ห้องอาหารท็อป ออฟ เดอะ รีฟ (Top of the Reef) และ ออตเตอร์ บาร์ (Otter’s Bar) ณ โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต พร้อมเปิดให้บริการต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวต้นปี 2569 หลังแกรนด์เรโนเวตครั้งใหญ่ในรูปโฉมใหม่สุดตระการตาอบอวลด้วยแรงบันดาลใจและไออุ่นของทะเลใต้ ชูให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในจังหวัดภูเก็ตพร้อมอวดวิวสวยหลักล้านของท้องทะเลอันดามันสีครามสุดสายตาในมุมมองพาโนรามา สอดประสานเข้ากับการตกแต่งของห้องอาหารอย่างลงตัวเป็นความสวยงามที่ไม่อาจละสายตาได้ พร้อมยกเครื่องเมนูใหม่ทั้งหมด ชูรสชาติความอร่อยต้นตำรับและสุขภาพดีสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ทำให้ ท็อป ออฟ เดอะ รีฟ เป็นห้องอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งแห่งใหม่ที่ชวนให้นักท่องเที่ยวต้องแวะเช็กอินบนเกาะภูเก็ต
นางธีรวัลคุ์ เตชะอุบล เจ้าของธุรกิจและดำรงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการกลุ่มโรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจในการเป็นผู้นำโครงการเรโนเวตห้องอาหารและบาร์ครั้งนี้ว่า “ห้องอาหารท็อป ออฟ เดอะ รีฟ แห่งนี้ อยู่คู่กับโรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต ของเรามาอย่างยาวนาน เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย ครั้งนี้เราได้ปรับโฉมใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศอบอุ่น ผ่านการตกแต่งห้องอาหารด้วยโทนสีฟ้าสดใส ผสานกลิ่นอายท้องทะเลและท้องฟ้า พร้อมเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายและบรรยากาศที่เป็นกันเอง เสริมด้วยหน้าต่างบานกว้างที่เรียงรายแบบพาโนรามาเปิดรับแสงธรรมชาติ และเผยให้เห็นวิวงดงามของทะเลอันดามันอย่างเต็มตา อีกหนึ่งไฮไลต์คือโซนที่นั่งเปิดโล่งริมทะเล ที่ช่วยสร้างความประทับใจเหนือความคาดหมายกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามจับใจของทะเลอันดามันที่งดงามแตกต่างในทุกช่วงเวลาโดยเฉพาะเมื่อมองจากจุดชมวิวของห้องอาหาร พร้อมเพลิดเพลินอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและกลิ่นอายความสดชื่นของทะเลขณะรับประทานอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเรียบง่ายแต่ทรงเสน่ห์ และดีต่อสุขภาพ เราได้พิถีพิถันในการปรุงรสชาติอาหารให้มีความอร่อยลงตัว โดยเปลี่ยนคอนเซปต์ของเมนูห้องอาหารใหม่ทั้งหมด พร้อมรังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบสดใหม่ เพื่อให้ทุกคำของท่านเต็มไปด้วยรสชาติที่น่าจดจำ
“ยิ่งไปกว่านั้น เรายังได้เรโนเวตออตเตอร์ บาร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของห้องอาหารแห่งนี้ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ของมื้ออาหารให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นด้วยหลากหลายเมนูเครื่องดื่มที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันในบรรยากาศที่สนุกสนานและผ่อนคลาย เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทั้งห้องอาหารและบาร์โฉมใหม่นี้จะกลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่และอีกหนึ่งสถานที่โปรด ที่ไม่ว่าจะมารับประทานอาหารกับครอบครัว เพื่อน คนรัก หรือร่วมฉลองในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ก็ล้วนเติมเต็มความสุขได้ในทุก ๆ มื้ออาหาร”
นอกจากความโดดเด่นด้านการตกแต่งซึ่งได้รับการปรับโฉมใหม่อย่างประณีต ห้องอาหารท็อป ออฟ เดอะ รีฟ พร้อมเสิร์ฟอาหารเมดิเตอร์เรเนียนแท้ต้นตำรับโดยเชฟผู้เชี่ยวชาญ ที่คัดเลือกวัตถุดิบสดใหม่จากท้องทะเลและแหล่งวัตถุดิบคุณภาพดีจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อรังสรรค์เมนูที่ทั้งกลมกล่อมและมีเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นจานเรียกน้ำย่อยอย่าง Fish Crudo, Citrus & Avocado ปลาฮามาจิแล่อย่างประณีต ราดซอสซิทรัส ซึ่งให้ความสดชื่นพร้อมกลิ่นอายความเผ็ดร้อน เสริมความกลมกล่อมละมุนละไมด้วยอะโวคาโดเนื้อเนียน และ Beef Carpaccio, Rocket & Parmesan เนื้อวัวคาร์ปาชิโอแล่บางสไตล์อิตาเลียน เสิร์ฟเคียงผักร็อกเก็ตสดกรอบและพาร์เมซานชีสชั้นดี เติมเต็มรสชาติอย่างลงตัวด้วยน้ำสลัดรสกลมกล่อม ชูรสชาติอันโดดเด่นของเนื้อวัวคุณภาพดี
