อเมริกัน “หมดน้ำยา” #เปลวสีเงิน

เปลว สีเงิน

“ความโลภ” ของมนุษย์จะมาพร้อมกับ “ความเห็นแก่ตัว” เสมอ!

ท่าน “มหาตมะ คานธี” เคยกระตุกสติไว้ว่า…

“โลกนี้ มีทรัพยากรเพียงพอสำหรับความต้องการของคนทุกคน แต่จะไม่เพียงพอเลย สำหรับความโลภของทุกคน”

ผมดูภาพโกลาหลของผู้คนในหลายๆ ประเทศที่ไปแย่งกันเติมและตุนน้ำมันตามปั๊ม

และสารพัดจะก่นด่า เมื่อพบว่าน้ำมันแห้งปั๊ม ก็อดนึกถึงคำที่ท่านมหาตมะ กล่าวไว้ไม่ได้

เรื่องน้ำมันนั้น ควรตั้งสติ “อยู่กับโลกเป็นจริง”

และบริหารระบบชีวิต, ระบบงาน โดยติดตามข่าวสารให้มากกว่า เอะอะก็หวังจะให้รัฐบาลเนรมิตมาให้ทุกเรื่อง!

“สงครามตะวันออกกลาง” ครั้งนี้ ไม่จบง่ายหรอกครับ

แม้ทรัมป์ “อยากจบ”

แต่ “มุจตาบา คาเมเนอี” ผู้สำสูงสุดอิหร่าน “ไม่ยอมจบด้วย”!

ก็จะยอมจบได้อย่างไร….

ในเมื่อ ทรัมป์ และเนทันยาฮู รวมหัวกันถล่มขีปนาวุธใส่บ้านของเขา จนพ่อ แม่ เมีย ลูก และพี่น้องของเขา “เสียชีวิต” ทั้งหมด

แม้ตัวเขาเอง ก็ยังบาดเจ็บ!

ทรัมป์และเนทันยาฮู ประเมินอิหร่านต่ำไป นึกว่าจะง่ายเหมือนเวเนซุเอลา เมื่อเจออิหร่านตอบโต้ชนิด “ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน”

ทรัมป์-เนทันยาฮู ก็ “ขี้ขึ้นสมอง” ไปเท่านั้น!

กูแหลก มึงก็ต้องแหลก อิสราเอลไม่เพียงแหลก ยังพลอยให้ประเทศในตะวันออกกลาง ที่ให้สหรัฐฯ ตั้งฐานทัพพลอยแหลกไปด้วย

เจอปิดช่องแคบฮอร์มุซเข้าไปอีก สหรัฐฯ ดีแต่เห่าข้างรั้ว ตัวเองไม่กล้าเข้าไป ก็เรียกกลุ่มนาโต กลุ่มยุโรป กระทั่งญี่ปุ่น

ให้เข้าไปเปิดช่องแคบฮอร์มุช!?

แต่ทุกประเทศส่ายหน้าหนี ไม่มีใครเอาด้วยกับเรื่องที่สหรัฐฯ กับยิวไประรานอิหร่านเขาก่อน แต่เอาเขาไม่ลง ก็มาเรียกพวกไปช่วย

“สหรัฐ-อิสราเอล” กลายเป็น “หมาหัวเน่า” ละตอนนี้ จะถอยก็เสียฟอร์ม จะบุกก็กลัวตาย ทรัมป์ได้แต่คุยโวว่า “ชนะแล้ว” ในขณะที่กลัวจนปัสสาวะราด

นี่…เมื่อวาน “มุจตาบา คาเมเนอี” แถลงการณ์ โดยผู้ประกาศนำมาอ่านออกอากาศทางโทรทัศน์รัฐบาล ว่า….

“เราจะไม่ละทิ้งการแก้แค้นให้กับเลือดของวีรชน โดยเฉพาะวีรชนแห่งมินาบ

ฐานทัพสหรัฐฯ ทั้งหมดในภูมิภาคนี้ ควรถูกปิดลงทันที และถ้าไม่ จะถูกโจมตี

ความสามัคคีในหมู่บุคคลและกลุ่มต่างๆ ของชาติ ซึ่งมักจะปรากฏชัดเจนที่สุดในยามยากลำบากนั้น จะต้องไม่ถูกทำลาย 

