เปลว สีเงิน
เมื่อวาน…
เห็นข่าว “ครม.รับทราบคำสั่งสำนักนายกฯ”
“ยกเลิกให้ ‘พิพัฒน์’ กำกับ ‘อีอีซี’!”
นอกจากยกเลิกกำกับ EEC แล้ว ยังให้ยกเลิกตำแหน่ง “ประธานบอร์ด” ด้วย!
พวก “ข่าวเสี้ยม” ฟันธงฉับ เกิด “เกาเหลาหม้อไฟ” ขึ้นแล้ว
ระหว่างนายกฯ อนุทินกับ “นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และรัฐมนตรีคมนาคม!?
ตีความอย่างนี้…ง่ายดี แถมขายได้ เพราะคนไทยชอบกาก
แต่ผมกลับมองไปถึงเรื่องที่นายกฯ แถลงหลายวันก่อน ว่าจะวางรากฐานอนาคตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมประเทศให้เป็น
“ศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์ในอาเซียนและเอเชีย” ภายใน ๑๐-๒๐ ปีข้างหน้า
ผลิตชิป “Made in Thailand”!
ฟังที่นายกฯ ประกาศ และเห็นข่าว นายกฯ ยกเลิกคำสั่งให้นายพิพัฒน์กำกับงาน EEC ทั้งยกเลิกตำแหน่ง “ประธานบอร์ด”
ก็เข้าใจได้ทันที ว่า….
เรื่อง “อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ” นั้น
นายกฯ “เอาจริง” แฮะ!?
นอกจากเอาจริงแล้ว ยังกระโดดลงมากำกับ EEC และเป็นประธานบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์ด้วย
เพราะการลงมากำกับเอง จะทำให้ “ปัญหาต่างวิสัยทัศน์” ระหว่าง BOI กับ สำนักงาน EEC ที่มีมาตลอด สรุปจบได้เร็วขึ้น!
การตั้งบอร์ด Semiconductor ผลิตชิป “Made in Thailand” นั้น พูดได้ว่า
นี่คือการสร้างเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเป็น “บุญใหม่” สำหรับอนาคตชาติ หลังจากที่ “กินบุญเก่า” ยุคโชติช่วงชัชวาล
“สมัยป๋าเปรม” หมดไปนานแล้ว!
อุตสาหกรรม “เซมิคอนดักเตอร์”
ที่เรียกกันว่า “ชิป” นั้น เป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีนวัตกรรม เรียกว่าสากกะเบือยันเรือรบ ทั้งในโลก-นอกโลก
จากศตวรรษที่ ๒๐ ถึง ศตวรรษที่ ๒๑ และเรื่อยไป
ทุกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในวงจรชีวิตมนุษย์ ต้องใช้ “ชิป” ทั้งนั้น
ขาดชิป..ก็ชิบ..เท่านั้น!
รัฐบาลภูมิใจไทย โดยนายกฯ อนุทิน จะเติมเต็ม EEC ด้วย “อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง”
ที่ประทับตรา “Made in Thailand” ส่งไปทั่วโลก!
ฟังดูเป็นเรื่องยาก หรือพูดให้เต็มปากว่า “ฝันเกินตัว” ก็ไม่ผิด เพราะไทยไม่มีหน่อ-ไม่มีแนวในด้านนี้เลย
ก็จะเป็นจริง….
ถ้ารัฐบาลภูมิใจไทย ไม่มีรองนายกฯ และรัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จากพรรคเพื่อไทย
ที่ชื่อ “ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์”
ร่วมขับเคลื่อนโครงการให้ไทยเป็น “ศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์แห่งอาเซียนและเอเชีย”
เพราะก่อนจะสร้างเป็นฮับเซมิคอนดักเตอร์ได้ ต้องสร้างคนก่อน การสร้างคน เป็นหน้าที่ของเจ้ากระทรวง อว.