ส่วนอาหารจานหลักที่รังสรรค์มาอย่างพิถีพิถันนั้น มาพร้อมกับไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดอย่าง Baby Chicken with Chamoula & Artichokes เบบี้ชิกเก้นเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ ออนท็อปบนซอสเพสโตหอมละมุน เสิร์ฟพร้อมอาร์ติโชกและผักสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนหลากชนิด และ Whole Roasted Seabream, Salsa Verde ปลากะพงทะเลอันดามันทั้งตัว ย่างจนหนังกรอบ เนื้อฉ่ำ เหมาะสำหรับการแชร์บนโต๊ะอาหารที่แสนอบอุ่น รับประทานคู่กับซัลซาเวอร์เด ปรุงรสด้วยสมุนไพร มะนาว และมันฝรั่งอบ โดยนอกจากนี้ยังมีเมนูสเต๊ก เช่น ฟิเลมิยอง เนื้อนำเข้าจากออสเตรเลีย และแลมบ์ช็อป เนื้อแกะนำเข้าจากนิวซีแลนด์ รวมถึงบรรดาของหวานกลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียนที่น่าลิ้มลองอีกมากมาย อาทิ Soufflé ซูเฟลเนื้อนุ่มเบา อบใหม่แบบชิ้นต่อชิ้น Chocolate Budino with Cinnamon Ice Cream ช็อกโกแลตบูดิโนสไตล์อิตาเลียน เสิร์ฟคู่กับไอศกรีมซินนามอน และ Olive Oil Cake with Candied Citrus เค้กน้ำมันมะกอกรับประทานคู่กับผลไม้รสเปรี้ยวเชื่อม เพื่อปิดท้ายมื้ออาหารอย่างสมบูรณ์แบบ
ออตเตอร์ บาร์ ซึ่งตั้งอยู่ ณ อีกมุมหนึ่งของห้องอาหาร มาพร้อมกับเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่โดดเด่นและน่าลิ้มลองอย่าง Panwa Delight เครื่องดื่มที่เปี่ยมด้วยสีสันแห่งรสชาติสไตล์ไทยแท้ ให้รสชาติหอมหวานแบบทรอปิคัล จากเหล้าข้าวซ่อนกลิ่น หอมกลิ่นมะกรูดและตะไคร้ ผสมผสานอย่างลงตัวกับเหล้าพีช ลิ้นจี่ และใบโหระพาสด และ Melon Crumble & Matcha Crusta เครื่องดื่มที่เต็มเปี่ยมด้วยรสชาติแสนสนุกสนานจากรัม แตงโม เชอร์รี่มาราสชิโน และเหล้าหวานกลิ่นกล้วย ออกมาเป็นความหวานฉ่ำของแตงโมผสานกับรสชาติของเชอร์รี่และกล้วย เสริมลูกเล่นให้น่าลิ้มลองยิ่งกว่า ด้วยขอบแก้วที่โรยด้วยผงมัตฉะ
ห้องอาหารท็อป ออฟ เดอะ รีฟ โฉมใหม่ มาในดีไซน์ที่อบอวลไปด้วยความสดชื่น สบายตา เน้นโทนสีฟ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทะเลอันดามันมาเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบหลัก ไม่ว่าจะเป็นโซฟา เบาะเก้าอี้ หมอนอิง ไปจนถึงภาพวาดขนาดใหญ่บนผนัง ผสมผสานกับสีเอิร์ธโทนของโต๊ะและเก้าอี้ไม้ โคมไฟตั้งโต๊ะวางเรียงราย ล้อมด้วยแผ่นแก้วสวยสะดุดตายามต้องแสงไฟดูสดใสราวกับพยับแดดที่ล้อไปกับคลื่นทะเล ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังพักผ่อนท่ามกลางแสงแดดและสายลมแห่งท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เข้ากับอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนอย่างกลมกลืน มีที่นั่งอินดอร์กว่า 50 ที่นั่ง และพื้นที่เอาท์ดอร์อีก 20 ที่นั่งสำหรับผู้ที่อยากใกล้ชิดธรรมชาติ รับลมทะเลเบา ๆ พร้อมชมวิวตระการตาของมหาสมุทรสุดกว้างไกลโดยไม่มีอะไรบดบังสายตา ส่วน ออตเตอร์ บาร์ ซึ่งตั้งอยู่ในอีกมุมหนึ่งของห้องอาหารที่เชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว ก็มาพร้อมกับรูปลักษณ์ชวนสะดุดตา ด้วยการหยิบเอากระเบื้องสีฟ้าอ่อนสดใสมาร้อยเรียงประสานกันจนออกมาเป็นลวดลายประณีตงดงามคล้ายกับเกล็ดปลาที่กำลังแหวกว่ายในมหาสมุทร พร้อมที่นั่งให้เอนกายพักผ่อนพร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรดกว่า 20 ที่นั่ง และเพลิดเพลินไปกับการบรรเลงเปียโนพร้อมขับกล่อมบทเพลงอันไพเราะจากนักร้องมืออาชีพ
ห้องอาหารท็อป ออฟ เดอะ รีฟ (ไฟน์ไดนิ่ง) เปิดให้บริการเวลา 18.30 น. – 23.00 น. (ปิดทุกวันอาทิตย์) ออตเตอร์ บาร์ เปิดให้บริการ เวลา 16.00 น. – 23.00 น. (ปิดทุกวันอาทิตย์) สำรองที่นั่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อโรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต โทร. 0-7639-1123 หรือเว็บไซต์ www.capepanwa.com