ความสามัคคีนี้ ……

จะเกิดขึ้นได้ โดยการมองข้าม “ความเห็นที่แตกต่าง” กัน

ไม่ว่ากรณีใด เราจะเรียกร้องค่าชดเชยจากศัตรู หากพวกเขาปฏิเสธ เราจะยึดทรัพย์สินของพวกเขาในขอบเขตที่เราเห็นว่าเหมาะสม

และหากเป็นไปไม่ได้ เราจะทำลายทรัพย์สินของพวกเขาในจำนวนที่เท่ากัน

สาธารณรัฐอิสลาม ไม่มุ่งหมายที่จะครอบงำหรือมีอิทธิพลแบบอาณานิคมในภูมิภาคนี้

แต่พร้อมอย่างเต็มที่ สำหรับความเป็นเอกภาพและความสัมพันธ์อันอบอุ่นกับทุกประเทศเพื่อนบ้าน

มาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซจะต้องถูกใช้ต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาเกี่ยวกับการเปิดแนวรบอื่นๆ ในพื้นที่ที่ฝ่ายศัตรูมีประสบการณ์น้อย และมีความเปราะบางสูง

ซึ่งอาจถูกเปิดใช้งาน หากภาวะสงครามยังคงดำเนินต่อไปตามที่เหมาะสม

ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ ต้องชี้แจงจุดยืนของตนเกี่ยวกับผู้ที่รุกรานแผ่นดินอันเป็นที่รักของเรา และสังหารประชาชนของเรา 

ผมขอแนะนำให้พวกเขา “ปิดฐานทัพ” เหล่านั้น โดยเร็วที่สุด เพราะตอนนี้ พวกเขาคงตระหนักแล้วว่า

คำกล่าวอ้างของอเมริกาที่ว่า “นำมาซึ่งความมั่นคงและสันติภาพ” นั้น เป็นเพียงคำโกหก

Iran’s Supreme Leader Mojtaba Khamenei

X: clashreport

#OrbitWire

………………………………….

Martin Armstrong: โพสต์ X ว่า

อิหร่านกำหนด “เงื่อนไขยุติสงคราม” ดังต่อไปนี้:

1.ให้กองกำลังทหารของสหรัฐอเมริกาถอนตัวออกจากตะวันออกกลางทั้งหมดภายใน 30 วัน

2.ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดต่ออิหร่านทันที

3.จ่ายค่าชดเชยจำนวน 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

กำหนดเส้นตายสำหรับการปฏิบัติตามคือวันที่ 10 เมษายน 2026

หากเงื่อนไขเหล่านี้ ไม่ได้รับการปฏิบัติตาม อิหร่านจะดำเนินการดังต่อไปนี้

  1. ปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อการเดินเรือทั้งหมด
  2. เดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงความเป็นไปได้ในการนำไปใช้งานจริง
  3. อนุญาตให้จีนและรัสเซียตั้งฐานทัพทหารบนแผ่นดินของอิหร่าน

…………………………………

ในฐานะไทยเป็น “มหามิตร” ของสหรัฐฯ ยามต้องการใช้ ผมยินดีร่วมบริจาค ๕๐ บาท สมทบทุนจ่ายค่าชดเชยให้อิหร่าน ๕ แสนล้านดอลลาร์!

ไม่ต้องกลัวเสียหน้าหรอก เพราะสหรัฐฯ ยุคทรัมป์ ไม่มีหน้าจะเสีย ไม่มีเครดิตให้ประเทศไหนในโลกให้ความเชื่อถืออยู่แล้ว

ขืนกลัวเสียหน้า ถล่มกับอิหร่านต่อไป สหรัฐฯอาจฝันร้าย เมื่อเจอแบบ 9/11 อีกครั้ง

ถ้าส่งทหารบุกทางภาคพื้นดิน ก็เตรียมธงชาติห่อศพทหารไว้เยอะๆ เลือกตั้งกลางเทอมที่จะถึง รีพับลิกันก็จะแพ้ ชนิดทะรูด-ทะราด!

