19 ตุลาคม 2569 – เมื่อเวลา 10.15 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าว “เปิดปฏิบัติการปราบนอมินี บังคับจำหน่ายและตรวจสอบการถือครองที่ดินกลุ่มเสี่ยง ปกป้องผลประโยชน์ชาติ” โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายสมชาย ลีหล้าน้อย อธิบดีกรมที่ดิน พร้อมด้วยข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี และมีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด เข้าร่วมรับฟังผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
นายกฯ กล่าวว่า การเปิดปฏิบัติการปราบนอมินีการถือครองที่ดินในวันนี้เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของรัฐบาลอย่างชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างจริงจังกับการถือครองที่ดินของบุคคลต่างด้าวโดยมิชอบที่หลีกเลี่ยงกฎหมายไทย การปราบปรามนอมินีที่ดินเป็นสิ่งสำคัญของประเทศ การถือครอง และการใช้ประโยชน์ต้องเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นธรรม และไม่เปิดช่องให้มีการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพราะปัญหานี้ไม่เพียงกระทบต่อความเป็นธรรมในการใช้ทรัพยากรของประเทศ แต่ยังกระทบต่อความมั่นคงและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการบังคับใช้กฎหมายของรัฐ
ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันปราบทุนเทา ธุรกิจผิดกฎหมาย และเครือข่ายนอมินี ตนในนามรัฐบาลขอแสดงความชื่นชมต่อความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานทั้งหลาย หน่วยงานที่มาร่วมงานและมีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดี (ดีเอสไอ) รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่บูรณาการร่วมกันทำให้เกิดผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้นอร์มินีเหล่านี้ไม่สามารถเอาเปรียบประชาชนคนไทยได้
นายอนุทิน กล่าวว่า การตรวจสอบจะต้องไม่หยุดแค่ตรวจชื่อผู้ถือครองบนหลังโฉนดหรือชื่อผู้ถือหุ้นในใบหุ้นเท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบให้ถึงผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลังการควบคุมรับประโยชน์ที่แท้จริง ตลอดจนตรวจสอบเส้นทางทรัพย์สินและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการกับจับผู้กระทำผิดและขยายผลถึงเครือข่ายได้อย่างตรงจุดครบถ้วนตามกฎหมาย รัฐบาลยืนยันว่าประเทศไทยยังยินดีต้อนรับ และสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศที่มาด้วยความสุจริตโปร่งใสปฏิบัติตามกฏหมายไทย เคารพสิทธิประชาชนคนไทย รวมถึงการถือครองสิทธิในที่ดินที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ส่งเสริมการลงทุน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น การดำเนินงานครั้งนี้ต้องตั้งบนหลักสำคัญคือจริงจังกับผู้กระทำผิด และเป็นธรรมกับผู้ปฏิบัติที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบบุคคลหรือนิติบุคคล การที่อธิบดีกรมที่ดินรายงานปฏิบัติการ Land Action โดยการกำกับดูแลของ นายพลพีร์ ซึ่งความสำเร็จจะไม่ได้วัดเฉพาะที่ตรวจพบเท่านั้น แต่จะวัดจากการได้ข้อยุติ และการใช้กฎหมายให้เกิดผลอย่างแท้จริง
นายกฯ กล่าวว่า ขอให้มีการบูรณาการทำงานร่วมกันไม่ใช่เฉพาะภายในกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น ขอให้ขยายผลขอข้อมูลนิติบุคคล ผู้ถือหุ้น แหล่งเงินทุน การถือครองที่ดิน การใช้ประโยชน์ที่ดิน ตลอดจนเส้นทางการเงิน และผู้ที่ได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริง ความร่วมมือนี้ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว แต่จะเห็นได้ว่ายังมีเรื่องการตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่นที่ได้จากการร่วมมือนี้จนสามารถดำเนินการกับผู้ที่กระทำการไม่สุจริตได้ด้วยความรวดเร็ว
ในส่วนของกรมที่ดินต้องดูเรื่องการถือครอง และการจำหน่ายที่ดิน พร้อมประสานสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน การขับเคลื่อนตั้งแต่วันนี้ทางรัฐบาลจึงขอให้ดำเนินการ 3 ประการ คือ
1.ให้เร่งตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงเพื่อให้ได้ข้อยุติเป็นรายกรณี โดยกรมที่ดินและผู้ว่าราชการจังหวัดจะจัดลำดับความสำคัญในการตรวจสอบ พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบ ขั้นตอนดำเนินงาน และกรอบเวลาให้ชัดเจน หากพบความเชื่อมโยงเครือข่ายจะต้องส่งต่อหรือขยายผลไปยังหน่วยงานอื่นๆ ที่มีอำนาจโดยไม่ชักช้า ซึ่งการตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงขอให้ตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 ถ้าขยายผลได้เรื่อยๆ จะทำให้สามารถเพิกถอนสิทธิต่างๆของผู้กระทำผิดกฎหมายต่างชาติที่เข้ามาใช้ประโยชน์เอาเปรียบคนไทย ซึ่งเราได้ดำเนินการไปแล้วโดยรัฐบาลชุดนี้ได้ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการเนรเทศผู้กระทำผิดหรือผู้ไม่พึงประสงค์ไม่ให้อยู่ในประเทศ รวมถึงการเพิกถอนสัญชาติสำหรับคนต่างชาติที่เข้ามามีพฤติกรรมไม่เคารพคนไทย ไม่เคารพกฎหมายไทย และยังดำเนินการในธุรกิจต่างๆที่เป็นการฟอกเงินและเลี่ยงภาษี
