โฆษก ศบค. เผยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4 ราย อยู่ใน State Quarantine แจงยังต้องติดตามสถานการณ์ของโลกอย่างใกล้ชิด ย้ำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าอยู่เสมอ

⁰27 ก.ค. 63 เวลา 11.30 น. ณ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.

แถลงสถานการณ์ประจำวัน และมาตรการในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4 ราย มาจาก State Quarantine หรือสถานที่กักกันของรัฐจัดให้ทั้งหมด ทำให้มีผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมอยู่ที่ 3,295 ราย (ติดเชื้อในประเทศ 2,444 ราย และมาจากสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 358 ราย) รักษาหายป่วยเพิ่มขึ้น 2 ราย รวมรักษาหายป่วยแล้ว 3,111 ราย รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 126 ราย และไม่มีเสียชีวิตเพิ่มตัวเลขยังคงที่ 58 ราย เช่นเดิม

สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4 ราย เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา 3 ราย โดยรายแรกเป็นนักท่องเที่ยวหญิงไทย อายุ 44 ปี เดินทางมาถึงไทยเมื่อ 20 กรกฎาคม 2563 เข้าพัก State Quarantine ที่จังหวัดชลบุรี ตรวจหาเชื้อวันที่ 25 กรกฎาคม ผลตรวจพบเชื้อ ไม่มีอาการ

และ 2 ราย เป็นนักศึกษาชายไทย อายุ 25 ปี และนักศึกษาหญิงไทย อายุ 21 ปี เดินทางมาถึงไทยเมื่อ 25 กรกฎาคม โดยผ่านการคัดกรอง ณ ด่านควบคุมโรค พบว่ามีอาการเข้าเกณฑ์ PUI  คือผู้ป่วยชาย มีอาการไข้และเจ็บคอ และผู้ป่วยหญิง มีอาการไข้และจมูกไม่ได้กลิ่นจึงตรวจหาเชื้อใหม่ในวันที่ 25 กรกฎาคม ผลตรวจพบเชื้อ

และอีก 1 ราย เดินทางมาจากไต้หวัน เป็นชายไทย อายุ 30 ปี อาชีพนักงานโรงงาน เดินทางมาถึงไทยเมื่อ 21 กรกฎาคม เข้าพัก State Quarantine ที่กรุงเทพฯ  และตรวจพบเชื้อวันที่ 25 กรกฎาค

สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของโลก พบผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมอยู่ที่ 16,000,000 กว่าราย โดยสหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมสูงสุดเป็นอันดับที่ 1 รองลงมาคือ บราซิล อินเดีย รัสเซีย และแอฟริกาใต้ ตามลำดับ

ส่วนประเทศไทยขณะนี้ลงมาอยู่ลำดับที่ 106 ของโลกแล้ว อย่างไรก็ตามยังต้องมีการติดตามสถานการณ์การติดเชื้อของ 5 อับแรกของโลกอย่างใกล้ชิด เพราะขณะนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และต้องมีการติดตามสถานการณ์ว่าเมื่อไรตัวเลขเหล่านั้นจะคงที่หรือค่อย ๆ ลดลง ซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกถึงทิศทางและแนวโน้มที่ดีขึ้นของสถานการณ์การระแพร่บาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทั่วโลก

สำหรับสถานการณ์ในประเทศเอเชียยังพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น และเวียดนาม

ทั้งนี้ มีข้อสังเกตกรณีที่เกิดขึ้นในเวียดนามซึ่งมีการรายงานปลอดเชื้อมาโดยตลอดและตัวเลข 0 ราย เช่นเดียวกันไทย แต่เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 63 พบมีผู้เชื้อเพิ่ม 1 ราย และวันที่ 26 กรกฎาคม 63 มีรายงานตรวจพบมีผู้ติดเชื้ออีก 3 ราย ซึ่งมีรายงานว่าเวียดนามคุมโควิดเข้ม หลังพบผู้ติดเชื้อล่าสุดอีก 3 ราย โดยออกมาตรการงดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในดานังเป็นเวลา 14 วัน รวมทั้งการรณรงค์สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างและยกเลิกการจัดงานต่าง ๆ ในทันที เพราะฉะนั้นการที่ไม่พบผู้ติดเชื้อไม่ได้หมายว่าจะไม่มีผู้ติดเชื้อเกิดอีก