และนี่ ไม่ใช่การขู่ หากแต่เป็นไปตามแถลงการณ์ “มุจตาบา คาเมเนอี” ที่ว่า “มีการศึกษาเกี่ยวกับการเปิดแนวรบอื่น ๆ”

คุณ “Prasit Futrakul” โพสต์เมื่อวาน ข้อความว่า…

#อิหร่านได้ออกมาประกาศยุทธศาสตร์ใหม่ที่ทำให้โลกต้องสะดุดตาและสะดุดใจ

เพราะมันไม่ใช่แค่การยิงกันตามแนวชายแดนหรือถล่มค่ายทหารแบบเดิมๆ อีกต่อไป

แต่เขากำลังขยายวงเข้าสู่ #สงครามโครงสร้างพื้นฐาน แบบเต็มพิกัดครับพี่น้อง

สิ่งที่น่าตกใจที่สุดจากสายข่าวที่ผมเกาะติดอยู่ คือการที่สื่อในเครือของ “กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม” (IRGC)

อย่างสำนักข่าว Tasnim ออกมาเปิดเผยรายการ #เป้าหมายใหม่ ที่ฟังแล้วต้องบอกว่า #สะเทือนวงการเทคโนโลยีโลก!

เพราะเป้าหมายเหล่านั้น…..

รวมไปถึงสำนักงานและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ

ไม่ว่าจะเป็น #Google, #Amazon, #Microsoft และ #Nvidia ที่ตั้งอยู่ในอิสราเอลและบางประเทศในกลุ่มอ่าวเปอร์เซีย

อิหร่านมองว่า เทคโนโลยีเหล่านี้ ถูกนำไปใช้ในภารกิจทางการทหารและสร้างความได้เปรียบให้แก่ศัตรู

ดังนั้น เมื่อสงครามขยับเข้าสู่เฟสของการทำลายล้าง #ฟันเฟืองทางเศรษฐกิจและดิจิทัล

เป้าหมายเหล่านี้ จึงถูกนับเป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรม” ในมุมมองของเขา

ท่าทีนี้มันคือการขยี้ไปที่ “จุดอ่อนของโลกยุคใหม่” ที่พึ่งพา Data Center และ “ระบบคลาวด์” เป็นหัวใจหลักครับพี่น้อง

ฟันธงได้เลยว่า เกมนี้อิหร่านไม่ได้ขู่เล่นๆ

เพราะมีรายงานว่า มีการโจมตีใส่ศูนย์ข้อมูลของ #Amazon ในบางพื้นที่ไปบ้างแล้ว

นี่คือหมัดฮุคที่จงใจซัดเข้าที่หน้ามหาอำนาจเทคโนโลยี เพื่อบอกให้รู้ว่า ไม่มีพื้นที่ไหนในภูมิภาคนี้ที่ จะ #ปลอดภัย100% อีกต่อไป

หากยังมีการเดินหน้าใช้พื้นที่เหล่านั้นเป็นฐานสนับสนุนการสู้รบ

เรื่องนี้ มันไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ แต่มันคือการขยับหมากที่จงใจซัดเข้าจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของโลกยุคใหม่

ข้อมูลที่ผมเกาะติดมาล่าสุด มันชี้ชัดว่าอิหร่านกำลังยกระดับสู่ “สงครามโครงสร้างพื้นฐาน” (Infrastructure War) อย่างเต็มตัว

โดยเป้าหมายที่เขาลิสต์ออกมานั้น มีมากกว่า #29 แห่ง กระจายตัวอยู่ในอิสราเอลและกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย

ถ้าถามว่า ทำไมต้องเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้?

คำตอบคือ อิหร่านมองว่านี่คือ #กระดูกสันหลังทางดิจิทัล ที่สหรัฐฯ และอิสราเอล ใช้ในการขับเคลื่อนแสนยานุภาพทางทหาร

โดยเฉพาะระบบ AI และ Cloud Computing ที่ช่วยให้การตัดสินใจในสมรภูมิรวดเร็วและแม่นยำขึ้น

ผมจะไล่เรียงให้พี่น้องเห็นภาพชัดๆ ว่าแต่ละที่มันสำคัญขนาดไหน

#Nvidia พี่น้องลองนึกภาพตามนะครับ

ที่เมืองไฮฟา ประเทศอิสราเอล มีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ที่ใหญ่ที่สุดของ Nvidia ตั้งอยู่

ซึ่งที่นี่ คือหัวใจของการพัฒนา “ชิปประมวลผล” ระดับสูงที่ใช้ขับเคลื่อนระบบ AI ทั้งโลก

อิหร่านจ้องทำลายที่นี่ เพราะเชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดของเทคโนโลยีที่ถูกนำไปใช้ในอาวุธล้ำสมัยและระบบป้องกันภัยทางอากาศ

