเหตุว่า ประเทศต่างๆ มีเรือดำน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากไทยไม่รีบซื้อจะตามไม่ทันและส่งผลให้ต่อรองทางทะเลได้ลำบาก

ทั้งนี้ มีการยืนยันว่า ข้อตกลงแบบ G2G ในการซื้อเรือดำน้ำกับจีนครั้งนี้เป็นของจริงแท้แน่นอน ไม่ใช่ MOU แต่อย่างใด ที่สำคัญ การชำระค่าเรือน้ำเป็นการผ่อนจ่ายปีละ 2,000-3,000 ล้านบาทต่อปี เป็นระยะเวลา 7 ปี ตั้งแต่ 2564 – 2571 ไม่ใช่ 22,500 ล้านบาทในปีเดียวแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการแถลง ตัวแทนของกองทัพเรือเชื่อว่า การนำเรื่องเรือดำน้ำมาเป็นประเด็นเป็นเพียงเกมการเมืองของนักการเมืองบางกลุ่มเท่านั้น

พร้อมย้ำว่า กองทัพเรือไม่ใช่เครื่องมือของนักการเมืองในการสร้างความเกลียดชังและความวุ่นวายในประเทศชาติ และได้อ้างถึงผลโพลจากเนชั่นทีวี ที่รายงานว่าประชาชนเห็นด้วยกับการซื้อเรือดำน้ำมากถึง 71%

หลังจบการแถลง ส.ส.พิจารณ์ได้ลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นและส่งคำถามไปยังตัวแทนกองทัพเรือ โดยเกริ่นนำว่า วันนี้ตนมาในฐานะพรรคการเมือง เห็นว่า ประเด็นที่บางพรรคออกมาชี้แจง จะถูกต้องหรือไม่อย่างไร ก็เป็นหน้าที่ของกองทัพเรือที่จะออกมาชี้แจงให้ประชาชนทราบอยู่แล้ว

และในฐานะที่ตนนั่งอยู่ในห้องอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ฯ ยืนยันว่านักการเมืองที่ออกมาแถลงข่าวได้แถลงตามเนื้อหาที่ได้รับจากการนำเสนอ เมื่อสักครู่มีสไลด์การนำเสนอที่ไม่เคยปรากฏในชั้นอนุกรรมาธิการ

“การชี้แจงข้อเท็จจริงโดยมีลักษณะคำพูดเหน็บแนม ลดทอนคุณค่า มิได้ทำให้กองทัพเรือได้รับคำนิยมชมชอบมากกว่าเดิมจากประชาชน”

ในส่วนของเนื้อหา นายพิจารณ์ตั้งข้อสังเกตว่าตัวแทนกองทัพเรือพูดคำว่าโควิดบ่อยครั้ง แต่ไม่มีการกล่าวถึงวิกฤตเศรษฐกิจในคำชี้แจงเลย ทุกวันนี้ สังคมพูดถึงการลำดับความสำคัญของการใช้งบประมาณ มีการพูดถึงว่า สมมุติอนุกรรมาธิการยกมือไม่ผ่านงบการจัดซื้อเรือดำน้ำ ก็อยู่ที่กองทัพเรือว่า จะอุทธรณ์หรือไม่ หากเลือกที่จะอุทธรณ์ก็จะขึ้นกับกรรมาธิการชุดใหญ่ในการมีมติเห็นชอบอย่างไร

“หากงบประมาณนี้ไม่ได้ใช้ เรียกว่า ในวันพุธนี้ มีการหยิบยกโครงการนี้ขึ้นมาพูดใหม่ หากที่ประชุมมีมติให้ 3,925 ล้านบาทนี้ เลื่อนไปก่อนในปีหน้า งบประมาณก็จะกลับสู่งบประมาณให้อนุกรรมาธิการทุกคณะนำมาตัดก้อนหนึ่งสำหรับโครงการต่างๆ หลายหน่วยงานก็จะอุทธรณ์ แปรญัตติของบเข้ามาใหม่”

สุดท้าย นายพิจารณ์ตั้งคำถามว่าหากเปรียบเทียบกองทัพเรือประเทศไทยกับมาเลเซีย ซึ่งทางตัวแทนกองทัพเรือยกมาว่า มาเลเซียมีถึง 2 ลำ เราจึงควรมีบ้าง ซึ่งหากพิจารณาอีกมุมหนึ่ง จะพบว่ากองทัพเรือมาเลเซียใช้งบประมาณรองรับบุคลากรทั้งหมด 15,000 นาย ในขณะที่ไทยนั้นสูงถึง 75,000 นาย ต่อปีไทยใช้งบถึง 2 หมื่นล้านบาท

“ท่านมีแนวทางที่จะจัดสรรงบประมาณที่ท่านมีอยู่อย่างจำกัดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยการลดงบประมาณบุคลากรที่สูงถึง 43% ของงบกองทัพเรือทั้งหมด หรือไม่? เพราะโดยเฉลี่ยหน่วยงานในประเทศไทยงบประมาณบุคลากรอยู่ที่ 26% เท่านั้น ถ้าหากลดงบประมาณในส่วนนี้ได้ ก็จะช่วยเพิ่มช่องว่างให้มีเงินในการจัดสรร เตรียมพร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการรบมากขึ้น”


Written By
More from pp
“OR” จับมือ “โอ้กะจู๋” มอบพลาสติกคลุมโรงเรือนแก่เกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน
นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR  และนายสุชาติ ระมาศ ผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร OR  ร่วมกับ นายชัดชาญ เอกชัยพัฒนกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร...
Read More
0 replies on ““พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์” สส.ก้าวไกล แนะกองทัพเรือทำตัวเป็นกลาง ชี้แจงโดยไม่เหน็บแนมหรือโทษการเมืองได้ – จวกพูดถึงโควิดแต่ไม่เอ่ยวิกฤตเศรษฐกิจ”