และตอนนี้ รัฐมนตรี อว.ยกคณะไปอยู่เนเธอร์แลนด์โน่นแล้ว
ท่านไปทำไม มีคำตอบ
…………………………………
Yodchanan Wongsawat – ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
โจทย์ใหม่ ‘เซมิคอนดักเตอร์’ เปลี่ยนไทยจาก “ผู้ซื้อ” เป็น “ผู้ร่วมพัฒนา”
สัปดาห์นี้ ผมและคณะผู้บริหารกระทรวง อว.เดินทางมาเยือน “เนเธอร์แลนด์” และ “เบลเยียม” ครับ
หลายท่านอาจตั้งคำถามว่า “ทำไมหมุดหมายของเราในครั้งนี้ ถึงต้องเป็นที่นี่?
คำตอบคือ “เซมิคอนดักเตอร์” ครับ!
เพราะอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของไทยทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น Wellness, เกษตรแม่นยำขั้นสูง, EV หรืออิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ล้วนขับเคลื่อนด้วยชิปทั้งสิ้น
และเนเธอร์แลนด์คือ “ผู้นำโลกตัวจริง” ในอุตสาหกรรมนี้
โดยเฉพาะการเป็นที่ตั้งของบริษัท ASML
ผู้ผลิตเครื่อง EUV (Extreme Ultraviolet) lithography เพียงรายเดียวในโลก
เครื่องจักรนี้ คือขุมพลังสำคัญในการ “ผลิตชิปที่ล้ำสมัย” ที่สุด และครองส่วนแบ่งตลาดโลกถึง 90%
พูดง่ายๆ คือ ถ้าไม่มีเครื่องจักรของ ASML การผลิตชิปขั้นสูงของโลกก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยครับ
การเดินทางครั้งนี้ ถือเป็นคณะผู้แทนระดับสูงของไทยที่เยือนเนเธอร์แลนด์ในรอบกว่า 10 ปี
ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นและความจริงจังของเรา เป้าหมายคือการเดินหน้าเจรจากับ Key Players ในวงการนี้
เพื่อสร้างความพร้อมให้กับประเทศใน 2 ประเด็นหลักครับ
1.ปั้น Human Capital ระดับโลก
ได้หารือกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไอนด์โฮเวน (TU/e) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลาง Brainport Eindhoven ภูมิภาคนวัตกรรมที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป
TU/e มีความโดดเด่นเรื่องการเรียนแบบ Challenge-Based Learning ที่ดึงนักศึกษามาแก้โจทย์จริงของภาคอุตสาหกรรม
ปัจจุบันมีเด็กไทยคนเก่งของเรา 6 คน เข้าร่วมโครงการ Semicon Summer School อยู่ด้วยครับ
และข่าวดี คือ เราได้เจรจาขยายโอกาสให้นักศึกษาและบุคลากรไทย ได้เข้าร่วมหลักสูตรนี้มากขึ้นในอนาคต
เพื่อเตรียมบุคลากรให้พร้อมรับมือกับเทคโนโลยีขั้นสูง
2.ดึงซัพพลายเชนและ FDI สู่ไทย
เราได้เจรจากับผู้แทนของ ASML เพื่อหารือถึงแผนการขยายห่วงโซ่อุปทาน (Supply chain) มายังประเทศไทย
ผมได้นำเสนอจุดแข็งของไทย ทั้งการเป็นฐานการผลิตยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่
ทำเล “ศูนย์กลางอาเซียน” ที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคน และความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์
พร้อมเสนอโมเดล 4 ความร่วมมือ
ทั้งการถ่ายทอดและปรับใช้เทคโนโลยี (Technology Localization) สำหรับไทยและอาเซียน
การวิจัยร่วม พร้อมสิทธิประโยชน์การลงทุนจาก BOI
การร่วมทุน (Joint Venture) ผ่านการจับคู่ธุรกิจ
การเตรียมกำลังคนให้พร้อมรองรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)
“เซมิคอนดักเตอร์” คือรากฐานสำคัญที่เราต้องเร่งสร้างทั้งโครงสร้างพื้นฐานและกำลังคนตั้งแต่วันนี้
เพื่อเปลี่ยนประเทศจาก “ผู้ซื้อ” ไปสู่ “ผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีในเวทีโลก”
ซึ่งนี่คือการสร้าง New Growth Engine ตัวใหม่ขับเคลื่อนประเทศ ตามที่เราได้ให้สัญญาไว้กับพี่น้องประชาชน ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานครับ
ยังมีอีกหลายภารกิจครับ จะทยอยอัพเดทผ่านทางช่องทางนี้เรื่อยๆ นะครับ
…………………………………….