#Amazon หรือ AWS นี่คือเป้าหมายที่ถูกลงมือไปแล้วจริงๆ ครับพี่น้อง มีรายงานว่าโดรนพลีชีพ Shahed-136 ได้พุ่งเป้าไปที่ Data Center ของ AWS ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ถึงสองแห่ง

และใน “บาห์เรน” อีกหนึ่งแห่ง จนเกิดไฟไหม้และระบบล่มไปบางส่วน

เหตุผลที่เขาขยี้ตรงนี้ เพราะ AWS เป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ที่หน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐฯ ใช้งานอยู่นั่นเอง

#Google และ #Microsoft สองยักษ์ใหญ่นี้ มีศูนย์ข้อมูลและสำนักงานภูมิภาคกระจายตัวทั้งในเทลอาวีฟ ดูไบ และกาตาร์

อิหร่านไม่ได้มองแค่เรื่องการค้นหาข้อมูลหรือการพิมพ์งาน แต่เขามองว่าโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้คือ #หอคอยสอดแนม

ที่คอยสนับสนุนระบบข่าวกรองและการสื่อสารทางทหาร

การทำลายจุดเหล่านี้ จึงเท่ากับการตัดหู-ตัดตาคู่ต่อสู้ในสมรภูมิดิจิทัล

นอกจากนี้ ยังมีชื่อของ #Palantir บริษัทเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ Big Data สำหรับงานข่าวกรอง

และ #IBM รวมถึง #Oracle ที่ถูกหมายหัวในฐานะผู้กุมกลไกสำคัญของระบบฐานข้อมูลความมั่นคง

นี่คือการประกาศก้องว่า พื้นที่เศรษฐกิจที่เคยปลอดภัยกำลังจะกลายเป็นสมรภูมิที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้

ฟันธงเลยครับว่า เกมนี้ อิหร่านจงใจบีบให้ชาวโลกและมหาอำนาจต้องเลือกระหว่าง

#ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ กับ #การสนับสนุนพันธมิตร

เพราะถ้าศูนย์กลางเทคโนโลยีในตะวันออกกลางล่มสลาย ผลกระทบมันจะลามไปถึงห่วงโซ่อุปทานชิปและการประมวลผลระดับโลกทันทีครับ

ขอบคุณ

ภาพข้อมูล

พีระชาติ อินตา

………………………………………

ครับ…

คงสนุกเป็นบ้า ถ้ามนุษย์ยุคนี้ ระบบข้อมูลทั้งหมดใช้ไม่ได้ ชิป ก็ชิบหมด

ทุกอย่าง “สูงสุดคืนสู่สามัญ” หมด

ต้องกลับไปรบกันด้วย หอก ดาบ แทนขีปนาวุธ นิวเคลียร์ การติดต่อสื่อสารก็ใช้ไม่ได้

สากกระเบือตอนนั้น มีค่ามากกว่ามือถือเครื่องละ ๗-๘ หมื่น

แล้วมนุษย์ยุคไอที จะอยู่กันได้อย่างไร?

ฉะนั้น ตอนนี้ หัดสื่อสารถึงกันด้วยการ “เอาหูแนบดิน” แทนมือถือกันไว้แต่เนิ่นๆ เผื่อระบบสื่อสารฐานข้อมูลถูกทำลายหมด

จะได้ใช้ “หูทิพย์” แทน “ไอที” ไงล่ะ!

เปลว สีเงิน

๑๗ มีนาคม ๒๕๖๙

Line Open Chat *เพิ่มช่องทางการรับข่าวสาร จากเว็บไซต์ *อ่านคอลัมน์ เปลว สีเงิน ก่อนใคร *ส่งตรงถึงมือทุกคืน *เปิดกว้างเพื่อแฟนคอลัมน์พูดคุยแบบกันเอง ทุกเรื่องราว ข่าวสารบ้านเมือง สังคม ฯลฯ
Written By
More from plew
“ผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี ๒๕๖๓”
เปลว สีเงิน วันนี้ ๓๑ ธันวาคม ไหนๆ จะสิ้นปีแล้ว เขาหนีไปเที่ยวปีใหม่กันหมด เหลือผมเฝ้ากรุงคนเดียว ไม่รู้จะทำอะไรเป็นการส่งท้ายปีเก่า อย่ากระนั้นเลย….. เห็นเขาจัดอันดับบุคคลแห่งปีกันรึ่มๆ...
Read More
0 replies on “อเมริกัน “หมดน้ำยา” #เปลวสีเงิน”