รวมถึงในประเทศไทยเช่นกัน จึงขอให้ทุกคนต้องพยายามช่วยกันให้รับกับสถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านั้นได้ โดยเฉพาะขณะนี้มีบางประเทศได้เกิดการติดเชื้อขึ้นมาระลอก 2 แล้ว คือ ฮ่องกง ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อิสราเอล และโครเอเชีย เป็นต้น

ดังนั้น ขอย้ำให้ประชาชนใส่หน้ากากอนามัยและหน้ากากผ้าอยู่เสมอเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากโควิด-19 โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวสัปดาห์นี้ที่ออกไปข้างนอกหรือเดินทางไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ


ด้านการใช้มาตรการผ่อนคลายในรถโดยสารสาธารณะ ช่วงระหว่างวันหยุดยาว ทางกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม รายงานต่อที่ประชุม ศบค. เช้านี้ว่ามาตรการต่าง ๆ ได้รับความร่วมมือจากทางผู้ประกอบการและทางขนส่งของทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นอย่างดี ในทุก ๆ กระบวนการ ส่วนการกำกับดูแลจะมีผู้กำกับประเมินที่สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดเช็คพ้อยท์ 99 จุดกระจายไป ตลอด 24 ชั่วโมง ดูในเรื่องของการปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ จากการประเมินผลช่วงวันที่ 28 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม 63

รายงานว่ามีการใส่หน้ากากผ้า หน้ากากอนามัยร้อยละ 99.7 เจลแอลกอฮอล์ร้อยละ 98.22 การเว้นระยะห่างร้อยละ 99.97 QR Code ร้อยละ 98.74 โดยขอความร่วมมือจากภาคประชาชนคนทั่วไป ผู้ใช้บริการ ได้ช่วยเป็นผู้ประเมินด้วย เพื่อจะได้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

โฆษก ศบค. กล่าวถึงแนวทางการผ่อนคลายมาตรการของสถานศึกษา หลังเปิดสถานศึกษามา 1 เดือน ว่า ศบค. ชุดเล็กมอบหมายให้กรมควบคุมโรคร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการประเมินทิศทางที่ผ่านมาตลอด 1 เดือน ยังไม่พบการติดเชื้อในกลุ่มนี้

จากข้อมูล เด็กเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงการติดเชื้อค่อนข้างต่ำ ในประเทศมีเพียงแค่ร้อยละ 1-6 ช่วงอายุ 0 – 9 ปี พบเพียงแค่ร้อยละ 1.9 หรือ 62 ราย ตั้งแต่เริ่มมีการติดเชื้อมา อายุ 10-19 ปี มี 126 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.87 และไม่เคยมีรายงานพบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนเลย

ปัจจุบันมี 4,528 โรงเรียน ที่ต้องใช้วิธีการสลับเวลาเรียน สลับวันเรียน เนื่องจากสถานที่คับแคบและเด็กมีจำนวนมากกว่าห้องเรียน มีผลกระทบต่อการเรียนรู้ของเด็ก ขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การเหลื่อมล้ำทางการเข้าถึงทรัพยากร และผลกระทบด้านโภชนาการ

จึงมีการประชุมร่วมกันของ สธ. และ ศธ. ถึงข้อพิจารณาการผ่อนคลายนี้ให้นักเรียนไปเรียนได้ตามปกติ โดยมีมาตรการเสริม มีการกำกับโดยสถานศึกษาและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ ผ่านการดูแลจากแต่ละหน่วยงานเป็นลำดับ สอดคล้องกับเรื่องประเด็นที่ 3 มีกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุขเข้าไปดูการตรวจประเมินและติดตามผลหลังการเปิดภาคเรียน

