ปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการรุกป่าแก่งกระจานทวีความเข้มข้น ล่าสุดอธิบดีกรมอุทยานฯ ขานรับนโยบาย “รมว.สุชาติ” สั่งยกระดับมาตรการขัดสุด เตรียมพิจารณายกเลิกสิทธิการทำกินในเขตอุทยานฯ ตามมาตรา 64 ทันที หากพบว่าผู้ได้รับสิทธิมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผาป่าหรือล่าสัตว์ป่า

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ภายใต้การสั่งการของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ที่ให้ปราบปรามอย่างเด็ดขาด ล่าสุด นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้นำกำลังเข้าปูพรมตรวจค้นพื้นที่บ้านแม่คะเมยบน และบ้านท่าเสลา จ.เพชรบุรี เพิ่มเติม 2 จุด
ผลจากการปฏิบัติงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของ นายเย็น (สงวนนามสกุล) ณ หมู่ 4 บ้านท่าเสลา ต.ยางน้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง ซึ่งเป็นผู้ครอบครองแปลงทำกินตามมาตรา 64 จำนวน 2 แปลง เนื้อที่รวม 29 ไร่ โดยผลการตรวจค้นพบหลักฐานการกระทำผิดหลายรายการ อาทิ ซากขนเม่น 20 เส้น แร้วดักสัตว์แบบสลิง และกับดักวงเดือน ซึ่งแม้ผู้ครอบครองจะอ้างว่าของกลางดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยึดมาจากเยาวชนในหมู่บ้าน แต่เจ้าหน้าที่ได้อายัดพยานหลักฐานทั้งหมดไว้ตรวจสอบอย่างละเอียด
นอกจากนี้ในพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าตรวจสอบบ้านพักอีกหนึ่งหลังที่ไม่ปรากฏเจ้าของ ซึ่งพบพยานหลักฐานสำคัญที่ชี้ชัดถึงการลักลอบล่าสัตว์ป่าอย่างรุนแรง ประกอบด้วย กระสุนปืนลูกซอง 7 นัด ตีนไก่ป่า 5 ชิ้น คลึงต่อไก่ กับดักวงเดือน และครืนดักนกจำนวนมาก จึงได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายอรรถพล ออส. เปิดเผยอีกว่า นอกจากการดำเนินคดีอาญาตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 แล้ว ตนได้สั่งการให้ตรวจสอบสิทธิการครอบครองที่ดินของผู้ต้องสงสัยทุกคนอย่างละเอียด
”หากตรวจสอบพบว่าผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ทำกินในเขตอุทยานฯ ตามมาตรา 64 เราจะพิจารณายกเลิกสิทธิในที่ดินทำกินทันที เพราะถือว่าทำผิดเงื่อนไขการอยู่อาศัยที่ต้องช่วยดูแลรักษาป่า ไม่ใช่กลายเป็นผู้ทำลายเสียเอง มาตรการนี้จะใช้ควบคู่ไปกับการดำเนินคดีเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป” นายอรรถพล กล่าว
สำหรับความคืบหน้ากรณีภาพชายสะพายปืนยาวจากกล้องดักถ่าย และกรณีการล่ากระทิง เจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบหลักฐานหัวกระสุนและข้อมูลประวัติบุคคลให้พนักงานสอบสวน สภ.ท้องที่ เพื่อเร่งออกหมายจับกลุ่มพรานที่เหลือแล้ว
การยกระดับมาตรการครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มผู้ที่อาศัยในเขตป่าอนุรักษ์ว่า หากยังมีการลักลอบเผาป่าหรือล่าสัตว์ นอกจากจะต้องรับโทษจำคุกและค่าปรับแล้ว อาจต้องสูญเสียที่ดินที่ใช้ทำกินเลี้ยงชีพไปโดยถาวรเนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดเงื่อนไขอย่างร้ายแรงและทำลายเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการช่วยเหลือราษฎรอย่างสิ้นเชิง ทั้งนี้ได้สั่งการให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สาขาเพชรบุรี) และอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เร่งขยายผลการสืบสวนหากพบว่าผู้ครอบครองที่ดินที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเอื้อให้เกิดการกระทำผิด กรมอุทยานฯ จะดำเนินการเสนอเพิกถอนสิทธิการเข้าทำกินในที่ดินแปลงดังกล่าวทันทีเพื่อยึดคืนพื้นที่ พร้อมทั้งดำเนินคดีอาญาอย่างถึงที่สุด.