เพื่อให้มองเห็นความเป็นไปได้ในเศรษฐกิจอุตสาหกรรมสู่อนาคตใหม่ของไทย จะนำโพสต์ที่ ๒ ของท่านรองนายกฯ และรัฐมนตรี อว.“ยศชนัน” มาลงต่อเนื่อง ดังนี้
“Yodchanan Wongsawat – ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์”
อีกหนึ่งภารกิจในการเดินทางรอบนี้ ผมและทีมกระทรวง อว. มาร่วมเป็นสักขีพยานในก้าวสำคัญของการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้กับประเทศไทย ที่เนเธอร์แลนด์ครับ
เราได้ลงนามความร่วมมือ กับ University of Twente มหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำระดับโลก ที่โดดเด่นมากด้านนาโนเทคโนโลยีและเทคโนโลยีโฟโตนิกส์
เพื่อให้เกิดการทำงานจริงอย่างรวดเร็ว ได้มอบหมายให้ “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร” (MUT) รับไม้ต่อ
เป็น “หน่วยปฏิบัติการหลัก” ในการขับเคลื่อนงานร่วมกับเนเธอร์แลนด์แบบไร้รอยต่อ
โดยจะลุยงานทันทีใน 3 แกนหลักครับ
1.การพัฒนากำลังคน
เราจะไม่ทำแค่หลักสูตรปกติ แต่จะลุยทำ Sandbox แลกเปลี่ยนนักศึกษา ทำวิจัยระดับปริญญาร่วมกัน และจัด Upskill/Reskill ป้อนภาคอุตสาหกรรมโดยตรง
2.การวิจัยมุ่งเป้า
โฟกัส 3 เทคโนโลยีที่เรามีศักยภาพและสู้ในตลาดโลกได้ คือ เทคโนโลยีแสง และวงจรรวมแสง (Photonics),
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทนความร้อน/พลังงานสูง และไบโอเซนเซอร์ (Lab-on-chip) สำหรับการแพทย์
3.การสร้างระบบนิเวศ
ตั้ง Joint Lab ดึงทุนวิจัยร่วม และเชื่อมต่อกับภาคธุรกิจ เพื่อให้งานวิจัยถูกนำไปใช้จริงเชิงพาณิชย์
เป้าหมายของเราชัดเจนครับ…
ตามแผนพัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์ระยะที่ 1 (ปี 2569-2573) เราตั้งเป้าผลิตกำลังคนทักษะสูงให้ได้ 84,900 คน และนักวิจัยอีก 1,780 คน
เพื่ออุดช่องโหว่ความต้องการของตลาดที่พุ่งสูงกว่า 226,000 ตำแหน่ง
การลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานมหาศาล….
จะไม่มีความหมายเลย
หากเราขาด “รากฐาน” ที่สำคัญที่สุด นั่นคือ วิศวกร นักวิจัย และช่างเทคนิคที่มีฝีมือ
และก้าวนี้คือการตอกย้ำว่า “เราเอาจริงกับการสร้างคน” เพื่อดันให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เป็น….
‘New Growth Engine’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศไทยครับ!
………………………………………
เอ้า…ทีนี้ มาดูว่าใครบ้างเป็นบอร์ดนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ”
นายกฯ อนุทิน ประธานบอร์ด
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองประธาน
กรรมการประกอบด้วย….
-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ
-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ
-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
-ปลัดกระทรวงการคลัง
-เลขาฯ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ
-ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์
ในส่วนภาคเอกชนและผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
-นายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์
-นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์
-นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี และ
-นายอนุชิต อนุชิตานุกูล
โดยมี “นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์” เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นกรรมการและเลขานุการ
นี่คือการ “ลงเสาเอก” ต้นใหม่ให้ไทยพ้นจากคำว่า “จมปลักอยู่กับบุญเก่า” จนได้ชื่อว่าประเทศติดกับดักรายได้ปานกลางและล่างนิรันดร์”
ก็อยากบอกรัฐบาลนี้ว่า….
“เรื่องสวะให้เขาเย่อกันไป เรื่องใหญ่สาระประเทศจงทำ”
เปลว สีเงิน
๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๙