และแนวปฏิบัติของสถานการณ์การเสี่ยงต่อการติดโรคในมาตรการผ่อนคลายของสถานศึกษา พบว่าสถานศึกษามีมาตรการความปลอดภัยจากการลดการแพร่เชื้อโรคถึงร้อยละ 99.47 มีไม่ครบเพียงแค่ 0.53 หรือ 132 แห่ง ก็ได้มีการชี้แนะให้ปรับปรุงให้ครบ จากโรงเรียน 25,140 แห่งที่เข้าไปสำรวจ พบรายงานเด็กป่วยอยู่ที่ 687 คน มีรายงานป่วยเป็นไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ แต่ไม่ใช่โควิด-19  ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

มาตรการนี้มีมาพร้อมกับเรื่องของการสวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัยทำให้พบเด็กป่วยน้อยลง โรงเรียนส่วนใหญ่ร้อยละ 96 มีแผนรองรับ ไม่มีเพียงร้อยละ 3.75 เท่านั้นที่จำเป็นต้องเข้าไปแนะนำเพิ่มเติม ซึ่ง ศบค. ได้นำข้อมูลต่าง ๆ มาพิจารณาอย่างละเอียด เพื่อการผ่อนคลายมาตรการให้เกิดผลกระทบต่อเด็กนักเรียนให้น้อยที่สุด การเรียนการสอนต้องไม่สะดุดและการควบคุมโรคเป็นไปได้ด้วยดี

โฆษก ศบค. ยังรายงานมาตรการนำคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศวันนี้รวม 725 ราย และวันพรุ่งนี้ 331 ราย พร้อมมีผู้เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยผ่านจุดผ่านแดนทางบกจำนวน 45 ราย โดยยอดรวมผู้เดินทางเข้าประเทศที่เข้าสู่สถานกักกันที่รัฐจัดให้ (State Quarantine และ Local Quarantine) ตั้งแต่ 3 เมษายน – 26 กรกฎาคม มีจำนวน 65,835 ราย กลับบ้านแล้ว 56,443 ราย พบผู้ติดเชื้อจากสถานกักกันที่รัฐจัดให้จำนวนสะสม 358 ราย ซึ่งรักษาหายและกลับบ้านได้แล้ว 232 ราย

ทั้งนี้ ได้มีการหารือถึง Organization Quarantine (OQ) สำหรับกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย จะต้องมีความพร้อมของสถานที่และมีมาตรการทางสาธารณสุขที่รัดกุมเช่นเดียวกับ SQ และ LQ อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานจะเร่งดำเนินการจัดหาสถานที่ที่เหมาะสม และไม่ให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป สำหรับยอดสะสมการใช้งาน www.ไทยชนะ.com มีผู้ใช้งาน 39,062,116 คน ร้านค้าลงทะเบียน 279,980 ร้าน เช็คอิน/เช็คเอาท์ผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะอยู่ที่ร้อยละ 95.6

Written By
More from pp
Naked Skin โดย แมท ภีรนีย์ เปิดตัวสกินแคร์น้องใหม่ ‘Pineapple Jam Facial Cleanser’ ครั้งแรก! ของคลีนเซอร์เนื้อแยมสับปะรด เพื่อผิวกระจ่างใสจากธรรมชาติ
Naked Skin โดย แมท ภีรนีย์ เปิดตัวสกินแคร์น้องใหม่ ‘Pineapple Jam Facial Cleanser’ ครั้งแรก! ของคลีนเซอร์เนื้อแยมสับปะรด เพื่อผิวกระจ่างใสจากธรรมชาติ เปิดตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใครบนช้อปปี้ พร้อมอัดโปรฉลองมหกรรม Shopee...
Read More
0 replies on “โฆษก ศบค. เผยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4 ราย อยู่ใน State Quarantine แจงยังต้องติดตามสถานการณ์ของโลกอย่างใกล้ชิด ย้ำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าอยู่เสมอ”