2.การดำเนินการบังคับจำหน่ายที่ดิน และติดตามให้เกิดผลจริงในการตรวจสอบ หากพบว่ามีการถือครองที่ดินโดยมิชอบ เมื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้วต้องตรวจสอบการรับโอน และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้เปลี่ยนนอมินีจากรายหนึ่งสู่รายหนึ่ง ทำให้ปัญหาวนเวียนอยู่เช่นนี้
และ 3.การปิดช่องปิดโอกาสนอมินีรายใหม่ และสร้างระบบการป้องกันระยะยาว โดยทุกหน่วยงานจะนำข้อค้นพบจากการปฏิบัติการครั้งนี้มาปรับปรุงระบบเฝ้าระวังทั้งก่อนและหลังการจดทะเบียนสิทธิหรือนิติกรรม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น และพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การถือครองที่ดินแทนของคนต่างด้าว พร้อมศึกษาหลักเกณฑ์ให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าใจ เปิดช่องทางรับเบาะแสที่เข้าถึงได้ และเผยแพร่ผลการดำเนินงานในภาพรวมอย่างสม่ำเสมอ โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้ที่เกี่ยวข้องและข้อมูลไม่กระทบต่อรูปคดี
นายกฯ กล่าวว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด ได้นำข้อสั่งการนี้ไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่โดยทันที ย้ำว่ารัฐบาลมุ่งมั่นดำเนินการอย่างจริงจังบนหลักธรรมมาภิบาล โปร่งใส เป็นธรรม และยึดกฎหมาย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ประเทศ รักษาความเชื่อมั่นของประชาชน และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ นักลงทุนที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต และเคารพกฎหมาย โดยใช้แนวทางปิดชื่อถือพฤติกรรม ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลได้ยึดถือ และมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆเข้าไปดำเนินการคนที่กระทำในเรื่องนี้ คนที่เข้าไปดำเนินการในเรื่องนี้ได้ส่วนใหญ่เป็น somebody ไม่ใช่คนทั่วไป มีอิทธิพลบ้าง แต่ไม่มีอิทธิพลใดที่จะเหนือจากอิทธิพลของรัฐบาล อิทธิพลของเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานของรัฐบาลไทย ซึ่งเราดำเนินการภายใต้กฎหมาย ไม่ต้องไปกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ความชัดเจน
“แนวทางปิดชื่อถือพฤติกรรมเป็นการลดโรคความจำเสื่อม ของคนที่ชอบถามว่ารู้ไหมผมเป็นใคร ผมไม่รู้หรอกครับ รู้อย่างเดียว ถ้าทำผิดกฎหมายผมดำเนินการ เปิดชื่อมาเป็นใครรัฐบาลก็ดำเนินการ ผมและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแม้กระทั่งผู้บริหารหน่วยงานท่านตอบสนองเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี และได้แก้ไขปัญหาโรคความความจำเสื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง และไม่ใช่เรื่องนี้เพียงเรื่องเดียว ทุกเรื่องที่นำความวิตกกังวลและเสื่อมเสียมาให้ระบบราชการไทย มาให้พี่น้องประชาชนวิตกกังวล ท่านทั้งหลายใช้แนวทางนี้ด้วยความมั่นใจว่ารัฐบาลอยู่กับพวกท่านตลอดเวลา เป็นแบ็กให้พวกท่านในการดำเนินการในทุกเรื่อง ทำให้ดำเนินการยึดทรัพย์ ดำเนินคดี เพื่อไม่ให้ทั้งเรื่องยาเสพติด ทุนเทา นอมินี สแกมเมอร์หรือเรื่องทุจริตต่างๆเกิดขึ้น ” นายกฯ ระบุ
นายอนุทิน กล่าวว่า บางคนถามว่าทำไมนายกฯ ต้องมารู้เรื่องนี้เยอะแยะ ทำไมต้องเรียกประชุม ต้องลงไปในพื้นที่ด้วยกัน ตนไม่ได้เป็นนายกฯ อย่างเดียวแต่เป็น มท.1 ด้วย บางครั้งต้องลงไปทำงานแบบศีรษะชนศีรษะกับท่าน เพื่อคลายกังวลให้กับประชาชนได้เร็วที่สุด และผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัด ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำด้วยกันทั้งปราบยาเสพติด บ่อนการพนัน สถานบันเทิงผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ สิ่งเหล่านี้ยังต้องเข้าไปดำเนินการอย่างต่อเนื่องกับคนที่ไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง เรื่องนี้คนบางคนถูกจับ3-4 ครั้ง ถ้าสำเร็จสักครั้งก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
ทั้งนี้ ขอให้มั่นใจว่าสิ่งที่ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่จะได้รับการปกป้องรักษาอย่างเต็มที่จากรัฐบาล ไม่มีใครจะมาทำให้ท่านได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ท่านได้ดำเนินการภายใต้แนวทางภายใต้ข้อสั่งการภายใต้ข้อกฎหมาย ตนขอให้คำยืนยันว่าท่านจะมีความปลอดภัยจากการดำเนินการทุกสิ่ง ตรงกันข้ามถ้าใครมาทำให้ท่านเดือดร้อนคนนั้นจะเดือดร้อนแทน ตนขอให้ความมั่นใจเราจะได้ทำงานด้วยกันด้วยความมุ่งมั่น ถ้าเร่งบังคับขายที่ดินได้ก็จะมีเงินหมุนเวียนเข้ามาหลักหมื่นกว่าล้านบาท การทำให้เกิดความชัดเจน และเกิดความเป็นธรรมให้กับคนไทยถือเป็นเป้าหมายที่เราต้องรับใช้พวกท่านอย่างเต็มที่ ขอให้ภารกิจสัมฤทธิ์ผลทุกประการ.
